'ปากกาลดน้ำหนัก' เทรนด์ฮิตที่ทุกคนต้องรู้ก่อนใช้….ไอเทมวิเศษหรือกับดักสุขภาพ?

เมื่อไถฟีดโซเชียลมีเดีย ภาพรีวิว ‘ปากกาลดน้ำหนัก’ มักปรากฏขึ้นให้เห็นอยู่เสมอ จนหลายคนเริ่มเชื่อว่านี่คือ ‘ไม้กายสิทธิ์’ ที่ช่วยเสกหุ่นผอมเพรียวได้ในเวลาไม่นาน แต่ในมุมมองทางการแพทย์ ความจริงของยากลุ่มนี้ยังมีรายละเอียดและข้อควรระวังมากกว่าที่เห็นในโลกออนไลน์

3 ก.พ. 2569 – พญ. อารีสา มโนชญ์ปิติพงศ์ อายุรแพทย์โรคต่อมไร้ท่อและเมแทบอลิซึม โรงพยาบาลพระรามเก้า ให้ข้อมูลว่า ปากกาลดน้ำหนักเป็นยาทางการแพทย์ที่มีตัวยาสำคัญอยู่ในกลุ่ม Human Glucagon-like Peptide-1 (GLP-1) ซึ่งจะออกฤทธิ์เลียนแบบฮอร์โมน ทำหน้าที่ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและความรู้สึกหิว-อิ่ม

“ปากกาฉีดลดน้ำหนักไม่ได้ทำหน้าที่เผาผลาญไขมันโดยตรง แต่ช่วยปรับพฤติกรรมการกิน โดยออกฤทธิ์ต่อศูนย์ควบคุมความหิวอิ่ม ทำให้รู้สึกอิ่มเร็ว กินได้น้อยลง และอิ่มได้นานขึ้น หากใช้ได้อย่างเหมาะสม จะช่วยให้การควบคุมน้ำหนักเป็นไปอย่างปลอดภัยมากขึ้น”

พญ. อารีสา ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ปากกาฉีดลดน้ำหนักไม่ใช่ยาที่สามารถใช้ได้กับทุกคน จำเป็นต้องผ่านการประเมินจากแพทย์ โดยทั่วไปเหมาะสำหรับผู้ที่มีค่าดัชนีมวลกาย (BMI) ตั้งแต่ 30 ขึ้นไป หรือผู้ที่มี BMI ตั้งแต่ 27 ขึ้นไปและมีโรคร่วมที่เกี่ยวข้องกับภาวะอ้วน เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง ไขมันพอกตับ หรือภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

สำหรับผู้ที่มีข้อห้ามในใช้ยากลุ่มนี้ ได้แก่ ผู้ที่มีประวัติมะเร็งต่อมไทรอยด์ชนิด Medullary Thyroid Carcinoma หรือมีประวัติบุคคลในครอบครัวเป็นโรคดังกล่าว หญิงตั้งครรภ์หรืออยู่ระหว่างให้นมบุตร เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี ส่วนผู้ที่มีปัญหานิ่วในถุงน้ำดี มีภาวะไตวาย ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยา

ในด้านผลข้างเคียง อาจพบอาการคลื่นไส้ อาเจียน ท้องอืด แน่นท้อง หรือท้องผูก โดยเฉพาะในช่วงเริ่มต้นการใช้ยา หรือช่วงปรับขนาดยา ซึ่งส่วนใหญ่อาการจะค่อย ๆ ดีขึ้นเมื่อร่างกายสามารถปรับตัวได้ ยาไม่ได้ทำให้เกิดภาวะไตวายหรือถุงน้ำดีอักเสบโดยตรง แต่การใช้ยาไม่เหมาะสม เช่น ใช้ขนาดยาสูงเกินไปจนเกิดอาการอาเจียนรุนแรงและภาวะขาดน้ำ อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนทางสุขภาพได้

พญ. อารีสา เน้นย้ำว่า การลดน้ำหนักอย่างปลอดภัยยังคงต้องอาศัยการดูแลด้านโภชนาการเป็นหลัก ผู้ที่ใช้ยาควรรับประทานอาหารให้เพียงพอต่อความต้องการพื้นฐานของร่างกาย เน้นโปรตีนในทุกมื้อ เลือกคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน ไม่จำเป็นต้องงดแป้งทั้งหมด หลีกเลี่ยงอาหารทอด ไขมันสูง และหวานจัด พร้อมทั้งกินช้า เคี้ยวให้ละเอียด และหยุดรับประทานเมื่อรู้สึกอิ่ม

นอกจากนี้ การดื่มน้ำวันละอย่างน้อย 1.5–2 ลิตร การจิบน้ำบ่อย ๆ โดยเฉพาะในผู้ที่มีอาการคลื่นไส้ รวมถึงการออกกำลังกายระดับเบาถึงปานกลาง เช่น เดินเร็ว ว่ายน้ำ หรือเวทเทรนนิ่งเบา ๆ เพื่อรักษามวลกล้ามเนื้อ ล้วนเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยให้การควบคุมน้ำหนักมีประสิทธิภาพและปลอดภัยยิ่งขึ้น

ปากกาลดน้ำหนักไม่ใช่ไอเทมวิเศษ แต่เป็นหนึ่งเครื่องมือที่ช่วยให้การปรับพฤติกรรมทำได้ง่ายขึ้น หากใช้อย่างถูกต้อง ภายใต้การดูแลของแพทย์ และควบคู่กับวินัยในการดูแลสุขภาพ ซึ่งหากใช้ผิดวิธี อาจกลายเป็นผลเสียต่อสุขภาพได้โดยไม่รู้ตัว

เพิ่มเพื่อน