กรมราง.สั่งสอบเข้มเครนไฮสปีดถล่มทับรถด่วนพิเศษโคราช

“กรมราง”ลงพื้นที่ ตรวจสอบเหตุเครนถล่ม–ทบทวนมาตรการความปลอดภัยโครงการรถไฟความเร็วสูง จี้ยกระดับมาตรฐานป้องกันอุบัติเหตุซ้ำซ้อนในอนาคต ด้าน รฟท.สั่งเยียวยาผู้บาดเจ็บ-ผู้เสียชีวิต พร้อมดูแลค่ารักษาเต็มที่ เร่งวางแผนกู้โบกี้รถไฟสั่งหยุดก่อสร้างในบริเวณดังกล่าวทันที

14 ม.ค. 2569 -นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง เปิดเผยภายหลังเกิดเหตุเครนก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูงหล่นทับขบวนรถด่วนพิเศษที่ 21 เส้นทางสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์–อุบลราชธานี บริเวณช่วงระหว่างสถานีหนองน้ำขุ่น–สถานีสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา ส่งผลให้เกิดเพลิงไหม้และขบวนรถไฟตกรางรายงานเบื้องต้นพบผู้เสียชีวิต และผู้ได้รับบาดเจ็บประมาณหลายราย เบื้องต้นได้หารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง สาเหตุของอุบัติเหตุ และทบทวนมาตรการด้านความปลอดภัยในพื้นที่ก่อสร้างอย่างเร่งด่วน

ทั้งนี้ กรมการขนส่งทางรางได้กำหนดมาตรการป้องกันการเกิดอุบัติเหตุจากเครนก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูง (Launching Gantry) อย่างเข้มงวด ดังนี้1.ตรวจสอบและทดสอบโครงสร้างเครนอย่างเข้มงวด (Inspection & Testing) ทั้งก่อน ระหว่าง และหลังการใช้งาน เพื่อให้มั่นใจว่าอุปกรณ์และโครงสร้างมีความพร้อมและอยู่ในสภาพปลอดภัยตลอดระยะเวลาการก่อสร้าง2.ติดตั้งและตรวจสอบระบบความปลอดภัย ระบบป้องกันน้ำหนักบรรทุกเกิน  (Overload Protection) และระบบตัดการทำงานอัตโนมัติ (Auto Shutdown) ซึ่งติดตั้งในจุดวิกฤตของโครงสร้างและเชื่อมต่อกับระบบแจ้งเตือนด้วยเสียงและสัญญาณไฟแบบ Real-time

3.ประเมินความเสี่ยง จัดประชุมวิเคราะห์อันตรายจากการทำงาน (Job Hazard Analysis: JHA) และจัดทำแผนเผชิญเหตุสำหรับกรณีโครงสร้างล้มหรือระบบยกขัดข้อง และต้องมีการฝึกซ้อมแผนดังกล่าวอย่างสม่ำเสมอ4.เพิ่มความเข้มงวดด้านบุคลากรและเอกสาร (Personnel & Documentation) ผ่านการควบคุมการทำงานโดยวิศวกรผู้เชี่ยวชาญ และมีเอกสารรับรองที่สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ (Personnel & Documentation) และ5.ควบคุมการปฏิบัติงานใกล้เส้นทางเดินรถ โดยงดใช้เครนขณะมีขบวนรถไฟวิ่งผ่าน และจัดให้มีการประสานงานกับเจ้าหน้าที่การรถไฟแห่งประเทศไทยอย่างใกล้ชิด

สำหรับเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในพื้นที่ก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูงช่วงกรุงเทพมหานคร–นครราชสีมา สัญญาที่ 3–4 ช่วงลำตะคอง–สีคิ้ว และช่วงกุดจิก–โคกกรวด ระยะทางรวม 37.45 กิโลเมตร วงเงิน 9,848 ล้านบาท ดำเนินการก่อสร้างโดยบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ปัจจุบันมีความก้าวหน้า 99.54%

ทั้งนี้กรมการขนส่งทางรางขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อความสูญเสียที่เกิดขึ้น และพร้อมดำเนินการอย่างเต็มที่เพื่อยกระดับมาตรการความปลอดภัยในการก่อสร้างระบบขนส่งทางรางให้มีความรัดกุมสูงสุด เพื่อให้การเดินทางด้วยระบบรางเป็นไปอย่างมั่นคงและปลอดภัยในการเดินทางงให้มีความรัดกุมสูงสุด เพื่อให้การเดินทางด้วยระบบรางเป็นไปอย่างมั่นคงและปลอดภัยในการเดินทางรกู้คืน โดยทุกขั้นตอนจะต้องประเมินความปลอดภัยอย่างรัดกุม เพื่อคุ้มครองชีวิตของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานและประชาชน

ด้านนายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย รักษาการผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.)กล่าวว่าการรถไฟฯ ได้กำหนดแนวทางการช่วยเหลือและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบไว้อย่างชัดเจน โดยผู้เสียชีวิตจะได้รับเงินช่วยเหลือแบ่งเป็นค่าทำศพรายละ 40,000 บาท และเงินช่วยเหลือเบื้องต้นอีกรายละ 40,000 บาท พร้อมทั้งจะอำนวยความสะดวกในการนำส่งร่างกลับภูมิลำเนาตามความประสงค์ของญาติ ส่วนผู้บาดเจ็บ การรถไฟฯ จะรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลทั้งหมด รวมถึงจัดเจ้าหน้าที่ดูแลและอำนวยความสะดวกในการเดินทางกลับภูมิลำเนา

สำหรับสาเหตุของอุบัติเหตุ ขณะนี้ได้เริ่มกระบวนการสอบสวนทันที โดยเบื้องต้นทราบว่าขณะเกิดเหตุมีวิศวกรควบคุมงานอยู่ในพื้นที่ปฏิบัติงาน คนขับรถไฟปลอดภัยและได้เดินทางออกจากพื้นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนผู้ควบคุมรถเครนยังอยู่ระหว่างการติดตามตัวและสอบสวนเพิ่มเติม ทั้งนี้ ได้มีคำสั่งระงับการก่อสร้างในบริเวณดังกล่าวเป็นการชั่วคราว เพื่อเปิดทางให้การตรวจสอบหาสาเหตุเป็นไปอย่างรอบคอบและโปร่งใส

สำหรับเหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อการให้บริการรถไฟสายอุบลราชธานี ทำให้ต้องปิดเส้นทางหลักในช่วงที่เกิดเหตุชั่วคราว การรถไฟฯ จึงได้ปรับเปลี่ยนแผนการเดินรถ โดยให้ขบวนรถใช้เส้นทางอ้อมผ่านทางหนองบัวแทน พร้อมเตรียมประกาศแจ้งข้อมูลการเดินรถและสถานีที่ยังเปิดให้บริการรับ–ส่งผู้โดยสารอย่างต่อเนื่อง เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อการเดินทางของประชาชน

นายอนันต์ เปิดเผยถึงการกู้คืนพื้นที่ว่า มีความซับซ้อนสูง เนื่องจากเครนก่อสร้างที่พังถล่มลงมามีน้ำหนักประมาณ 400 ตัน ขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดหาเครนขนาดใหญ่ที่เหมาะสมเพื่อดำเนินการเคลื่อนย้าย ซึ่งคาดว่าจะต้องใช้ระยะเวลาพอสมควร หลังจากกู้คืนพื้นที่แล้ว จะมีการตรวจสอบความปลอดภัยของระบบทางรถไฟและสภาพรางอย่างละเอียดอีกครั้ง ก่อนพิจารณาเปิดให้บริการเดินรถตามปกติ

ขณะเดียวกัน จังหวัดนครราชสีมาได้จัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ในพื้นที่ โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมาเป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ ทำหน้าที่ประสานการทำงานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ระดมกำลังคนและเครื่องจักรเข้าช่วยเหลืออย่างเต็มที่ พร้อมเน้นย้ำข้อกังวลสำคัญที่สุดคือการป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อนระหว่างการกู้คืน โดยทุกขั้นตอนจะต้องประเมินความปลอดภัยอย่างรัดกุม เพื่อคุ้มครองชีวิตของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานและประชาชนเป็นอันดับแรก.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

จับปั๊มขายน้ำมันหนีภาษี โดนค่าปรับอ่วมกว่า 2.5 ล้านบาท

นายณธัชพงศ์ เผ่าผาง ผอ.สนง.สรรพสามิตภาคที่ 3 สั่งการให้นายไชยรัตน์ ชื่นใจฉ่ำ ผอ.ส่วนตรวจสอบ ป้องกันและปราบปรามสำนักงานสรรพสามิตภาคที่ 3  (หัวหน้าชุดเฉพาะกิจในการกำกับดูแลและปราบปรามการกระทำผิด

โคราชคึกคัก! เปิดเวที Town Hall “อวดเมือง” ระดมพลังทั้งจังหวัด เตรียมจัด K-BATTLE International Street Culture Festival ปลุกเศรษฐกิจ–สร้าง City Branding ใหม่ของเมือง

สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ ร่วมกับจังหวัดนครราชสีมา

ประชาชนในเทศบาลเมืองโคราช กว่าครึ่งเดือดร้อนขาดน้ำประปา นายกเล็กยันไม่กระทบช่วงสงกรานต์

ชาวเมืองย่าโมครึ่งเมืองเดือดร้อนขาดแคลนน้ำประปา นายกเล็กนครฯเร่งอัดฉีดรถบรรทุกน้ำกว่า 10 คันออกแจกจ่ายให้ทั่วถึง เผยตั้งแต่ระบบไฟฟ้าทั้ง 6 โรงกรองน้ำให้เสถียรใช้เวลา 2-3 วันอย่างช้าไม่เกินนี้ ยืนยันสงกรานต์มีน้ำให้เล่นแน่นอน แต่ก็ขอให้ช่วยกันประหยัดน้ำ เพราะทรัพยากรน้ำมีคุณค่า