แบล็ค แอนด์ วิชช์ มองนโยบายภาครัฐสนับสนุนการลงทุนด้านพลังงานและโครงสร้างพื้นฐานแกร่ง จุดแข็งดึงดูดกลุ่มดาต้าเซ็นเตอร์จากต่างชาติลงทุนไทย
17 ก.พ. 2569 -นาย เจริน ราจ กรรมการผู้จัดการและหัวหน้าภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและอินเดีย บริษัท แบล็ค แอนด์ วิชช์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ Black & Veatch บริษัทดำเนินธุรกิจวิศวกรรมและโครงสร้างพื้นฐาน เปิดเผยว่า เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังคงเป็นภูมิภาคที่มีความต้องการโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากการขยายตัวทางเศรษฐกิจและการเร่งลงทุนด้านดิจิทัล โดยประเทศไทย ถือเป็นตลาดสำคัญที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง ทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐานและนโยบายที่เอื้อต่อการลงทุนโดยเฉพาะในอุตสาหกรรมดาต้าเซ็นเตอร์ที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว
ทั้งนี้การขยายตัวของดาต้าเซ็นเตอร์ และการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด การเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลและเทคโนโลยี AI กำลังผลักดันให้ความต้องการไฟฟ้าเพิ่มสูงขึ้น ขณะเดียวกันรัฐบาลไทยยังกำหนดนโยบายและกฎระเบียบที่เอื้อต่อการลงทุนในภาคพลังงาน และโครงสร้างพื้นฐานมากขึ้น ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญสำหรับเราในการขยายธุรกิจ โดยในปี 2569 หากประเมินในภาพรวม คาดจะมีโครงการในประเทศไทย 4-5 โครงการที่มีแนวโน้มจะพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยหลายโครงการยังอยู่ในขั้นตอนที่แตกต่างกัน ตั้งแต่การให้คำปรึกษาเบื้องต้น การศึกษาความเป็นไปได้ ไปจนถึงขั้นตอนการออกแบบวิศวกรรมและการวางแผนเชิงลึก
นาย เจริน ราจ กล่าวว่า นโยบายต่าง ๆ จากภาครัฐกำลังดำเนินไปในทิศทางที่เหมาะสม โดยเฉพาะการสร้างสภาพแวดล้อมเชิงนโยบายที่เอื้อต่อการพัฒนาระบบพลังงานและการลงทุนในดาต้าเซ็นเตอร์ มีทิศทางไปในเชิงบวกเกี่ยวกับการกำหนดนโยบาย เพื่อให้มั่นใจได้ว่าระบบไฟฟ้ามีความน่าเชื่อถือ และส่งเสริมการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน ตลาดไทยยังมีเสถียรภาพสูงเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคเดียวกัน โดยเสถียรภาพดังกล่าวถือเป็นจุดแข็งสำคัญของประเทศไทย และเป็นปัจจัยที่ช่วยดึงดูดการลงทุนระยะยาว ซึ่งควรรักษาและต่อยอดให้เกิดความต่อเนื่อง ในอนาคต
“ประเทศไทยเป็นตลาดที่มีความน่าสนใจและเติบโตอย่างรวดเร็ว ด้วยจำนวนประชากรราว 70 ล้านคน จึงถือเป็นตลาดขนาดใหญ่และมีความต้องการในระยะยาว ประเทศไทยยังมีสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่มั่นคง พร้อมโครงสร้างพื้นฐานที่ได้รับการพัฒนาแล้ว ระบบโครงข่ายไฟฟ้ามีความน่าเชื่อถือในระดับที่ดี และระบบนิเวศโดยรวม เอื้อต่อการดำเนินธุรกิจด้วยความคาดการณ์ได้และมีเสถียรภาพ ปัจจัยเหล่านี้ล้วนมีความสำคัญต่อผู้ประกอบการดาต้าเซ็นเตอร์ในการตัดสินใจลงทุน จึงเชื่อว่านี่คือเหตุผลหลักที่ทำให้หลายบริษัทขนาดใหญ่ให้ความสนใจประเทศไทย”นาย เจริน ราจกล่าว
นาย เจริน ราจกล่าวว่า แบล็ค แอนด์ วิชช์ มีประสบการณ์ด้านโครงสร้างพื้นฐานพลังงานและน้ำมากกว่า 100 ปี โดยให้บริการครอบคลุมตั้งแต่การให้คำปรึกษา การวางแผนและออกแบบ ไปจนถึงการส่งมอบโครงการและการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน เพื่อช่วยให้องค์กรสามารถพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่มีความยั่งยืนและคุ้มค่าในระยะยาว สำหรับประเทศไทย บริษัทดำเนินธุรกิจมาอย่างต่อเนื่องเกือบ 60 ปี และที่ผ่านมาได้มีผลงานด้านโครงการพลังงานในประเทศไทยรวมมากกว่า 20 กิกะวัตต์ รวมถึงได้ร่วมงานกับผู้เล่นหลักในตลาดมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการร่วมดำเนินโครงการกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) มากกว่า 125 โครงการ ตั้งแต่เริ่มดำเนินงานในประเทศไทยช่วงทศวรรษ 1960
ปัจจุบัน แบล็ค แอนด์ วิชช์ ให้บริการกับผู้ผลิตไฟฟ้าและหน่วยงานสาธารณูปโภค เช่น การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) Gulf และ IPPs ในภูมิภาค Petronas, Exxon, Chevron นอกจากนี้ยังเป็นผู้ให้บริการเทคโนโลยีและดาต้าเซ็นเตอร์ องค์กรเชิงพาณิชย์ อุตสาหกรรม และสถาบันการเงิน ดังนั้นจึงพร้อมเดินหน้าสนับสนุนการพัฒนาโครงการสำคัญและขยายความร่วมมือกับพันธมิตรในประเทศไทย เพื่อรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจและเสริมความมั่นคงด้านพลังงานในระยะยาวต่อไป.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
กนอ.ขานรับธนาคารโลกทุ่ม 100 ล้านดอลลาร์ฯ ปั้นนิคมฯ คาร์บอนต่ำ
กนอ. เร่งขับเคลื่อนยุทธศาสตร์สังคมคาร์บอนต่ำ ขานรับนโยบายรัฐบาลและมติคณะกรรมการนโยบายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ ดึงงบสนับสนุนจากธนาคารโลก 100 ล้านดอลลาร์ ปฏิรูปนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดและแหลมฉบัง สนับสนุนเป้าหมาย Net Zero ผ่านกลไกคาร์บอนเครดิตคุณภาพสูงของประเทศไทย
ก.พลังงาน – กฟผ. หนุนพลังงานสะอาดโครงการหลวง มอบระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์เบอร์ 5 และรถกอล์ฟไฟฟ้า ลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เพื่อความยั่งยืน
วันนี้ (5 กุมภาพันธ์ 2569) พลเอกกัมปนาท รุดดิษฐ์ องคมนตรี และประธานกรรมการบริหารมูลนิธิโครงการหลวง เป็นประธานในพิธีรับมอบระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์เบอร์ 5 และรถกอล์ฟไฟฟ้า จำนวน 2 คัน
ปักหมุดประเทศไทย 'ศูนย์กลางกีฬาของโลก' 'เวิลด์คลาสอีเวนต์2026'หนุนเศรษฐกิจ
ตลอดปี 2026 ประเทศไทยอัดแน่นไปด้วย “เวิลด์คลาสสปอร์ตอีเวนท์” กิจกรรมกีฬารายการใหญ่ ๆ มากมาย ที่จะเป็นการปักหมุดให้เมืองไทยเป็นศูนย์กลางกีฬาของโลก ซึ่งจะดึงดูดแฟนกีฬาและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกมารวมตัวกัน ช่วยส่งเสริมทั้งด้านการกีฬา การท่องเที่ยว และสร้างมูลค่าเศรษฐกิจให้ประเทศอย่างมหาศาล

