‘ธปท.’ และ ‘สมาคมธนาคารไทย’ ร่วมผลักดันมาตรการเพิ่มเติมเพื่อช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบรุนแรงจากเหตุการณ์น้ำท่วมภาคใต้ ชูพักชำระเงินต้น-ยกเว้นดอกเบี้ย ไม่เกิน 12 เดือน ในพื้นที่สาธารณภัยร้ายแรง (ระดับ4)
15 ธ.ค. 68 - ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสมาคมธนาคารไทยตระหนักถึงความเดือดร้อนของประชาชนและภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยในหลายพื้นที่ของภาคใต้ โดยเฉพาะในจังหวัดสงขลา ซึ่งสร้างความเสียหายอย่างรุนแรงต่อชีวิต ทรัพย์สิน การดำเนินธุรกิจและความเป็นอยู่ของประชาชนในวงกว้าง โดย ธปท. ได้กำชับให้ธนาคารพาณิชย์ (ธพ.) และบริษัทลูกในกลุ่มธุรกิจทางการเงินของ ธพ. (บริษัทลูกในกลุ่มฯ) พิจารณาให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยดังกล่าว ภายใต้แนวทางผ่อนปรนที่ ธปท. กำหนดไว้เมื่อเดือน ส.ค. 2567
อย่างไรก็ดี เพื่อช่วยบรรเทาภาระและช่วยให้ลูกหนี้ฟื้นตัวกลับมาได้โดยเร็ว ทั้งสองหน่วยงานจึงร่วมผลักดันมาตรการด้านการเงินที่จะช่วยเหลือลูกหนี้ได้อย่างเพียงพอและตรงจุดยิ่งขึ้น โดยมาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติมนี้ จะให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ของ ธพ. และบริษัทลูกในกลุ่มฯ ที่ได้รับผลกระทบจากสาธารณภัยในเขตพื้นที่สาธารณภัยร้ายแรงอย่างยิ่ง (ระดับ 4) จนไม่สามารถชำระคืนหนี้ได้ตามปกติ ด้วยการ
พักชำระหนี้เงินต้นและยกเว้นดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นในช่วงพักชำระหนี้ดังกล่าว เป็นระยะเวลาไม่เกิน 12 เดือนนับจากวันที่ลูกหนี้แจ้งความประสงค์หรือตอบรับ (opt-in) ให้กับลูกหนี้รายที่ไม่มีสถานะเป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (Non-Performing Loan: NPL) ณ วันที่ 2 ธ.ค. 2568 โดยลูกหนี้ที่เข้าร่วมมาตรการจะไม่ได้รับผลกระทบต่อสถานะในเครดิตบูโร สำหรับมาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติมนี้จะครอบคลุมลูกหนี้ ดังต่อไปนี้
1.สินเชื่อธุรกิจเอสเอ็มอี วงเงินรวมไม่เกิน 3 ล้านบาทต่อรายต่อกลุ่มธุรกิจทางการเงิน 2. สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย หรือสินเชื่อบ้านแลกเงิน (Home for cash) วงเงินรวมไม่เกิน 3 ล้านบาทต่อราย
ต่อกลุ่มธุรกิจทางการเงิน 3. สินเชื่อเช่าซื้อ หรือสินเชื่อจำนำทะเบียนรถยนต์ วงเงินรวมไม่เกิน 8 แสนบาทต่อรายต่อกลุ่มธุรกิจทางการเงิน 4. สินเชื่อเช่าซื้อ หรือสินเชื่อจำนำทะเบียนรถจักรยานยนต์ วงเงินรวมไม่เกิน 5 หมื่นบาท ต่อรายต่อกลุ่มธุรกิจทางการเงิน 5. สินเชื่อบัตรเครดิต วงเงินรวมไม่เกิน 1 แสนบาทต่อรายต่อกลุ่มธุรกิจทางการเงิน และ 6. สินเชื่อส่วนบุคคล หรือสินเชื่อส่วนบุคคลดิจิทัล วงเงินรวมไม่เกิน 1 แสนบาทต่อราย ต่อกลุ่มธุรกิจทางการเงิน
ทั้งนี้ ขอให้ลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากสาธารณภัยในเขตพื้นที่สาธารณภัยร้ายแรงอย่างยิ่ง (ระดับ 4)
ในจังหวัดสงขลา รีบติดต่อธนาคารเพื่อยืนยันตัวตนว่าเป็นผู้ประสบภัยในพื้นที่ พร้อมแสดงหลักฐานความเสียหายภายใน 31 ม.ค. 2569 เพื่อให้ธนาคารสามารถให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ได้อย่างทันการณ์
สำหรับลูกหนี้ที่อยู่ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ แต่ไม่ได้อยู่ในพื้นที่ประกาศระดับ 4 นั้น จะได้รับความช่วยเหลือตามมาตรการของแต่ละธนาคารที่ดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน เช่น การพักชำระเงินต้น การลด/ยกเว้นดอกเบี้ยหรือค่าธรรมเนียม การปรับโครงสร้างหนี้ รวมถึงวงเงินสินเชื่อส่วนบุคคลในกรณีฉุกเฉินเพื่อให้สามารถประกอบอาชีพหรือดำเนินธุรกิจได้ตามความเหมาะสมของลูกหนี้แต่ละกลุ่ม
อย่างไรก็ดี ลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในภาคใต้สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลรายละเอียดของมาตรการช่วยเหลือได้จากธนาคารพาณิชย์และบริษัทลูกในกลุ่มฯ ที่ใช้บริการอยู่ผ่านทุกช่องทางการติดต่อของแต่ละแห่ง หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ธปท. โทร. 1213 เพื่อให้ได้รับความช่วยเหลืออย่างรวดเร็วและถูกต้อง.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
นํ้าเงินบุกเมืองกรุง! ‘อนุทิน’ยํ้าไม่มีเกรงใจอังเคิล‘ศุภจี’ปลุกเลือกความหวัง
"กกต." ยื่นหนังสือถึง "ธปท." ขอข้อมูลเส้นทางเงินผิดปกติ 450 ล้านช่วงเลือกตั้งตรวจสอบ
กระทุ้ง กกต. โชว์ฝีมือจับซื้อเสียง แนะ ธปท. เช็กย้อนหลังตั้งแต่ยุบสภา
นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ขอบคุณ ผู้ว่าฯแบงก์ชาติ ภายหลังจากนายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย
สกัดทุนเทาซื้อเสียง กกต.เรียกเอกสารธปท.แตกแบงก์ม่วง/ผวาสแกมเมอร์ยึดปท.
"กกต." มีมติเรียกเอกสารจาก ธปท. เพื่อตรวจสอบการถอนเงินสดผิดปกติช่วงเลือกตั้ง

