'ชมรมแพทย์ชนบท' วิเคราะห์ 6 ข้อ อ.ก.พ.สธ.มีมติ 4:3 ปลด 'หมอสุภัทร' เชื่อไม่จบแค่รมว.สธ.

28 ม.ค. 2569- เพจ ชมรมแพทย์ชนบท โพสต์ข้อความ เรื่อง ใครคือไอ้โม่งสั่งปลด หมอสุภัทร???? มีเนื้่อหาดังนี้

​กรณีคณะอนุกรรมการสามัญประจำกระทรวงสาธารณสุข (อ.ก.พ.สธ.) มีมติ 4 ต่อ 3 ปลดนายแพทย์สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ในข้อหาจัดซื้อเอทีเคสำหรับตรวจโควิด-19 ในโครงการแพทย์ชนบทบุกกรุง เมื่อ พ.ศ. 2564 ไม่เป็นไปตาม พ.ร.บ. จัดซื้อจัดจ้าง นั้น กรณีดังกล่าว นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีสาธารณสุข ในฐานะประธาน อ.ก.พ. สาธารณสุข ซึ่งทำหน้าที่ประธานการประชุมพิจารณาเรื่องนี้ ชี้แจงว่า เป็นการประชุมประจำเดือนตามปกติ ไม่มีการกลั่นแกล้ง เป็นไปตามความเห็นของคณะกรรมการสอบสวนวินัย และตนไม่ทราบมาก่อนว่า นายแพทย์สุภัทร ลาออกไปสมัครรับเลือกตั้ง สส.สงขลา

​เรืองนี้ จริงเท็จ ประการใด??

​ข่าววงในจากกระทรวงสาธารณสุขยืนยันว่า เรื่องนี้เป็นคำสั่งตรงจากผู้มีอำนาจเหนือนายพัฒนา
พร้อมพัฒน์ ให้เร่งประชุมพิจารณาเรื่องนี้ โดยมีธงให้ต้องลงโทษวินัยร้ายแรงโดยเร็วในช่วงนี้สถานเดียว

​เรื่องนี้พิจารณาไม่ยาก!!!

​ประการแรก เป็นไปได้หรือที่นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ ในฐานะรัฐมนตรีสาธารณสุข จะไม่รู้ว่านายแพทย์สุภัทร ลาออก ไปสมัคร สส. ที่สงขลา โดยพรรคของนายพัฒนา ก็ส่งผู้สมัครคนสำคัญลงแข่งที่นั่น อีกทั้งนายพัฒนา สังกัดพรรคภูมิใจไทย

​ประการที่สอง ข้อเท็จจริงเรื่องการเร่งรัดประชุมพิจารณาเรื่องนี้เป็นเรื่องตรวจสอบได้ไม่ยาก เพราะก่อนประชุมวันเดียว เรื่องนี้ยังไม่ได้จัดเป็นวาระเข้าพิจารณา แต่มีการบรรจุวาระในบ่ายวันนั้นเอง หากนายพัฒนา ยอมให้มีการตรวจสอบเอกสารหลักฐานอย่างโปร่งใส ความจริงย่อมจะปรากฏ

​ประการที่สาม มติของ อ.ก.พ. สาธารณสุขในเรื่องนี้ ออกมา 4 ต่อ 3 โดยเสียงข้างมาก 4 เสียง
มาจากผู้ที่ถูกสั่งได้ทั้งสิ้น ตามภาพที่ 2 ที่ทำเนียบ ได้แก่ (1) นายพัฒนาเอง (2) ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (3) นพ.กิตติศักดิ์ อักษรวงษ์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต (4) พญ.อัมพร เบญจพรพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย คนใกล้ชิดของเจ้านายนายพัฒนา ซึ่งวันนั้นติดประชุมอยู่ที่จังหวัดตรัง ต้องใช้วิธีประชุมผ่านซูมเข้ามาลงคะแนนให้ได้เป็น “เสียงข้างมาก” ขณะที่ 3 เสียงเห็นแย้ง เป็นบุคคลภายนอก ที่ไม่ยอมถูกสั่งซ้ายหันขวาหัน ซึ่งหนึ่งในนั้น เป็นผู้แทนจาก สำนักงาน ก.พ. ซึ่งเป็นองค์กรกลางบริหารข้าราชการพลเรือนของประเทศ มีหน้าที่ในการรักษาระบบคุณธรรมของระบบราชการโดยตรง

​ประการที่สี่ กรณีสอบสวนวินัยร้ายแรงนายแพทย์สุภัทร เกิดจากนายแพทย์สุภัทร ในฐานะประธานชมรมแพทย์ชนบทออกมาวิพากษ์วิจารณ์นโยบายของรัฐมนตรีสาธารณสุขในขณะนั้น คือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หลายเรื่อง ได้แก่ (1) คัดค้านนโยบายกัญชาเสรี (2) วิจารณ์การจัดซื้อเอทีเคของกระทรวงสาธารณสุขซึ่งแพงเกินเหตุ (3) วิจารณ์การจัดซื้อวัคซีนประสิทธิภาพต่ำจำนวนมากเกินความจำเป็น ซึ่งสภาพัฒน์ก็คัดค้านด้วย ทำให้วัคซีนเหล่านั้นถูกส่งไปให้หมดอายุ และต้องทำลายทิ้งที่โรงพยาบาลอำเภอ และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล จำนวนมาก ผลทำให้ นพ.สุภัทร ถูกสั่งย้ายลดฐานะจาก ผอ.โรงพยาบาลจะนะ ไปเป็น ผอ.โรงพยาบาล สะบ้าย้อย ซึ่งผู้ตรวจราชการกระทรวงที่ถูกบังคับให้ออกคำสั่งย้าย พยายามทัดทาน ก็ถูกข่มขู่ว่า ถ้าไม่ย้าย นพ.สุภัทร ก็จะถูกย้ายเอง และก็ถูกย้ายจริงๆ โดยผู้ตรวจคนใหม่มาเป็นผู้ออกคำสั่งย้าย นพ.สุภัทร

​ประการที่สี่ นายแพทย์สุภัทร ได้ต่อสู้ว่าการจัดซื้อเอทีเค ถูกต้องตามหนังสือสั่งการของคณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ กรมบัญชีกลาง ตามหนังสือกระทรวงการคลังด่วนที่สุด ที่ กค (กวจ) 0405.2 / ว 115 ลงวันที่ 27 มีนาคม 2563 ซึ่งเป็นการปลดล็อคการจัดซื้อพัสดุเพื่อแก้ปัญหาการระบาดใหญ่ของโควิด-19 โดยกรมบัญชีกลางได้ออกข่าวด่วน ฉบับที่ 50/2563 วันที่ 27 มีนาคม 2563 เรื่อง “กรมบัญชีกลางปลดล็อคแนวทางการจัดซื้อยาและอุปกรณ์การแพทย์ให้รวดเร็วขึ้น เพื่อป้องกัน ควบคุมรักษาโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019”
​นอกจากนี้ นพ.สุภัทร ยืนยันว่า เอทีเค ที่จัดซื้อมีคุณภาพสูง ราคาน่าจะถูกกว่าที่กระทรวงจัดซื้อ โดยขอให้คณะกรรมการสอบสวนเปิดเผยราคาที่กระทรวงจัดซื้อ แต่คณะกรรมการก็ไม่ยอมเปิดเผย มุ่งเอาผิด เพื่อจะลงโทษให้ได้

​ประการที่ห้า ตามปกติ เรื่องวินัยร้ายแรง ของข้าราชการ ก่อนเข้าสู่การพิจารณาของ อ.ก.พ.กระทรวง จะผ่านคณะกรรมการกลั่นกรอง ซึ่งประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิหลายท่าน คณะกรรมการกลั่นกรองได้พิจารณาเรื่องนี้แล้ว มีความเห็นให้สอบสวนเพิ่มเติม แต่คณะกรรมการสอบสวนยังไม่มีการสอบสวนเพิ่มเติม เรื่องก็ถูกสั่งให้เข้าสู่การพิจารณาของ อ.ก.พ. กระทรวง และมีมติออกมาดังกล่าว

​ประการที่หก มติ 4 ต่อ 3 นี้ ผู้แทน ก.พ. ใน อ.ก.พ. กระทรวง ได้ขอนำไปพิจารณาดำเนินการตามมาตรา 104 แห่ง พ.ร.บ.ข้าราชการพลเรือนซึ่งเขียนไว้ว่า “ในการดำเนินการของ อ.ก.พ. กระทรวง ....หากผู้แทน ก.พ. ซึ่งเป็นกรรมการใน อ.ก.พ. กระทรวงดังกล่าวเห็นว่าการดำเนินการของผู้บังคับบัญชา หรือ อ.ก.พ.กระทรวงเป็นการไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติหรือปฏิบัติไม่เหมาะสม ให้รายงาน ก.พ.เพื่อพิจารณาดำเนินการตามควรแก่กรณีต่อไป และเมื่อ ก.พ.มีมติเป็นประการใด ให้ผู้บังคับบัญชาสั่งหรือปฏิบัติให้เป็นไปตามที่ ก.พ.มีมติ...”

​เรื่องนี้ น่าจะต้องพาดพิงไปยังผู้สั่งการเหนือนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ ซึ่งการเข้ามา “ยุ่งเกี่ยว” กับเรื่องนี้ เข้าข่ายเป็นการละเมิด “ประมวลจริยธรรมของข้าราชการการเมือง พ.ศ. 2564” ในข้อ 9 ซึ่งกำหนดว่า “ข้าราชการการเมืองต้องปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นธรรมและไม่เลือกปฏิบัติ โดยอย่างน้อยต้องดำรงตน ดังต่อไปนี้ .... (3) ไม่ใช้สถานะหรือตำแหน่งการเป็นข้าราชการการเมือง เข้าไปก้าวก่ายหรือแทรกแซงการปฏิบัติราชการ การดำเนินงาน การบรรจุ แต่งตั้ง โยกย้าย โอน เลื่อนตำแหน่ง เลื่อนเงินเดือน และการดำเนินการทางวินัย หรือการให้พ้นจากตำแหน่งของข้าราชการซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำ...”

​เรื่องนี้คงไม่จบแค่รัฐมนตรีสาธารณสุขเท่านั้น
รอติดตามต่อไป

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'สว.ประพนธ์' ตั้งกระทู้ถาม กองทุน สสส. ข้องใจใช้เงินลงทุนสินทรัพย์ 'พัฒนา' แจงยึดตามกม.

ในการประชุมวุฒิสภา ที่มีนายบุญส่ง น้อยโสภณ รองประธานวุฒิสภาคนที่ 2 ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม วาระพิจารณากระทู้ถามของนพ.ประพนธ์

ชำแหละ! ศึกวิวาทะ 'โรม' VS 'ไอเดียร์' ใครได้เปรียบเสียเปรียบ

นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์การเมือง อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์คลิปพร้อมข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ "ศึกวิวาทะสแกมเมอร์:ไอเดียร์ เสียเปรียบ โรม" ว่า

เต็มๆ ‘ปิยบุตร’ เตือน! พรรคอย่าหลง ‘บันเทิงธิปไตย’ แฉรายวันแต่ไร้สังคมใหม่

ปิยบุตร’ เตือน 4 สิ่งอาจกลืนกินพรรคจนไม่เหลือสภาพที่เคยฝันไว้ ทั้ง ‘บันเทิงธิปไตย-การเมืองล้นเกิน-แฉเปิดโปงรายวัน-พรรคดิจิทัล’ ชี้นัก

'ภท.' สวนฝ่ายค้านเพลาเล่นการเมือง นายกฯ สั่งเร่งช่วยน้ำท่วมเต็มที่

'ธนกร' แจงรัฐบาลลุยแก้น้ำท่วมเต็มที่ วอนฝ่านค้านลดการเมืองลงบ้าง ย้ำนายกฯ กำชับทุกหน่วยงานช่วยเหลือให้เร็วที่สุด เชื่อประชาชนเห็นความจริงใจแก้ปัญหา