ทอท.กำไร 4.65 พันล้าน ผู้โดยสารทะลุ 34.47 ล้านคน

ทอท.โชว์กำไรไตรมาสแรก 4.65 พันล้าน ผู้โดยสารทะลุ 34.47 ล้านคน เร่งลงทุนโครงการฯเพิ่มขีดความสามารถรองรับผู้โดยสาร 214.5 ล้านคนต่อปีภายในปี 2577 พร้อมดันรายได้การบิน–พาณิชย์ เสริมฐานะการเงินแข็งแกร่งกว่าหมื่นล้านบาท

13 ก.พ. 2569 – นางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท.เปิดเผยผลการดำเนินงานงวด 3 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2569 (ตุลาคม–ธันวาคม 2568) ว่า บริษัทมีรายได้จากกิจการการบินจำนวน 8,863.27 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 58.85 ล้านบาท หรือร้อยละ 0.67 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้มีรายได้รวมทั้งสิ้น 17,332.42 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 4,652.62 ล้านบาท ลดลง 691.68 ล้านบาท ร้อยละ 12.94 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน 

สำหรับปริมาณการจราจรทางอากาศ ณ ท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่งในความรับผิดชอบของ ทอท.ได้แก่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ดอนเมือง เชียงใหม่ แม่ฟ้าหลวง เชียงราย  ภูเก็ต และหาดใหญ่ มีจำนวนเที่ยวบินรวม 208,281 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.82 แบ่งเป็นเที่ยวบินระหว่างประเทศ 116,594 เที่ยวบิน และเที่ยวบินภายในประเทศ 91,687 เที่ยวบิน ขณะที่มีผู้โดยสารใช้บริการรวม 34.47 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.50 โดยเป็นผู้โดยสารระหว่างประเทศ 20.92 ล้านคน และผู้โดยสารภายในประเทศ 13.55 ล้านคน

โดยการเพิ่มขึ้นของปริมาณผู้โดยสารดังกล่าว ส่งผลให้อัตราการใช้ประโยชน์โครงสร้างพื้นฐาน (Utilization Rate) ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และบางท่าอากาศยานเริ่มเข้าใกล้ระดับขีดความสามารถสูงสุด (Capacity Constraint) สะท้อนความจำเป็นเร่งด่วนในการขยายศักยภาพสนามบินทั้ง 6 แห่ง เพื่อรองรับการเติบโตในระยะต่อไป โดยตามแผนแม่บทเมื่อดำเนินการแล้วเสร็จภายในปี 2577 จะทำให้ AOT มีขีดความสามารถรองรับผู้โดยสารรวมประมาณ 214.5 ล้านคนต่อปี รองรับการเติบโตของเที่ยวบินและผู้โดยสารได้อย่างมั่นคงในระยะยาว

ทั้งนี้ ในด้านยุทธศาสตร์รายได้ AOT เดินหน้าปรับโครงสร้างรายได้เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยผลักดันรายได้จากกิจการการบิน ผ่านมาตรการจูงใจสายการบินให้เปิดเส้นทางใหม่และเพิ่มความถี่เที่ยวบิน ณ ท่าอากาศยานในสังกัด พร้อมทั้งเตรียมปรับอัตราค่าบริการผู้โดยสารขาออก (Passenger Service Charge: PSC) ให้เหมาะสม ซึ่งคาดว่าจะเริ่มบังคับใช้ได้ภายในกลางปี 2569 และจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งทางการเงินเพิ่มขึ้นอีกกว่าหมื่นล้านบาท

ขณะเดียวกัน บริษัทเร่งขยายสัดส่วนรายได้ที่ไม่เกี่ยวกับกิจการการบิน (Non-Aeronautical Revenue) เพื่อลดความผันผวนจากการพึ่งพาธุรกิจการบินเพียงด้านเดียว โดยเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนเข้ามาร่วมลงทุนพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์รอบสนามบิน โครงการที่ได้รับอนุมัติแล้ว ได้แก่ สถานีชาร์จรถโดยสารไฟฟ้า ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ มูลค่ากว่า 40 ล้านบาท และการเตรียมเปิดประมูลพื้นที่ 17 ไร่ ณ ท่าอากาศยานหาดใหญ่ มูลค่าการลงทุนกว่า 75 ล้านบาท รวมถึงการเปิดให้ลงทุนกิจกรรมหลากหลายรูปแบบ อาทิ โรงแรมและโครงการแบบผสมผสาน (Mixed-use) เพื่อยกระดับประสบการณ์ผู้โดยสารให้ทันสมัยและครบวงจรมากยิ่งขึ้น

นางสาวปวีณา กล่าวเพิ่มเติมว่า แนวโน้มผลการดำเนินงานในช่วง 9 เดือนที่เหลือของปีงบประมาณ 2569 ยังมีทิศทางเติบโตต่อเนื่อง ตามการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและการเพิ่มความถี่เที่ยวบินของสายการบินทั้งในและต่างประเทศที่ทยอยกลับสู่ระดับปกติ ส่งผลให้รายได้จากทั้งกิจการการบินและกิจการที่ไม่เกี่ยวกับการบินมีแนวโน้มขยายตัวควบคู่กัน

เพิ่มเพื่อน