ฟุ้ง‘กองทุนวายุภักษ์ หนึ่ง’ฉลุย! ลุยจ่ายผลตอบแทนปี68ที่6.09%

‘ปลัดคลัง’ ฟุ้งโชว์ผลงานกองทุนรวมวายุภักษ์ หนึ่ง ฉลุย! สวนทางสภาพตลาดไม่เอื้ออำนวย ลั่นสั่งจ่ายปันผลปี 68 ที่ 6.09% ในวันที่ 22 ม.ค. นี้ พร้อมประเมินแนวโน้มการลงทุนปี 69 ปัจจัยกดดันเบาขึ้น คาดครึ่งปีหลังเห็นโฉมหน้ารัฐบาลใหม่ ชี้ผลกระทบภาษีทรัมป์เลยจุดรุนแรงแล้ว และทุกฝ่ายเตรียมพร้อมรับมือเรียบร้อย

15 ม.ค. 2569 - นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานของกองทุนรวมวายุภักษ์ หนึ่ง ว่า ในช่วง 1 ปี 3 เดือน ที่เปิดดำเนินการมา จนถึงสิ้นปี 2568 กองทุนฯ สามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ผลประกอบการของกองทุนฯ เติบโตได้ได้ดีกว่าเกณฑ์มาตรฐาน (Benchmark) และสามารถทำผลตอบแทนได้ชนะ Benchmark ด้วยเช่นกัน แม้ว่าสภาพตลาดจะไม่เอื้ออำนวย และจากผลการดำเนินการที่เติบโตอย่างดีนี้ ส่งผลให้กองทุนฯ สามารถประกาศจ่ายเงินปันผลในปี 2568 ที่ 6.09% ซึ่งสูงกว่าผลตอบแทนที่ตั้งเป้าไว้ที่ 3%

“แม้สภาวะตลาดโดยรวมจะไม่เอื้ออำนวย แต่ด้วยกลไกการบริหารที่เน้นความเป็นมืออาชีพ โปร่งใส ยึกหลักธรรมาภิบาล และสามารถตอบได้ทุกคำถามในการลงทุน ด้วยวัตถุประสงค์ของกองทุนที่ถูกจัดตั้งขึ้นมาเพื่อสนับสนุนการออม ส่งผลให้ ณ สิ้นปี 2568 เรามีข่าวดี จากผลประกอบการที่ดีนี้ทำให้สามารถประกาศจ่ายเงินปันผลได้ที่ 6.09% ซึ่งเป็นระดับที่ชนะทุกความท้าทายในช่วงที่ตลาดทุนไม่ดี สะท้อนว่าเราสามารถบริหารได้อย่างเหมาะสม แม้จะมีปัจจัยที่คาดการณ์ได้ยากก็ตาม” ปลัดกระทรวงการคลัง ระบุ

นางชวินดา หาญรัตนกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTAM กล่าวว่า ยืนยันว่ากองทุนฯ มีสภาพคล่องเพียงพอในการจ่ายเงินปันผลอยู่แล้ว โดยเงินปันผลปี 2568 ที่ 6.09% นั้น คิดเป็นวงเงินรวมราว 9 พันล้านบาท โดยในวันที่ 22 ม.ค. 2569 นี้ จะเป็นการจ่ายปันผลครั้งที่ 3 ที่ 4.6% จากในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 จ่ายไปแล้ว 1.75% คิดเป็นวงเงินราว 2 พันกว่าล้านบาท และเมื่อปลายปี 2567 จ่ายไปแล้ว 0.75%

สำหรับกลยุทธ์ในการลงทุนของกองทุนวายุภักษ์นั้น ยังให้น้ำหนักการลงทุนในตลาดหุ้นไทยเป็นหลักกว่า 90% โดยเฉพาะหุ้นที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของประเทศ และกลุ่ม ESG อีกส่วนที่เหลือเน้นลงทุนในตราสารหนี้ที่มีคุณภาพ โดยกองทุนฯ ยังคงเดินหน้าตามแผนการลงทุนที่วางกรอบเอาไว้ตั้งแต่ต้น ขณะเดียวกันได้มีความเข้มข้นในการคัดกรองหุ้นที่จะเข้าไปลงทุน โดยประเด็นเรื่องธรรมาภิบาลเป็นเรื่องที่กองทุนฯ ให้ความสนใจอย่างมาก ดังนั้นหุ้นที่จะลงทุนจะต้องผ่านกลไกการกลั่นกรองอย่างเข้มข้น และต้องมี ESG ด้วย

ขณะที่ภาพรวมการลงทุนในปี 2569 นั้น นางชวินดา มองว่า ปีนี้น่าจะหนักหน่วงน้อยกว่าปีที่ผ่านมา เพราะปัจจัยกดดันต่าง ๆ เริ่มมีความชัดเจนมากขึ้น ทั้งเรื่องทิศทางอัตราดอกเบี้ยในและต่างประเทศที่เริ่มเบาลง ขณะที่เรื่องภูมิรัฐศาสตร์ที่ต้องยอมรับว่าอาจจะยังส่งผลกระทบอยู่ แต่เชื่อว่าสถานการณ์อาจจะไม่ลากยาวเกินไป จึงมองว่าปัจจัยดังกล่าวอาจส่งผลเชิงลบกับตลาดน้อยกว่าปีที่ผ่านมา ส่วนสถานการณ์การเมืองในประเทศก็น่าจะมีความชัดเจนมากขึ้น โดยประเมินว่าภาพใหญ่น่าจะได้เห็นโฉมหน้ารัฐบาลใหม่ได้ภายในไตรมาส 2-3/2569 หรือตั้งแต่ช่วงครึ่งหลังของปีขึ้นไป ไม่น่าจะลากยาวหรือเกิดปัญหาใหญ่อะไรขึ้น ซึ่งปัจจัยทั้งหมดทำให้คาดว่าจะเห็นกิจกรรมต่าง ๆ ในประเทศดำเนินไปได้ปกติ

“ปีก่อนเป็นปีที่หนักหน่วง เพราะมีปัจจัยภายในและภายนอกที่สะท้อนถึงความไม่มั่นใจของตลาดหลายอย่าง ทั้งภาษีสหรัฐฯ, การครบกำหนดมาตรการ LTF, การเมือง และปัจจัยต่าง ๆ ทำให้ความมั่นใจของนักลงทุนสั่นคลอน และปัจจัยใหญ่เลยคือเรื่องภูมิรัฐศาสตร์ และดอกเบี้ยในตลาดโลก ซึ่งกองทุนฯ สามารถพยุงมาได้จนถึงสิ้นปีและสามารถสร้างผลตอบแทนเป็นบวกได้ ส่วนปีนี้น้ำหนักเรื่องดอกเบี้ยและต่างประเทศน่าจะเบาลง ส่วนเรื่องภาษีสหรัฐฯ นั้น เดินมาเกินครึ่งทางที่จะส่งผลกระทบกับทั้งบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ และนอกตลาด ซึ่งมองว่าทุกบริษัทเตรียมพร้อมกันอยู่แล้ว ดังนั้นผลกระทบที่รุนแรงในเรื่องภาษีไม่คิดว่าจะเป็นประเด็น เพราะทุกคนมีการเตรียมความพร้อมรับมือหมดแล้ว” นางชวินดา กล่าว

อย่างไรก็ดี ปัจจุบันกองทุนรวมวายุภักษ์ มีขนาดสินทรัพย์รวมทั้งสิ้น 5 แสนล้านบาท แบ่งเป็น กองทุนฯ ประเภท ก. 1.5 แสนล้านบาท และกองทุนฯ ประเภท ข. ขนาด 3.3 แสนล้านบาท.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘เอกนิติ’ชูไทยช่วยไทยพลัสช่วยเพิ่มยอดขาย หนุนผู้ประกอบการใช้AIอัปสกิลยกระดับธุรกิจ

‘เอกนิติ’ ชูโครงการไทยช่วยไทย พลัส หนุนผู้ประกอบการยกระดับการใช้ AI ช่วยเพิ่มยอดขาย เร่งอัปสกิลร้านอาหารไทยใช้ AI ยกระดับธุรกิจจริง ด้าน LINE MAN Wongnai เปิดตัว ‘Wongnai Genie’ AI ผู้ช่วยสำหรับร้านอาหาร

ศุลกากรภาค 2 จับสินค้าเถื่อนมูลค่ากว่า 238 ล้านบาท

ศุลกากรภาค 2 จับกุม เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า เครื่องสำอาง เครื่องใช้ไฟฟ้า และของใช้อื่นๆ เมืองกำเนิดต่างประเทศ  มูลค่ากว่า 238 ล้านบาท