
ปิดฉากมหากาพย์ 8 ปี ยุติข้อพิพาทระหว่างราชอาณาจักรไทยกับ บริษัท Kingsgate Consolidated Limited หรือ “คิงส์เกต” กรณีเหมืองทองคำอัครา ภายใต้กรอบความตกลงการค้าเสรีไทย-ออสเตรเลีย (TAFTA)
หลังล่าสุดคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้รับทราบความคืบหน้าการยุติข้อพิพาทดังกล่าว ซึ่งทั้ง 2 ฝ่ายตกลงยุติข้อพิพาทโดยสมัครใจ บริษัทคิงส์เกตได้แจ้งถอนข้อเรียกร้องทั้งหมดต่อคณะอนุญาโตตุลาการ โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ และคณะอนุญาโตตุลาการได้มีคำสั่งยุติกระบวนการอย่างเป็นทางการแล้ว ส่งผลให้ข้อพิพาทที่ดำเนินมายาวนานกว่า 8 ปี นับตั้งแต่ปี 2560 สิ้นสุดลงโดยสมบูรณ์ โดยประเทศไทยไม่ต้องชำระค่าชดเชยใดๆ ตามที่บริษัทเคยเรียกร้อง
ซึ่งเจ้ากระทรวงอุตสาหกรรมคนปัจจุบันรายงานว่า เกิดจากการดำเนินงานเชิงรุกของคณะทำงานระงับข้อพิพาท ที่กำหนดยุทธศาสตร์อย่างเป็นระบบ ทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและที่ปรึกษากฎหมายอย่างใกล้ชิด ใช้แนวทางคู่ขนาน คือเตรียมความพร้อมต่อสู้คดีในชั้นอนุญาโตตุลาการอย่างเต็มที่ ควบคู่กับการเจรจาฉันมิตรบนหลักกฎหมาย
ด้าน “ตุ๋ย-พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค” หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ อีกบุคคลสำคัญที่ร่วมทำผลงานนี้ด้วยเช่นกัน โดยพีระพันธุ์เล่าย้อนความสำเร็จในการยุติข้อพิพาท 8 ปี ซึ่งตนเคยรับผิดชอบในคดีดังกล่าวว่า ในช่วงที่คดีกำลังรอคำชี้ขาดจากอนุญาโตตุลาการ ตนได้ขออนุญาตนายกรัฐมนตรีขณะนั้น (พล.อ.ประยุทธ์) ตั้งคณะทำงานไม่เป็นทางการขึ้นมาเจรจาคู่ขนาน เพื่อลดความตึงเครียดและสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง คือตั้ง "ทีมนินจา" ขึ้นมา
“หัวใจสำคัญของการเจรจาคือการแก้ปมการเข้าใจผิดของบริษัทที่มองว่ารัฐบาลไทยกลั่นแกล้ง โดยคณะทำงานได้ชี้แจงความจริงใน 2 ประเด็นหลัก คือ การใช้ ม.44 สั่งการนั้น ทำเพื่อเร่งแก้ไขปัญหามลภาวะตามคำร้องเรียนของประชาชนให้รวดเร็วทันใจ ไม่ใช่การใช้อำนาจตามอำเภอใจ ส่วนการชะลอต่อใบอนุญาตนั้น เป็นเพราะอยู่ในช่วงปรับปรุง พ.ร.บ.แร่ ให้ทันสมัย ไม่ใช่การประวิงเวลาเพื่อกลั่นแกล้งธุรกิจ”
จากการชี้แจงอย่างตรงไปตรงมา ทำให้บริษัท คิงส์เกตฯ เกิดความเข้าใจและยอมยุติข้อพิพาทโดยสมัครใจ พร้อมถอนข้อร้องเรียนต่ออนุญาโตตุลาการอย่างไม่มีเงื่อนไข ปิดฉาก 8 ปีคดีประวัติศาสตร์นี้ลงได้อย่างเด็ดขาด
งานนี้ต้องยกเป็นผลงานความสำเร็จร่วมกัน ตั้งแต่สมัยยุคลุงตู่ต่อเนื่องจนเห็นผลในรัฐบาลปัจจุบัน.
บรรจง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
แม่บ้านเท่านั้นที่รู้
กลายเป็นอีกหนึ่ง "ศึกกฎหมายการเมือง" ที่ร้อนแรง หลังฝ่ายค้านเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ว่าขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ โดยเฉพาะประเด็น "จำเป็นเร่งด่วน" ตามมาตรา 172
‘พี่ใหญ่กลับมาแล้ว’
บรรยากาศหน้าเรือนจำกลางคลองเปรมเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา มันช่างคึกคักจนนึกว่ามีดาราระดับโลกแลนดิ้งมาจากต่างประเทศ เพราะตั้งแต่พระอาทิตย์ยังไม่ทันตั้งลำ บรรดานักข่าวทุกสำนักแห่กันไปจับจองพื้นที่
‘แม่กอดก่อน’
เริ่มต้นสัปดาห์นี้ในวันที่ 11 พ.ค. ซึ่งเป็นวันที่ “ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกฯ ได้รับการพักโทษ โดยครอบครัวตระกูลชินวัตรถือเป็นกลุ่มบุคคลหลักที่รอให้ “ทักษิณ” ได้ออกจากเรือนจำ
ครบเครื่อง
ขึ้นชื่อว่าเป็นอีก 1 รัฐมนตรี ที่ขยันและแข็งแกร่งสุดๆ ไม่ค่อยป่วย สาย ขาดลา สำหรับ “บิ๊กดุลย์” พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม เพราะเป็นคนชอบทำงาน ตั้งแต่ยังเป็นรัฐมนตรีช่วย กระทั่งยกระดับขึ้นเป็นรัฐมนตรีว่าการ ก็ไม่เคยขาดตกบกพร่องในหน้าที่ จนทำให้ได้รับความไว้วางใจให้เข้ามานั่งใน ครม.อนุทิน 2 อีกคำรบ
พปชร.เด็กดี
ไม่ว่าจะรัฐมนตรี หรือตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการสามัญ ในสภาผู้แทนราษฎร ไม่มีตัวแทนของพรรคพลังประชารัฐนั่งอยู่เลยสักคน ทั้งที่เป็นพรรคแรกๆ ที่ประกาศยกมือสนับสนุน ‘เสี่ยหนู’ อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นนายกรัฐมนตรีภายหลังการเลือกตั้ง
สนองงานทันที
การแก้ปัญหาปากท้อง ค่าครองชีพ และการบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน คือภารกิจเร่งด่วนที่สุดของรัฐบาลในเวลานี้

