21 มีนาคม 2569 - หลังจากเกิดพายุฤดูร้อน มีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง ในพื้นที่ อ.เรณูนคร จ.นครพนม เมื่อวันที่ 20 มีนาคมที่ผ่านมา ส่งผลให้บ้านเรือนราษฎรในพื้นที่ ต.โคกหินแฮ่ ต.นางาม ต.โพนทอง ต.เรณูใต้ และ ต.เรณู รวม 5 ตำบล ได้รับความเสียหายรวม 85 หลัง คอกสัตว์ 3 หลัง ยุ้งข้าว 2 หลัง และเสาไฟฟ้าหักโค่น 2 ต้น โชคดีไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตแต่อย่างใด ตามที่เสนอข่าวไปแล้ว
ล่าสุด วันนี้ ว่าที่พันตรี อดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม และประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดนครพนม ลงพื้นที่เพื่อติดตามสถานการณ์ และให้กำลังใจประชาชน ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุวาตภัย พร้อมมอบสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบภัย จำนวน 85 ครอบครัว โดยมี นายแพทย์อลงกต มณีกาศ สส.นครพนมเขต 3 พรรคภูมิใจไทย นายสุขสันติ วิเวก นายอำเภอเรณูนคร นายสุวัฒน์ พลับเพลิง รักษาราชการแทนหัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนครพนม ชมรมแม่บ้านมหาดไทย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (อส.) ร่วมลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือ
จุดแรกนายภักดี สุขรี นายก อบต.โคกหินแฮ่ พร้อมกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน มอบสิ่งของช่วยเหลือ จำนวน 40 ชุด ณ ศูนย์เรียนรู้ หมู่ที่ 10 บ้านเนินน้ำคำ ต.โคกหินแฮ่ จากนั้นผู้ว่าฯพร้อมคณะได้เดินทางไปยังบ้านเลขที่ 84 หมู่ 10 หลังทราบจากรายงานว่าบ้านหลังนี้ นอกจากโดนพายุฤดูร้อนหอบหลังคาบ้านปลิวไปหลายแผ่นแล้ว ภายในบ้านยังมีนางใบฮุ่ง ทินโน อายุ 85 ปี ซึ่งเป็นผู้ป่วยติดเตียงแขนขาอ่อนแรง ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ โดยนางเพชร ทินโน อายุ 61 ปี ลูกสาวเล่าเหตุการณ์ระทึกว่า เป็นพายุฝนที่มาทั้งลูกเห็บ เสียงฟ้าร้อง ฟ้าผ่า ลมกระโชกแรง แม่ส่งเสียงร้องด้วยความหวาดกลัว ตนมือหนึ่งอุ้มหลาน อีกมือหนึ่งลากที่นอนแม่หลบน้ำฝนที่หยอดลงมาจากชั้นสอง เพราะถูกลมพัดหลังคาปลิวไปแล้ว ยอมรับตั้งแต่เกิดมาไม่เคยเจอเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อน
ซึ่ง ว่าที่พันตรี อดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ ผวจ.นครพนม สั่งเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายเร่งมุงหลังคาให้โดยด่วน เพราะไม่รู้ว่าช่วงบ่ายจะเกิดฝนตกลงมาอีกหรือไม่ ที่สำคัญมีผู้ป่วยอยู่ในบ้าน จึงลงมือช่วยส่งสังกะสีให้รถเครน อบต.โคกหินแฮ่ส่งให้คนที่รออยู่ด้านบนเร่งมือเป็นการด่วน
ต่อมาคณะ ผวจ.นครพนม เดินทางไปบ้านเลขที่ 112 หมู่ที่ 4 บ้านโนนสังข์ ต.เรณู ซึ่งเป็นบ้านของนางสา อายุ 95 ปี ที่ถูกพายุงัดหลังคาบ้านหายไปทั้งแถบ โดยนางสาเล่าว่าตอนนั้นมีทั้งลมทั้งฝน และเสียงฟ้าร้อง ฟ้าผ่า ลูกสาวต้องอุ้มเข้าไปหลบอยู่ในที่ปลอดภัย หลังเยี่ยมเยียนแล้วจึงมอบสิ่งของช่วยเหลือประชาชนจำนวน 45 ชุด
ทั้งนี้ หลังเหตุพายุฤดูร้อนสงบ พ่อเมืองนครพนมได้สั่งการให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน และผู้ใหญ่บ้าน เร่งสำรวจและตรวจสอบความเสียหาย เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างทั่วถึงและรวดเร็ว รวมถึงบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนให้สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็ว พร้อมขอให้ประชาชนตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงตัวบ้าน หากเกิดพายุฝนรีบนำสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็นเก็บไว้ที่สูง เพื่อป้องกันความเสียหายจากเหตุวาตภัย.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
พายุถล่ม อ.หนองกี่ พัดบ้านพังเกือบ 100 หลัง ฟ้าผ่าลุงวัย 63 ดับสลด เด็ก 4 คน รอดปาฏิหาริย์
เกิดพายุฝนฟ้าคะนองกระหน่ำอำเภอหนองกี่ จ.บุรีรัมย์อย่างหนัก พัดบ้านเรือนเสียหายเกือบ 100 หลัง ท่ามกลางความโกลาหลเกิดเหตุสลด ฟ้าผ่าลงกลางกระท่อมนา คร่าชีวิตลุง 63 ปี ต่อหน้าเพื่อนบ้านและเด็กอีก 4 คน ที่อยู่ในกระท่อม แต่รอดปาฏิหาริย์ ชาวบ้านที่รอดเผยนาทีรอดตาย
ลมกระโชกแรง พัดต้นหางนกยูงริมถนนโค่นล้มทับไรเดอร์บาดเจ็บ
ได้เกิดลมกรรโชกในตัวเมืองพิษณุโลก ทำให้ต้นไม้ล้มหลายจุด โดยเฉพาะต้นหางนกยูง ริมถนนวังจันทน์ หน้าศาลหลักเมืองพิษณุโลก ซึ่งเป็นต้นหางนกยูงขนาดใหญ่ ที่ยืนต้นแห้งตาย ได้ล้มลงอย่างแรง ขณะนั้นได้มีไรเดอร์ กำลังวิ่งผ่านมาพอดีแล้วถูกกิ่งหางนกยูงล้มใส่ จนได้รับบาดเจ็บ ที่บริเวณใบหน้าได้มีเลือดออก รถจักรยายนต์ที่ขับขี่มาเสียหายเล็กน้อย
อุตุฯ เตือนต้น พ.ค. รับมือพายุฤดูร้อน กลางเดือนเข้าสู่ 'ฤดูฝน'
กรมอุตุนิยมวิทยารายงานว่า ต้นเดือน พ.ค. 69 ไทยเริ่มมีฝนเพิ่มขึ้น แต่ยังตกไม่สม่ำเสมอ กลางวันยังร้อน ช่วงบ่ายถึงเย็น มีโอกาสเกิดฝนฟ้าคะนอง และพายุฤดูร้อนบางพื้นที่
อุตุฯ เตือนร้อนจัด ฝนฟ้าคะนอง 51 จังหวัด ลมกระโชกแรง
กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้าว่า บริเวณประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน และมีอากาศร้อนจัดบางพื้นที่บริเวณภาคเหนือ และภาคกลาง
กรมอุตุฯ พยากรณ์อากาศ 7 วันข้างหน้า เตรียมรับพายุฤดูร้อนอีกรอบ
กรมอุตุนิยมวิทยา คาดหมายอากาศทั่วไป 2 - 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 บริเวณประเทศไทยตอนบนจะมีฝนลดลง แต่ยังคงมีฝนฟ้าคะนองกับมีลมกระโชกแรงเกิดขึ้นได้บางแห่ง
กรมอุตุฯ ประกาศฉบับสุดท้าย เตือนไทยตอนบนระวัง 'พายุฤดูร้อน'
กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศเรื่อง พายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน (มีผลกระทบจนถึงวันที่ 1 พฤษภาคม 2569) ฉบับที่ 9 ซึ่งเป็นฉบับสุดท้ายของเหตุการณ์นี้ ระบุว่า บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

