'บางกอกแอร์เวย์ส' โกยกำไร3.5พันล้าน ทุ่มงบเสริมแกร่งธุรกิจการบิน

บางกอกแอร์เวย์ส’กวาดรายได้ 2.6 หมื่นล้านปี 68 กำไรสุทธิ 3,549 ล้านบาท ผู้โดยสาร 4.2 ล้านคน แผนปี69 เดินหน้า’เสริมฝูงบิน-ธุรกิจการบิน‘ ปักธง ทุ่ม 6,000 ล้าน เดินหน้าลงทุน ‘สนามบินอู่ตะเภา’ดันฮับการบินใหม่หนุนอีอีซี

28 ก.พ. 2569 - นายพุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือสายการบิน บางกอกแอร์เวย์ส (BA) เปิดเผยผลการดำเนินงานประจำปี 2568 ว่า บริษัทมีรายได้รวม 26,067.2 ล้านบาท มีกำไรจากการดำเนินงาน 5,589.2 ล้านบาท และมีกำไรส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัท 3,549.2 ล้านบาท คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 1.69 บาท ตลอดปี 2568 บริษัทให้บริการผู้โดยสารรวม 4.2 ล้านคน มีอัตราการบรรทุกผู้โดยสารเฉลี่ย 76.1% ขณะที่สัดส่วนผู้โดยสารเส้นทางระหว่างประเทศปรับลดลงจากผลกระทบของความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งส่งผลต่อการเดินทางข้ามประเทศในหลายภูมิภาค

สำหรับผลการดำเนินงานในไตรมาส 4 ปี 2568 ซึ่งเป็นช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว บริษัทได้เพิ่มความถี่เที่ยวบินในเส้นทางยอดนิยม ได้แก่ กรุงเทพฯ–สมุย กรุงเทพฯ–กระบี่ และกรุงเทพฯ–ตราด โดยมีผู้โดยสารในไตรมาสดังกล่าวจำนวน 1.0 ล้านคน ลดลง 3.1%จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่อัตราการบรรทุกผู้โดยสารเฉลี่ยอยู่ที่ 76.1%บริษัทมีกำไรจากการดำเนินงาน 823.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.1%และมีกำไรสุทธิ 441.5 ล้านบาท สะท้อนความสามารถในการบริหารต้นทุนและปรับแผนการดำเนินงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์ตลาด

ทั้งนี้ ในปี 2568 บริษัทได้ดำเนินโครงการซื้อหุ้นคืนจำนวน 25.7 ล้านหุ้น คิดเป็นร้อยละ 1.23 ของหุ้นที่จำหน่ายแล้ว รวมมูลค่า 361.5 ล้านบาท เพื่อบริหารโครงสร้างเงินทุนและสร้างความเชื่อมั่นต่อผู้ถือหุ้น ส่วนด้านการบริหารจัดการสนามบิน บริษัทได้โอนสิทธิใบรับรองสนามบินสมุยให้แก่บริษัท กรุงเทพบริหารสนามบิน จำกัด (BAM) ซึ่งเป็นบริษัทย่อย เมื่อเดือนกรกฎาคม 2568 เพื่อให้การบริหารจัดการเป็นไปตามมาตรฐานสากลของ สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย

นอกจากนี้ ในเดือนสิงหาคม 2568 บริษัทได้ลงนามสัญญาสั่งซื้อเครื่องบินแบบ ATR 72-600 จำนวน 10–12 ลำ จาก AVIONS DE TRANSPORT REGIONAL G.I.E. ประเทศฝรั่งเศส โดยมีแผนทยอยรับมอบตั้งแต่ไตรมาส 4 ปี 2569 ต่อเนื่องถึงปี 2571 เพื่อปรับโครงสร้างฝูงบินและรองรับการเติบโตในอนาคต

ทั้งนี้ในส่วนของการลงทุนเชิงกลยุทธ์ บริษัทได้เพิ่มเงินลงทุนในบริษัท อู่ตะเภา อินเตอร์เนชั่นแนล เอวิเอชั่น จำกัด ตามสัดส่วนการถือหุ้น ส่งผลให้มีเงินลงทุนรวม 6,000 ล้านบาท และถือหุ้นในสัดส่วน 40%ขณะเดียวกันได้เพิ่มทุนในบริษัท บริการภาคพื้นการบินกรุงเทพเวิลด์ไวด์ไฟลท์เซอร์วิส จำกัด เพื่อเตรียมความพร้อมเข้าประมูลโครงการให้บริการลานจอดและอุปกรณ์ภาคพื้น ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ทำให้มีทุนจดทะเบียนรวม 800 ล้านบาท รวมถึงเพิ่มทุนในบริษัท ดับบลิวเอฟเอสพีจีคาร์โก้ จำกัด เพื่อเตรียมเข้าประมูลโครงการให้บริการคลังสินค้าที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ส่งผลให้มีทุนจดทะเบียนรวม 450 ล้านบาท และเพิ่มทุนในบริษัท ครัวการบินกรุงเทพ จำกัด เพื่อรองรับการเข้าประมูลธุรกิจอาหารบนเครื่องบินที่สนามบินสุวรรณภูมิ ทำให้มีทุนจดทะเบียนรวม 1,650 ล้านบาท

นายพุฒิพงศ์ กล่าวว่า แม้ปี 2568 จะเผชิญความท้าทายจากภาวะการท่องเที่ยวที่ชะลอตัวและปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ แต่บริษัทฯยังคงรักษาความสามารถในการทำกำไร ควบคู่กับการปรับโครงสร้างฝูงบิน การลงทุนเชิงกลยุทธ์ และการยกระดับมาตรฐานความยั่งยืน เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งในระยะยาว และเตรียมความพร้อมสู่การเติบโตในอนาคตอย่างมั่นคงและรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน.

เพิ่มเพื่อน