เอกชนโอด!สงครามดันเม็ดพลาสติกพุ่ง 50-70%

‘เอกชน’โอดสงคราม กระทบอุตฯปิโตรเคมีดันต้นทุนเม็ดพลาสติกพุ่ง 50-70% ห่วงหากยืดเยื้อ 'เอสเอ็มอี' อ่วมหนักต้นทุนที่เพิ่มขึ้นทั้งวัตถุดิบและการขนส่ง ด้าน ส.อ.ท.แนะ เร่งกระจายแหล่งนำเข้าวัตถุดิบ- หนุนใช้พลังงานสะอาด-ลดการพึ่งพาวัตถุดิบต่างประเทศ

27  มี.ค. 2569- นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า ว่ากระทรวงพาณิชย์ร่วมกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยภาคเอกชนผู้ผลิตปิโตรเคมี จัดงาน เชื่อม Supply ปิโตรเคมีไทย จากต้นน้ำถึงผู้ใช้  เพื่ออัปเดตสถานการณ์ปิโตรเคมีไทย รวมถึงเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างผู้ผลิต ผู้จัดจำหน่าย และผู้ใช้ในการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานปิโตรเคมีและเม็ดพลาสติกอย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับสถานการณ์เศรษฐกิจและการค้าระหว่างประเทศมีความผันผวนจากหลายปัจจัย โดยเฉพาะความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ในบางภูมิภาค ส่งผลต่อราคาพลังงาน วัตถุดิบ และการขนส่งระหว่างประเทศ ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์พร้อมทำหน้าที่สนับสนุนอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านข้อมูลการค้า การติดตามสถานการณ์ตลาดโลก มาตรการดูแลผู้ประกอบการ และการประสานความร่วมมือ เพื่อให้ภาคอุตสาหกรรมสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างมั่นใจ โดยการจัดงานในครั้งนี้ ถือเป็นเวทีสำคัญในการแลกเปลี่ยนข้อมูล ข้อเท็จจริง และมุมมองระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนตลอดห่วงโซ่อุปทาน เพื่อร่วมกันกำหนดแนวทางสร้างความร่วมมือให้ห่วงโซ่อุปทานมีความมั่นคง ยืดหยุ่น และสามารถแข่งขันได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว

ด้านนายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่าสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางได้ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่ออุตสาหกรรมปิโตรเคมีตลอดห่วงโซ่อุปทาน ส่งผลให้ผู้ผลิตต้นน้ำมีต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้น ทั้งจากราคาวัตถุดิบ ค่าขนส่ง และค่าประกันภัย

ขณะที่อุตสาหกรรมกลางน้ำ โดยเฉพาะกลุ่มพลาสติก เผชิญกับราคาเม็ดพลาสติกที่ปรับเพิ่ม ขึ้นถึง 50–70% ส่วนอุตสาหกรรมปลายน้ำ เช่น อาหาร บรรจุภัณฑ์ ยา และเครื่องสำอาง ต้องรับแรงกดดันจากต้นทุนที่สูงขึ้น หากสถานการณ์ยืดเยื้อ โดยเฉพาะผู้ประกอบการ SMEs ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นทั้งด้านวัตถุดิบและการขนส่งพร้อมกัน

สำหรับแนวทางการรับมือ ส.อ.ท. เสนอให้ภาครัฐและเอกชนติดตามและบริหารจัดการสถานการณ์วัตถุดิบอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งส่งเสริมการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างอุตสาหกรรมต้นน้ำถึงปลายน้ำ ควบคู่กับการกระจายแหล่งนำเข้าวัตถุดิบจากหลากหลายแหล่ง เน้นการใช้วัตถุดิบจากผู้ผลิตในประเทศ เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็ง Ecosystem ของ Supply Chain ประเทศไทย และการพัฒนาระบบบริหารจัดการและจัดทำสต็อกให้มีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ ควรส่งเสริมการใช้วัสดุทดแทน เช่น พลาสติกชีวภาพ พลาสติกรีไซเคิล หรือวัตถุดิบอื่นที่ทดแทนได้ รวมถึงการยกระดับการใช้เทคโนโลยีและ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนในระยะกลางถึงระยะยาว ตลอดจนผลักดันการใช้พลังงานสะอาดและวัตถุดิบหมุนเวียนภายในประเทศ เพื่อลดการพึ่งพาจากต่างประเทศ และรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในบริบทโลกที่กำลังก้าวสู่ยุคการทวนกระแสโลกาภิวัตน์ (Deglobalization)

ขณะที่ผู้แทนกลุ่มผู้ผลิตปิโตรเคมีเปิดเผยว่า ภาคการผลิตยังคงดำเนินการได้อย่างเต็มศักยภาพและมีเสถียรภาพ สามารถรองรับความต้องการใช้ในประเทศได้อย่างเพียงพอ โดยเม็ดพลาสติกประเภท  โพลิเอทิลีน (Polyethylene: PE) ซึ่งใช้ในการผลิตบรรจุภัณฑ์ เช่น ขวด ฝาขวด และถุงหูหิ้ว ยังคงมีซัปพลายอย่างต่อเนื่อง ขณะที่เม็ดพลาสติกโพลิโพรพิลีน (Polypropylene: PP) ซึ่งใช้ในบรรจุภัณฑ์อาหาร อาทิ ซองอาหาร ถุงร้อน และกล่องพลาสติก อาจมีความตึงตัวในบางช่วง อย่างไรก็ดี อุตสาหกรรมยังสามารถบริหารจัดการซัพพลายได้อย่างต่อเนื่องและเพียงพอ แม้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ แต่ยังอยู่ในระดับที่ควบคุมได้

ทั้งนี้ กลุ่มผู้ผลิตปิโตรเคมียังยืนยันแนวทางบริหารซัปพลาย โดยให้ความสำคัญกับตลาดในประเทศเป็นลำดับแรก (Domestic First) ควบคู่กับการบริหารสต็อก การวางแผนส่งมอบ และการกระจายสินค้าอย่างทั่วถึง เพื่อป้องกันการขาดแคลนในบางอุตสาหกรรม พร้อมทั้งทำงานร่วมกับผู้ประกอบการตลอดห่วงโซ่อุปทานในการวางแผนความต้องการล่วงหน้า และสนับสนุนการใช้วัตถุดิบทดแทน เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นของระบบ และยืนยันว่าซัปพลายยังคงเพียงพอ รองรับความต้องการของตลาดได้อย่างต่อเนื่องและมั่นคง

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการจัดพื้นที่ Technical Clinic เพื่อเป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงระหว่างผู้เชี่ยวชาญของผู้ผลิตเม็ดพลาสติกกับผู้ใช้ปลายทาง โดยมุ่งให้คำปรึกษา แก้ไขปัญหาและสนับสนุนด้านเทคนิค เพื่อให้กระบวนการผลิตดำเนินไปอย่างราบรื่น รวมถึงช่วยให้สามารถเลือกใช้เม็ดพลาสติกทดแทนได้อย่างเหมาะสม อันจะนำไปสู่การยกระดับประสิทธิภาพของห่วงโซ่อุปทานปิโตรเคมีไทยโดยรวม.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘เอกชน’หนุนนโยบายอุตฯยกเลิกการใช้เตาหลอมIF

ภาคเอกชนหนุนนโยบายเชิงรุกของรมว.อุตฯยกเลิกการใช้เตาหลอมIF พร้อมกางโรดแมป 3 ปี เปลี่ยนผ่านสู่เทคโนโลยี EAF อุดรอยรั่วความเสี่ยงยกระดับความปลอดภัยสาธารณะและธรรมาภิบาลไทยสู่สากล

ครม.เศรษฐกิจพลัส! 'นายกฯ' ถก 'กรอ.' นัดแรก ดึงเอกชนร่วมกลั่นกรองเรื่องศก. ก่อนนำเข้า ครม.

นายกฯ ถก กรอ. นัดแรก ยกเป็น ‘ครม.เศรษฐกิจพลัส’ ดึงเอกชนเข้าร่วม ให้กลั่นกรองเรื่องศก. ก่อนนำเข้าครม.ได้

'ปธ.หอการค้า' เชื่อไตรมาส 4 ไม่ชะงัก มั่นใจรัฐบาลมีมาตรการพยุง ศก.ไทย

'ประธานหอการค้า' มั่นใจรัฐบาลมีมาตรการพยุงเศรษฐกิจไทย แม้ผลวิเคราะห์ไตรมาส 4 ชะงัก รอผลยุติสงครามสหรัฐ-อิหร่าน

‘เอกา โกลบอล’ แกร่ง!ฝ่าวิกฤตพลังงานโลกยันไร้ผลกระทบ

“เอกา โกลบอล” แกร่ง! ฝ่าวิกฤตพลังงานโลกยอดขายบรรจุภัณฑ์ยืดอายุอาหารไม่สะดุด ลูกค้ามั่นใจซัพพลายเชนตอกย้ำผู้นำกระแสตอบรับงาน ProPak Asia 2026 ทะลุเป้า

SSP ปักเสาเอกวินด์ฟาร์มบาโกฟิลิปปินส์ 150 MW ดันพอร์ตพลังงานสะอาดมุ่งเป้า 1,000 MW

บริษัท บาโก เนกรอส เอนเนอร์ยี่ คอร์ปอเรชั่น (BNEC) บริษัทย่อยของ บริษัท เสริมสร้าง พาวเวอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (SSP) โดยมีนายภาสกร ปัญญารัตนากร ประธานเจ้าหน้าที่สายงานปฏิบัติการ และในฐานะ

'ปกรณ์' ผุดทีมรัฐ-เอกชน รื้อกฎหมายเอื้อทำธุรกิจ เร่ง 2 เดือน ชงครม.

'ปกรณ์' เผยผลหารือ กกร. เห็นพ้องตั้งทีมรัฐ-เอกชน ลุยปรับปรุงกฎหมายลำดับรองให้เอื้อการทำธุรกิจ เน้นพุ่งเป้า 7 กลุ่มรับอุตสาหกรรมใหม่ ตั้งเป้า 2 เดือน ชง ครม.