ขำไม่ออก! 'สอศ.-บีโอไอ' เซ็นMOUพัฒนาคนอาชีวศึกษาแต่ภูมิธรรมแถลงเป็นตุเป็นตะดึงเงินลงทุน 5.1 หมื่นล้าน

'ภูมิธรรม' แถลงดึง 6 บริษัทลงนามลงทุน 5.1 หมื่นล้าน พัฒนาอาชีวะ ตอบโจทย์อุตสาหกรรม เกิดการจ้างงานทันที 1,880 อัตรา หวังผลักดัน ศก.โต สร้างรายได้หมุนเวียนนับแสนล้านต่อปี

06 ส.ค.2568 - ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการหารือระดับสูงนักลงทุน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อการลงทุนในประเทศไทย ในงาน “Prime Minister Meets Investors: Confidence in Thailand’s Future - Prime Minister's Dialogue with Global Investors” ว่า รัฐบาลไทยได้เชิญผู้บริหารระดับสูงจาก 31 บริษัทชั้นนำระดับโลกในอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ ได้แก่ เซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง รวมถึงแผงวงจรพิมพ์ (PCB) ยานยนต์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่ ดิจิทัล และอุตสาหกรรมอาหารและเทคโนโลยีชีวภาพ โดยทุกบริษัทมีการลงทุน รวมถึงการขยายการลงทุนขนาดใหญ่ในไทยช่วง 2 ปีที่ผ่านมา คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 5.5 แสนล้านบาท มีการจ้างงานรวมกว่า 53,000 ตำแหน่ง มาร่วมแลกเปลี่ยนและสร้างความเชื่อมั่นในการลงทุนและการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย โดยเฉพาะในช่วงเวลาสำคัญนี้ หลังจากที่รัฐบาลสหรัฐฯ ประกาศขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากไทยในอัตรา 19%

นายภูมิธรรม กล่าวว่า ความพยายามของรัฐบาลในการชักจูงการลงทุน ไม่เพียงขับเคลื่อนกลไกทางเศรษฐกิจด้านการลงทุนและการจ้างงานเท่านั้น แต่ยังก่อให้เกิดผลกระทบทั้งด้านสังคม เกิดการถ่ายทอดความรู้ ความร่วมมือระหว่างภาคเอกชนและสถาบันการศึกษาในการสร้างบุคลากรที่มีทักษะสอดรับกับความต้องการของอุตสหากรรมยุทธศาสตร์ เช่น อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง รวมถึงแผงวงจรพิมพ์ (PCB) ยานยนต์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่ และดิจิทัล นอกจากนี้ ยังเกิดการถ่ายทอดความรู้และความช่วยเหลือให้แก่เกษตรกรในการเพิ่มผลผลิตและการเพาะปลูกที่สอดคล้องกับมาตรฐานของโลก สร้างความสามารถในการส่งออกสินค้าเกษตรไทยไปต่างประเทศ โดยนักลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารและเทคโนโลยีชีวภาพ

นายภูมิธรรม กล่าวว่า โดยภายหลังการหารือกับนักลงทุนทั้ง 31 บริษัทนี้ จะร่วมเป็นพยานการลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือ (MOU) ระหว่างสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา บีโอไอ และผู้ผลิตแผงวงจรพิมพ์ (PCB) ชั้นนำระดับโลก 6 ราย ซึ่งมีเงินลงทุนรวมกว่า 51,000 ล้านบาท เพื่อพัฒนากำลังคนด้านอาชีวศึกษาให้ตอบโจทย์อุตสาหกรรม โดยความร่วมมือนี้จะก่อให้เกิดการจ้างงานทันที 1,880 อัตรา รวมกันไม่น้อยกว่า 3,000 อัตราภายใน 5 ปี เกิดการพัฒนาหลักสูตรร่วมกันระหว่างสถานศึกษาอาชีวะและภาคอุตสาหกรรม ความร่วมมือนี้เป็นหนึ่งในตัวอย่างสำคัญที่สะท้อนให้เห็นว่านอกจากโครงการลงทุนขนาดใหญ่จะสร้างเม็ดเงินเข้าสู่ประเทศแล้ว ยังเกิดการยกระดับพัฒนาบุคลากรไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักเรียนระดับอาชีวะ พร้อมยกระดับทักษะให้สอดคล้องกับความต้องการของอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีระดับโลก ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว ซึ่งในกลุ่มนี้มีทั้งบริษัทPCB ที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก และผู้นำของไทยร่วมลงนามในครั้งนี้ด้วย

นายภูมิธรรม กล่าวด้วยว่า การลงทุนจากบริษัทระดับโลกเหล่านี้ ช่วยผลักดันให้เศรษฐกิจไทยเติบโต สร้างรายได้หมุนเวียนภายในประเทศหลายแสนล้านบาทต่อปี อีกทั้งยังช่วยต่อยอดไปยังภาคเกษตรกรรม การศึกษา และธุรกิจท้องถิ่นในพื้นที่ต่าง ๆ ได้อย่างเป็นรูปธรรม

ทั้งนี้เพจประชาสัมพันธ์ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ได้โพสต์เฟซบุ๊กเมื่อเวลา 21.37 น.เมื่อวันที่ 5 ส.ค.ว่า สอศ.เชิญรับชมถ่ายทอดสด พิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่าง สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) กับ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) และเปิดโครงการความร่วมมือพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษาเพื่อสร้างแรงงานทักษะสูง รองรับการลงทุน โดยมีนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี เป็นประธานสักขีพยานในพิธี วันที่ 6 สิงหาคม 2568 เวลา 11.00–12.00 น. ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เอาแล้ว 'ธรรมนัส' ชี้รัฐบาลแก้ปัญหาราคาน้ำมันที่ปลายเหตุ!

'ธรรมนัส' ชี้รัฐบาลแก้ปัญหาปลายเหตุ พยุงราคาน้ำมันได้ไม่นาน ขอเป็นปากเป็นเสียงในสภาฯ แทนประชาชน พร้อมร่วมอภิปราย หลัง 'เท้ง' จะเสนอญัตติด่วน

ส้มว่างัย! ร.อ.ธรรมนัสประกาศพร้อมร่วมงานเป็นฝ่ายค้าน

'ธรรมนัส' พร้อมร่วม ปชน. เป็นฝ่ายค้าน ก้าวข้ามความขัดแย้ง ชี้มิตรภาพการเมืองไม่จีรัง บอกยังไม่คุย 'อนุทิน' หลังถูกลอยแพ ปัดตอบสะบั้น 'ภูมิใจไทย' เหน็บถ้าไม่แข่งกันเองก็ฮั้วสิ ดับฝันปล่อยข้อมูล

นายกฯ หารือ IMF ยันความพร้อมเป็นเจ้าภาพจัดประชุมธนาคารโลก

นายกฯ หารือ IMF ยืนยันความพร้อมไทยเป็นเจ้าภาพจัดประชุม World Bank บอกหากกระบวนการจัดตั้งรัฐบาลแล้วเสร็จ พร้อมเดินหน้าสานความร่วมมือได้อย่างเต็มที่