'ธปท.' จ่อออกประกาศคุมเทรดทองผ่านแอป ยันไม่กระทบรายย่อย หวังช่วยสกัดบาทแข็ง

‘แบงก์ชาติ’ เตรียมออก 2 ประกาศคุมซื้อขายทองผ่านแอปพลิเคชันในรูปเงินบาท เล็งกำหนดลิมิต 50-100 ล้านบาทต่อคนต่อวัน บี้ 15 แอปรายงานธุรกรรมยิบ พร้อมย้ำไม่กระทบรายย่อย-ไม่คุมแอปดอลลาร์ หวังสกัดบาทแข็งโป๊ก

21 ม.ค. 2569 – นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ภายในวันที่ 23-29 ม.ค.นี้ ธปท.จะออกประกาศเจ้าพนักงาน รวม 2 ฉบับ 2 ครั้ง เพื่อควบคุมการซื้อขายทองคำผ่านแอปพลิเคชัน โดยประกาศฉบับที่ 1 ให้ส่งข้อมูล ซึ่งจะมีผลเฉพาะแอปพลิเคชัน 15 แอปพลิเคชัน ที่มีการซื้อขายทองเป็นสกุลเงินบาทเท่านั้น โดยจะต้องนำส่งข้อมูล เช่น ข้อมูลว่า ใครซื้อ ใครขาย เกินจุดที่ ธปท.ต้องการเข้าไปมอนิเตอร์ เช่น 20 ล้านบาท ซึ่งเป็นการซื้อขายต่อวัน จะต้องส่งข้อมูลให้ธปท.เห็น เนื่องจากมีผลกระทบต่อค่าเงิน

ทั้งนี้ ยืนยันว่า ไม่ได้ควบคุมแอปพลิเคชันที่มีการซื้อขายทองเป็นดอลลาร์ และไม่ได้ควบคุมการซื้อขายทองผ่านหน้าร้านทอง โดยปัจจุบันการซื้อขายทองผ่านแอปพลิเคชันในรูปสกุลเงินบาทมีสัดส่วนราว 30-40% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งประเทศในแต่ละวัน และการออกประกาศนี้จะทำให้ ธปท. มีฐานข้อมูลที่เพียงพอ ในการออกคำสั่งที่เข้มงวดต่อไป

ประกาศฉบับ 2 ประกาศเจ้าพนักงาน โดยการออกการควบคุม เช่น กำหนดเพดาน (ลิมิต) ว่า ในแต่ละวันสามารถซื้อขายทองในรูปเงินบาทผ่านแอปพลิเคชันต้องห้ามเกินกี่ล้านบาท ซึ่งเบื้องต้นคาดว่าจะอยู่ที่ 50-100 ล้านบาทต่อคนต่อวัน โดยไม่นับรวมคนที่ซื้อก่อนจะมีการประกาศฉบับดังกล่าว ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวนั้น คาดว่าจะใช้เวลา 1 เดือนหลังออกประกาศ เนื่องจากจะต้องให้ผู้ค้าทองมีการทำระบบด้วย ซึ่งอาจจะเริ่มบังคับใช้ 1 มี.ค. 2569 เป็นต้นไป

“ขอให้มั่นใจว่าไม่กระทบกับรายย่อยและคนที่มีของอยู่แล้วอย่างแน่นอน สำหรับปัจจุบันจากการขอความร่วมมือ พบว่า คนที่เทรดเกิน 50 ล้านบาทต่อวันมีจำนวนคน สัดส่วน 1% นิดๆ เท่านั้น ซึ่งการออกประกาศดังกล่าว หรือการเข้าไปดูแลทองคำนั้น สิ่งที่จะได้คือ ผลกระทบต่อค่าเงินบาท ที่แข็งอยู่แล้วและแข็งขึ้นไป และอีกส่วนจะได้การป้องปรามเรื่องทุนเทาในอนาคต เนื่องจากไม่ได้มีการทำย้อนกลับสำหรับบุคคลที่ซื้อมาแล้วก่อนหน้า” ผู้ว่าการ ธปท. ระบุ

นายวิทัย ยังกล่าวยอมรับถึงสถานการณ์เงินบาทในขณะนี้ ว่า เมื่อวันที่ 21 ม.ค. 2569 ได้หลุด 31 บาทต่อดอลลาร์แล้ว มาจาก 2 ปัจจัย คือ 1.ทอง โดยที่ผ่านมามี flow ขายดอลลาร์จากร้านทอง 35% และ 2. มีเงินไหลเข้ามาลงทุนในประเทศ จาก Non-resident ที่เข้ามาลงทุน หรือ เข้ามาทำธุรกิจในไทย

ขณะเดียวกันยังมีความเข้าใจผิดว่า ธปท.สามารถดำเนินการเรื่องเงินบาทได้ตลอดเวลา หรือ ธปท.คุมค่าเงิน โดยยืนยันว่า การแลกเปลี่ยนซื้อดอลลาร์ขายดอลลาร์ต่อบาท ซื้อบาทขายบาท เป็นตลาดเสรี โดยธปท.ไม่ได้อยู่ในตลาด ซึ่งเป็นการซื้อขายในตลาด ดังนั้น ร้านเงิน ธนาคารพาณิชย์ที่ซื้อขายดอลลาร์ก็เป็นการซื้อขายกันเอง ธปท.จะเข้าไปอยู่ในตลาดเมื่อต้องการซื้อ หรือขายดอลลาร์ จากการเข้าไปแทรกแซง (intervene) ตลาด เช่น เห็นดอลลาร์แข็งค่าเร็วผิดปกติ เป็นต้น

สำหรับการเข้าไปดูแลค่าเงินบาท ทำได้ 2 แนวทาง คือ 1.ใส่ข้อจำกัดบางอย่าง เช่น ใครจะนำดอลลาร์เข้าประเทศเกิน 200,000 ดอลลาร์จะต้องตรวจแหล่งที่มาของรายได้ 2.ตรวจร้านทองที่มาทำธุรกรรม ขายดอลลาร์ซื้อบาท โดยจะต้องมีใบขายทองจริง

ผู้ว่าการ ธปท. ยังกล่าวถึงกรณีที่มีข้อเสนอให้เปลี่ยนกรอบเป้าหมายจากการใช้การกำหนดกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อ (Inflation Targeting) เป็นเป้าหมายอัตราแลกเปลี่ยน (Exchange rate targeting) ว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ ที่จะต้องคิดให้รอบคอบว่า การเปลี่ยนจาก Inflation Targeting เป็น Exchange rate targeting ทั้ง 2 ข้างมีข้อดี-ข้อเสีย ซึ่งจะต้องคิดวิเคราะห์ด้วยความระมัดระวัง และต้องประเมินว่าข้อด้อยของ Inflation Targeting ในปัจจุบัน มันด้อยมากจนจำเป็นต้องเปลี่ยนไปสู่ระบบใหม่หรือไม่ และระบบใหม่มีข้อด้อยอย่างอื่นแน่นอน ซึ่งข้อด้อยนั้น มัน impact น้อยกว่า ข้อด้อยของ Inflation ปัจจุบันหรือไม่

เพิ่มเพื่อน