
‘ลวรณ’ โวบอร์ดบินไทยชุดใหม่ประชุมฉลุย กำหนดยุทธศาสตร์ใหญ่-แผนงานชัดเจน ปักธงดัน THAI ขึ้นแท่นสายการบินระดับแนวหน้าของโลก
23 ก.พ. 2569 – นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะกรรมการ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI กล่าวว่า เมื่อวันที่ 18 ก.พ. 2569 คณะกรรมการบริษัทชุดใหม่ จำนวน 15 คน ได้มีการประชุมร่วมกับผู้อำนวยการ (ดีดี) และรองผู้อำนวยการของการบินไทยทุกคน ในการทำแผนยุทธศาสตร์ของการบินไทยที่จะเดินต่อไปข้างหน้าอย่างเป็นรูปธรรม โดยมีการตั้งเป้าหมายในการเป็นสายการบินระดับแนวหน้าของโลกอีกครั้ง
สำหรับในการประชุมครั้งนี้ คณะกรรมการฯ ทุกคนได้มีการแสดงความสามารถอย่างเต็มที่ เป็นการสะท้อนได้อย่างชัดเจนว่าคณะกรรมการ THAI ชุดปัจจุบันเป็นผู้มีความรู้ความสามารถอย่างแท้จริง ทั้งในเรื่องอุตสาหกรรมการบิน, การเงิน, เรื่องเทคนิค และเรื่องการตลาด เป็นที่ประจักษ์ชัด จากเดิมที่เคยมีกรรมการ 11 คนที่มีประสิทธิภาพอยู่แล้ว แต่เมื่อมีกรรมการชุดใหม่ครบ 15 คนก็ช่วยเพิ่มศักยภาพการทำงานขึ้นมา โดยเห็นว่าภาพการทำงานในครั้งนี้เป็นประโยชน์กับฝ่ายบริหารของการบินไทยอย่างมาก ที่จะสามารถนำสิ่งที่ได้จากการประชุมคณะกรรมการที่ผ่านมา ไปสื่อสารให้พนักงานได้เกิดความสบายใจได้ว่า บริษัทมีคณะกรรมการที่เป็นมืออาชีพจริง ๆ เข้ามาทำงาน
“ได้มีการสรุปแผนยุทธศาสตร์ร่วมกัน ทั้งแผนการเพิ่มฝูงบิน กำลังคน ทุก ๆ เรื่องจะเข้ามาอยู่ในแผนยุทธศาสตร์ครั้งนี้ทั้งหมด และมีความชัดเจนว่าเป้าหมายสำคัญที่จะทำให้การบินไทยเดินหน้าต่อไปในอนาคตจะเป็นอย่างไร ซึ่งเห็นความชัดเจนอย่างมาก” นายลวรณ กล่าว
นายลวรณ กล่าวอีกว่า หลังจากนี้จะมีการชี้แจงครั้งใหญ่เพื่อให้เห็นความชัดเจนของยุทธศาสตร์ แผน และทิศทางของบริษัทที่จะเดินหน้าต่อไปในอนาคต ส่วนประเด็นเรื่องราคาหุ้นของการบินไทยนั้น ต้องปล่อยให้เป็นไปตามกลไกของตลาด
อย่างไรก็ดี ในส่วนความคืบหน้ากรณีคดีความที่มีผู้ถือหุ้นของบริษัทการบินไทยจำนวน 5 คน ยื่นฟ้องบริษัท เพื่อขอให้เพิกถอนมติที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2568 นั้น ประธานคณะกรรมการ การบินไทย ระบุว่า ต้องดำเนินการไปตามกระบวนการของกฎหมาย โดยที่ผ่านมาศาลแพ่งได้มีคำสั่งยกเลิกการคุ้มครองชั่วคราวซึ่งส่งผลให้กรรมการสามารถกลับมาทำหน้าที่ได้ตามปกติ ซึ่งคณะกรรมการได้รับแจ้งจากฝ่ายบริหาร ว่า ศาลได้มีการนัดให้ไปไกล่เกลี่ย โดยทุกอย่างอยู่ในกระบวนการปกติของการต่อสู้คดีกันไป ยืนยันว่าไม่มีผลกระทบอะไรกับการดำเนินงานของการบินไทย

