‘ปลัดคลัง’ ยัน Blacklist ผู้รับเหมาผิดเงื่อนไขทำได้ทันที หากหน่วยงานชงข้อมูลพิจารณาเข้าเงื่อนไข 5-6 ข้อ ตาม พ.ร.บ. จัดซื้อจัดจ้าง พร้อมแจงปม ‘สมุดพก’ ตัดแต้มผู้รับเหมา กระบวนการจบปลาย ม.ค. นี้ แจงยิบหากถูกตัดแต้มจนถึงจุดต้องเบรกรับงานรัฐ
15 ม.ค. 2569 - นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงกรณีการขึ้นบัญชีดำ (Blacklist) ผู้รับเหมาที่เกิดอุบัติเหตุจากโครงการก่อสร้างของภาครัฐ ว่า ตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) จัดซื้อจัดสร้างสามารถดำเนินการ Blacklist ผู้รับเหมาที่เข้าเงื่อนไขหรือหลักเกณฑ์ 5-6 ข้อได้ทันที แต่กลไกการดำเนินการนั้น จะต้องให้หน่วยงานเจ้าของสัญญา ซึ่งได้บริหารสัญญาดังกล่าวแล้วเห็นว่าคู่สัญญาที่รับงานไม่ดำเนินการตามสัญญา และจะต้องส่งข้อมูล-รายละเอียดทั้งหมดมาที่กรมบัญชีกลาง ซึ่งจะคณะกรรมการพิจารณาว่าคู่สัญญามีการทำผิดหลักเกณฑ์ ผิดเงื่อนไข หรือละเมิดสัญญาที่สมควรจะถูก Blacklist ตามหลักเกณฑ์หรือไม่
ทั้งนี้ ยืนยันว่าที่ผ่านมาได้เคยมีการขึ้น Blacklist ผู้รับเหมาคู่สัญญาที่ทำผิดเงื่่อนไขทุกเดือนอยู่แล้ว แต่ส่วนใหญ่เป็นกรณีเล็ก ๆ ไม่ใช่กรณีใหญ่ เพราะตรงนี้มีกลไกรองรับอยู่ ดังนั้นมองว่าการขึ้น Blacklist เป็นเรื่องปกติของการทำงาน
“เรื่อง Blacklist มีกลไกรองรับอยู่แล้ว แต่กระบวนการต้องนับหนึ่งที่คู่สัญญา หรือผู้บริหารสัญญา ซึ่งเป็นหน่วยงานรัฐซึ่งจะเป็นคนที่รู้ดีที่สุดว่าคู่สัญญาเขาละเมิดหรือไม่ละเมิด ปฏิบัติตามสัญญาครบถ้วนหรือไม่ อย่างไร กรมบัญชีกลางเองคงไม่สามารถไปรู้ได้ด้วยตัวเองว่าแต่ละสัญญาดำเนินการเป็นไปตามที่ตกลงกันไว้หรือไม่ เพราะมีคู่สัญญากันอยู่เยอะมาก ดังนั้นหน่วยงานที่เป็นคู่สัญญาซึ่งจะรู้ดีที่สุดจะต้องแจ้งมาที่กรมบัญชีกลาง และเรายินดีดำเนินการให้อย่างรวดเร็วที่สุด” นายลวรณ กล่าว
สำหรับกรณีเรื่องสมุดพกผู้รับเหมานั้น ปลัดกระทรวงการคลัง ระบุว่า กรมบัญชีกลางได้รายงานว่ากฎกระทรวงที่เกี่ยวกับเรื่องนี้เสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่ยังอยู่ระหว่างออกประกาศในระดับรอง ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลาเล็กน้อย คาดว่าปลายเดือน ม.ค. 2569 ทุกอย่างจะเรียบร้อยทั้งหมด โดยกลไกของเรื่องสมุดพกผู้รับเหมานั้น หากผู้รับเหมาที่ได้รับงานจากภาครัฐไปและทำให้เกิดความเสียหาย เกิดอุบัติเหตุจากความประมาท เลินเล่อ หรืออะไรก็สุดแล้วแต่ ผู้รับเหมาก็จะถูกหักคะแนนไปเรื่อย ๆ
ทั้งนี้ เมื่อการหักคะแนนถึงจุดหนึ่งก็จะมีกลไกบบังคับว่าผู้รับเหมารายดังกล่วาจะไม่สามารถรับงานของภาครัฐได้อีกในช่วงระยะเวลาที่กำหนด ซึ่งตรงนี้จะเป็นบท หรือกฎเกณฑ์ที่จะเอามาใช้กำกับดูแลคู่สัญญาให้อยู่ในกรอบ เงื่อนไข เพื่อให้สามารถคัดกรองผู้รับเหมาที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
“ต้องทำความเข้าใจก่อนว่าเรื่องสมุดพกผู้รับเหมา กับเรื่อง Blacklist ใกล้เคียงกันจริง แต่ไม่ใช่เรื่องเดียวกัน โดยทั้งหมดมีขั้นตอนและกลไกรองรับอยู่แล้ว” นายลวรณ กล่าว
สำหรับความคืบหน้าในการเยียวยาความเสียหายจากบริษทประกัน กรณีเครนขนาดใหญ่ในโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงพังถล่มลงมาทับขบวนรถไฟด่วนพิเศษดีเซลราง (สปรินเตอร์) ขบวนที่ 21 ที่ ต.สีคิ้ว อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมานั้น ปลัดกระทรวงการคลัง ระบุว่า การเยียวยาจะต้องยึดหลักและเป็นไปตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์อย่างชัดเจน ดังนั้นหากระบุในกรมธรรม์ว่าอย่างไร บริษัทประกันภัยก็ต้องดำเนินการจ่ายไปตามนั้น ซึ่งเชื่อว่าในโครงการขนาดใหญ่จะต้องมีการทำประกันภัยอย่างแน่นอน
อย่างไรก็ดี กระบวนการที่จะเร่งหลังจากนี้ คงต้องให้ทางสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ไปเร่งรัดการจ่ายเครมให้เร็วที่สุด โดยต้องยึดกรมธรรม์เป็นหลัก ซึ่งการเร่งรัดให้มีการจ่ายเยียวยาโดยเร็วนั้น จะเป็นประโยชน์กับผูที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งในส่วนนี้ คปภ. จะรับไปดำเนินการ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ฟุ้ง‘กองทุนวายุภักษ์ หนึ่ง’ฉลุย! ลุยจ่ายผลตอบแทนปี68ที่6.09%
‘ปลัดคลัง’ ฟุ้งโชว์ผลงานกองทุนรวมวายุภักษ์ หนึ่ง ฉลุย! สวนทางสภาพตลาดไม่เอื้ออำนวย ลั่นสั่งจ่ายปันผลปี 68 ที่ 6.09% ในวันที่ 22 ม.ค. นี้ พร้อมประเมินแนวโน้มการลงทุนปี 69 ปัจจัยกดดันเบาขึ้น คาดครึ่งปีหลังเห็นโฉมหน้ารัฐบาลใหม่ ชี้ผลกระทบภาษีทรัมป์เลยจุดรุนแรงแล้ว และทุกฝ่ายเตรียมพร้อมรับมือเรียบร้อย
อนุทินส่ายหัว! เครนพระราม 2 ถล่มลั่นปล่อยไว้ไม่ได้
นายกฯ รับรายงานเหตุเครนถล่มถนนพระราม 2 แล้ว จ่อเรียกรายงานรายละเอียด หลังโยนเรื่องกันไปกันมา ลั่นต้องแก้กฎหมาย ก่อนออกอาการส่ายหน้า
จับตาศาลสหรัฐ ตัดสินภาษีทรัมป์ มั่นใจแผนปรับตัว
"ปลัดคลัง" จับตาศาลฎีกาสหรัฐฯ ตัดสิน "ภาษีทรัมป์" ชี้ทุกฝ่ายอย่าเพิ่งตื่นตระหนกล่วงหน้า
งัด3มาตรการ คุม‘เทรดทอง’ สกัดบาทแข็ง
“คลัง” ผนึก “แบงก์ชาติ” เข็น 3 มาตรการคุมธุรกรรมซื้อขายทองออนไลน์
ผบ.ตร. หารืออธิบดีกรมบัญชีกลาง เพิ่มเงินค่าตอบแทนพนักงานสอบสวน
พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พร้อมด้วย พล.ต.ท.ภาณุพงศ์ ชอบเพื่อน ผู้บัญชาการสำนักงานงบประมาณและการเงิน และคณะ ได้เดินทางไปยังกรมบัญชีกลาง

