เพื่อนหาย

บรรยากาศหน้าห้องรับหนังสือร้องเรียนหลังจากการเลือกตั้ง สส. ที่สำนักงาน กกต. คนยังเนืองแน่นเหมือนเดิม แต่ที่ยังเห็นหน้าค่าตากันจนเป็นขาประจำ ก็คงหนีไม่พ้น อัครวัฒน์ พงศ์ธนาชลิตกุล จากกลุ่ม สว.สำรอง ที่นำเอกสารมายื่นเรื่องร้องเรียนด้วยสีหน้าเคร่งเครียดประหนึ่งแบกโลกไว้ทั้งใบ นั่งรอเจ้าหน้าที่ตรวจรับเอกสารอยู่นานสองนาน

เป็นจังหวะพอดีกับที่ อ.สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต.ฝีปากกล้า มาปรากฏตัวให้สัมภาษณ์สื่อ ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งที่ผ่านมา งานนี้ อัครวัฒน์ เลยได้ทีไปยืนสแตนด์บายอยู่ข้างหลังกล้อง ส่งสายตาปริบๆ เหมือนอยากจะบอกสื่อว่า “สัมภาษณ์อาจารย์เสร็จแล้ว อย่าเพิ่งรีบเก็บไมค์นะ มาทางนี้ด้วย” 

โดยประเด็นที่สัมภาษณ์คือยื่นหนังสือให้ กกต.พิจารณาอย่างรอบคอบ หลังมีข่าวว่าคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงคดีฮั้วชุดที่ 36 เตรียมชงข้อสรุปเข้าที่ประชุมใหญ่ กกต.เร็วๆ นี้

แต่ที่น่าจับสังเกตจนกลายเป็นประเด็นในวงหลังกล้องก็คือ “ยอดสมาชิก” ที่เคยประกาศตัวว่าเป็นทีมเหนียวแน่น จากเดิมเคยยกโขยงมากันเป็นกองทัพร่วม 20 ชีวิต เดินตบเท้าเข้า กกต.กันฝุ่นตลบทุกสัปดาห์ นานตลอด 1 ปีกว่า แต่พักหลังกลับค่อยๆ น้อยลงเรื่อยๆ ล่าสุดเห็นมากันแค่ 2 คนถ้วน แม้แต่แม่ทัพใหญ่อย่าง พล.ต.ท.คำรบ ปัญญาแก้ว ที่เคยเป็นหัวใจของกลุ่ม สว.สำรอง ก็หายหน้าหายตาไปหลายรอบติดต่อกันแล้ว จนหลายคนเริ่มตั้งคำถามว่า “วงแตก” หรือเปล่า?

พอสบโอกาสสัมภาษณ์จบ จึงเข้าไปถามนอกรอบถึงเพื่อนพ้องน้องพี่ สว.สำรองคนอื่นๆ ว่าหายไปไหนกันหมด ไฉนทิ้งให้ท่าน อัครวัฒน์ มาฉายเดี่ยวแบบนี้ เจ้าตัวรีบแก้เกี้ยวทันควันว่า “ยังอยู่กันครบ ทีมเรายังเหนียวแน่นครับ” แต่พอถามย้ำว่าแล้วตอนนี้อยู่ไหนกัน เจ้าตัวแอบขำไม่ออก ตอบกลับมาว่า “พวกเขายังอยู่ข้างหลังครับ แต่อยู่ไกลมากจนมองไม่เห็นเลยตอนนี้” ฟังแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจแทน เพราะความหมายของคำว่า “ไกลจนมองไม่เห็น” มันช่างกว้างไกลเหลือเกิน ไม่รู้ว่าไกลเพราะกำลังเร่งหาหลักฐาน หรือไกลเพราะเริ่มถอดใจไม่อยากออกหน้าให้เจ็บตัวแล้วกันแน่ ปล่อยให้ อัครวัฒน์ สู้ฟัดเรื่องฮั้ว สว. อยู่ลำพังแบบนี้ ดูไปดูมาก็ชวนให้นึกถึงสำนวน “เพื่อนกินหาง่าย เพื่อนตายหายาก” จริงๆ จนผู้สื่อข่าวเองก็ขำไม่ออกเหมือนกัน ฟังแล้วก็ได้แต่สงสาร.

วอชเชอร์

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ฤกษ์สะดวก

เก็บตกการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษ เมื่อค่ำวันจันทร์ที่ 6 เมษายนที่ผ่านมา บรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคัก ตามประสาของคนเข้ารับตำแหน่งใหม่ๆ จิตใจเบิกบาน

สั่งวันนี้ เสร็จเมื่อวานซืน

“สั่งวันนี้ เสร็จเมื่อวานซืน” ไม่ใช่แค่วลีขำๆ แต่กำลังจะกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของรัฐบาลชุดนี้หรือไม่ หลัง “นายกฯหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย

น้ำใจการเมือง

ขณะที่อุณหภูมิและการเมืองไทยกำลังร้อนระอุ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องในสภาหรือนอกสภา แต่ทว่าในบรรยากาศของความโศกเศร้าที่เกิดขึ้น ณ วัดบางบอน เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา กลับมีภาพความประทับใจที่ทำให้คนการเมืองต้องหันมามองด้วยรอยยิ้ม

‘ในฐานะประชาชนคนหนึ่ง’

ช่วงนี้ถือว่าเป็นช่วงหน้าร้อนของประเทศไทย ซึ่งผลกระทบของอากาศร้อนนั้นมีมากมาย แต่ปัญหาหนักที่สุดคือเรื่องฝุ่น PM 2.5 ที่ทั้งประเทศไทยได้รับผลกระทบอยู่ในขณะนี้ โดยเฉพาะบริเวณภาคเหนือที่มีผู้ได้รับผลกระทบเป็นจำนวนมากและเป็นวงกว้าง

ชงแก้ต้นตอฝุ่นพิษ

ตอนนี้พื้นที่ภาคเหนือยังจมฝุ่น PM 2.5 เรียกว่าเข้าขั้นวิกฤตในหลายจังหวัด โดยเฉพาะที่จังหวัดเชียงใหม่ติดอันดับ 1 ของโลกเรื่องมลภาวะค่าฝุ่น PM 2.5 และยังแก้ไม่ได้เด็ดขาด ทำประชาชนเดือดร้อนสาหัส

ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น

ชัดถ้อย ชัดคำ ไม่ต้องอ่านสคริปต์ อภิปรายความเดือดร้อนประชาชนแบบเข้าใจปัญหา ต้องบอกว่า ก๊อปปี้ร่าง มิสเตอร์เกษตร-สัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ สส.ชัยภูมิ เขต 3 พรรคภูมิใจไทย ผู้เป็นพ่อมาเลย