OR โชว์ปี 2568 กำไรสุทธิ 11,304 ล้านบาท

OR เผยปี 68กำไรสุทธิ 11,304 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 3,654 ล้านบาท คิดเป็น 47.8% จากปีก่อน  แจง มีธุรกิจ Lifestyle ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ  และการบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่ายดำเนินงานมีประสิทธิภาพ

10 ก.พ. 2569 – หม่อมหลวงปีกทอง ทองใหญ่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR เปิดเผยถึงผลการดำเนินการปี 2568 มีรายได้ขายและบริการ 658,723 ล้านบาท ลดลง 65,235 ล้านบาท หรือลดลง 9.0% จากปี 2567 ตามทิศทางการปรับลดลงของราคาน้ำมันในตลาดโลก ประกอบกับปริมาณจำหน่ายที่ลดลง อย่างไรก็ตาม OR สามารถบริหารจัดการต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้มี EBITDA จำนวน 20,357 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2,691 ล้านบาท หรือคิดเป็น 15.2% จากปีก่อนหน้า โดยการเติบโตดังกล่าวมาจากผลการดำเนินงานของกลุ่มธุรกิจ Mobility จากกำไรขั้นต้นเฉลี่ยต่อลิตรที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะน้ำมันอากาศยานและน้ำมันดีเซล ขณะที่กลุ่มธุรกิจ Lifestyle มีผลการดำเนินงานปรับตัวดีขึ้นจากธุรกิจค้าปลีกอาหารและเครื่องดื่มที่มีกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะ Café Amazon ซึ่งยังคงได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคเป็นอย่างดี ประกอบกับการควบคุมค่าใช้จ่ายดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพจากการยุติธุรกิจที่ผลประกอบการไม่เป็นไปตามแผนในปี 2567

สำหรับผลการดำเนินงานในไตรมาส 4/2568 OR มีรายได้จากการขายและบริการจำนวน 155,535 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.3% จากไตรมาสก่อนหน้า ตามปัจจัยฤดูกาล โดยกลุ่มธุรกิจ Mobility มีรายได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากปริมาณจำหน่ายที่ขยายตัว โดยเฉพาะน้ำมันอากาศยานและน้ำมันดีเซล ในขณะที่กลุ่มธุรกิจ Lifestyle มีรายได้เพิ่มขึ้นจากทั้งธุรกิจค้าปลีกอาหารและเครื่องดื่ม และธุรกิจค้าปลีกอื่น ๆ ส่วนกลุ่มธุรกิจ Global มีรายได้ปรับลดลงจากปริมาณจำหน่ายที่ชะลอตัวในบางประเทศ ทั้งนี้ ในไตรมาสดังกล่าว OR มี EBITDA จำนวน 4,443 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 2,078 ล้านบาท ลดลงจากไตรมาสก่อนหน้า จาก ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่ปรับเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ในปี 2568 OR มีกำไรสุทธิจำนวน 11,304 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 3,654 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 47.8% คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 0.94 บาท

ทั้งนี้ OR ยังคงเดินหน้าขับเคลื่อนองค์กรภายใต้แนวคิดการเติบโตอย่างยั่งยืน ควบคู่กับการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้ตลอดห่วงโซ่คุณค่า โดยให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างความแข็งแกร่งของธุรกิจ Lifestyle ตลอดทั้ง Value Chain  ควบคู่กับการยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานของธุรกิจ Mobility และการบริหารความเสี่ยงในธุรกิจ Global อย่างรอบคอบ เพื่อยกระดับประสบการณ์ผู้บริโภค สร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ และส่งมอบคุณค่าร่วมให้กับสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม โดยมุ่งพัฒนา OR Ecosystem ให้เป็นแพลตฟอร์มที่เชื่อมโยงทุกไลฟ์สไตล์ รองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต และสร้างการเติบโตที่มั่นคงในระยะยาว หม่อมหลวงปีกทอง กล่าว

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ศิริโชค' แย้งเอาราคาน้ำมันไปเทียบกับทอง ฟังดูเหมือนจะใช่ แต่จริงแล้วคนละเรื่อง

อดีตสส.ปชป. บอกถ้ารัฐจะยืนบนหลักตลาดน้ำมัน ก็ต้องยืนให้สุด แต่ถ้าจะกำกับ ก็ต้องยอมรับว่า ต้องมีความเป็นธรรม มากกว่านี้ ไม่ใช่ปล่อยให้กำไรไหลทางเดียว

ปานเทพ งัดราชกิจจาฯ สะกิด 'พี่แต๋ม' น้ำมัน-ก๊าซปิโตรเลียมเหลว เป็นสินค้าบริการควบคุมตามกม.

ปานเทพ ชี้กกร. ออกแถลงข่าวกระทรวงพาณิชย์ไม่มีอำนาจ โดยอ้างคำพิพากษาศาลปกครองและศาลปกครองสูงสุดเพราะในเวลานั้น ยังไม่มีมติคณะรัฐมนตรีที่เปลี่ยนไปแล้ว และยังไม่มีประกาศคณะกรรมการฯฉบับนี้

ไม่สะดุด! รพ.ขอนแก่นบริการปชช.ปกติ พร้อมช่องทางพิเศษ 'รถฉุกเฉิน' เติมน้ำมัน

รพ.ขอนแก่นยืนยันให้บริการประชาชนได้ตามปกติ หลังปรับแผนบริหารจัดการยาและน้ำมันมาตั้งแต่ต้นปี พร้อมประสานงานร่วม สสจ.และปั้มน้ำมันเปิดช่องพิเศษให้ฉุกเฉินเติมน้ำมันได้ตลอดเวลา รับมือภาวะฉุกเฉินตลอด 24 ชม.

“สติธร” ชี้ รัฐบาลแก้เกมพลังงานตรงจุด เลิกตรึงราคา-หันช่วยเป้าเฉพาะ แนะ 3 มาตรการเร่งด่วน สกัดกักตุน-เปิดต้นทุน-ดึงประชาชนร่วมตรวจสอบ

วันที่ 28 มีนาคม 2569 — ดร.สติธร ธนานิธิโชติ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้ความเห็นต่อแนวทางการแก้ปัญหาพลังงานของรัฐบาล ท่ามกลางวิกฤติความตึงเครียดในตะวันออกกลางว่า

’ศุภจี‘ ย้ำคุมเข้มราคาสินค้า เตรียมแผนแก้ข้าวแกงแพง

ที่ทำเนียบรัฐบาล นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ กล่าวในงาน Meet the Press ในหัวข้อ “1 เดือนวิกฤตโลก : แผนรับมือไทยในโลกที่ไม่เหมือนเดิม” ถึงสถานการณ์ราคา

'เอกนิติ' ย้ำใช้ภาษีปชช.ดูแลทุกกลุ่ม งัดกลไกทั้งหมดชะลอผลกระทบ!

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวในงาน Meet the Press “1 เดือนใน