
ปตท. เร่งเครื่อง LNG-CCS ควบคู่ความมั่นคงพลังงาน-คาร์บอนต่ำ ตั้งเป้าเทรด LNG 15 ล้านตัน ดันไทยสู่เป้าหมาย Carbon Hub ของภูมิภาค
23 ก.พ. 2569 -นายคงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ของ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยวิสัยทัศน์และทิศทางกลยุทธ์ของกลุ่ม ปตท. ว่าบริษัทวางเป้าหมายยกระดับธุรกิจก๊าซธรรมชาติ (LNG) อย่างจริงจัง จากปริมาณการค้าในปัจจุบันประมาณ 2 ล้านตันต่อปี เพิ่มเป็น 10 ล้านตันในปี 2573 และขยายต่อเนื่องเป็น 15 ล้านตันในปี 2578 เพื่อก้าวสู่การเป็นผู้เล่นสำคัญในตลาดโลก
โดยการใช้โมเดล Asset Back อาศัยจุดแข็งโครงสร้างพื้นฐานที่บริษัทสั่งสมมานาน ทั้งระบบท่อส่งก๊าซ คลังรับ-จ่ายแอลเอ็นจี และประสบการณ์บริหารจัดการพลังงานมาต่อยอดสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มในตลาดโลกในเชิงซัพพลาย ปตท. มุ่งพิจารณาการลงทุนในแหล่งผลิตสำคัญ เช่น สหรัฐและตะวันออกกลาง ส่วนดีมานด์จะเน้นตลาดศักยภาพสูงในเอเชีย ได้แก่ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และจีน ซึ่งยังมีความต้องการแอลเอ็นจีอย่างต่อเนื่อง
อีกหนึ่งจุดแข็งคือความสามารถในการบริหารจัดการเที่ยวเรือแอลเอ็นจี หรือการ Switching Cargoes ระหว่างภูมิภาคตามภาวะราคา เช่น การโยกซัพพลายจากเอเชียไปยุโรปในช่วงที่ตลาดยุโรปมีความต้องการสูงและราคาดีกว่า ซึ่งจะช่วยสร้างกำไรส่วนเพิ่ม (Upside) และกระจายความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์
ทั้งนี้ ควบคู่กับการเสริมความมั่นคงพลังงาน ปตท. ยังเร่งศึกษาพัฒนาเทคโนโลยี Carbon Capture and Storage (CCS) เพื่อเป็นกลไกหลักในการลดการปล่อยคาร์บอนของประเทศ เพราะประเทศไทยจะไม่สามารถบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนได้ หากไม่มี CCS เข้ามาเสริม เพราะภาคอุตสาหกรรมหนักและพลังงานยังต้องพึ่งพาฟอสซิลในระยะเปลี่ยนผ่าน
“ประเมินว่า CCS จะมีบทบาทในการลดการปล่อยคาร์บอนขององค์กรได้ถึง 45% จึงถือเป็นหัวใจสำคัญของกลยุทธ์ความยั่งยืน โดยโครงการนำร่องเริ่มต้นในรูปแบบ Sandbox ที่แหล่งก๊าซอาทิตย์ในอ่าวไทย โดยตั้งเป้ากักเก็บคาร์บอนได้ราว 1 ล้านตันต่อปี และมีแผนขยายสู่พื้นที่อื่นในอ่าวไทย ซึ่งมีศักยภาพรวม 5-10 ล้านตันต่อปีในอนาคต”
สำหรับรูปแบบการกักเก็บจะใช้ทั้งหลุมก๊าซเก่าที่หมดสภาพการผลิต และชั้นหินอุ้มน้ำเค็มใต้ดิน (Saline Aquifer) ซึ่งมีศักยภาพรองรับปริมาณคาร์บอนขนาดใหญ่ในระยะยาว หากโครงการขยายผลสำเร็จ ไทยจะสามารถพัฒนาเป็น Carbon Hub ของภูมิภาค รองรับการกักเก็บคาร์บอนทั้งจากในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งปัจจุบันสิงคโปร์แสดงความสนใจร่วมลงทุนและใช้บริการกักเก็บคาร์บอนในไทย เนื่องจากข้อจำกัดด้านพื้นที่ ขณะที่ ปตท. อยู่ระหว่างหารือกับญี่ปุ่นเพื่อแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีและศึกษาโมเดลธุรกิจร่วมกัน

