'ธนกร' บุกเหมืองทองอัครา หลังยุติข้อพิพาทด้วยดี กำชับคุมเข้มสิ่งแวดล้อม-ดูแลชุมชน เผย นายกฯ สั่งเดินหน้ายกระดับแร่ไทยสู่วัตถุดิบยุทธศาสตร์พลังงานสะอาด
28 ก.พ 2569 - นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของ บริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) ภายหลังยุติข้อพิพาท โดยเน้นย้ำเรื่องของการก้าวข้ามความขัดแย้ง และเดินหน้าอุตสาหกรรมแร่ไทยด้วยมาตรฐานสูงสุด ทั้งนี้ ยังกำชับให้ดำเนินกิจการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด คุมเข้มสิ่งแวดล้อม ดูแลสุขภาพประชาชน และยกระดับสู่มาตรฐาน ESG ด้วยเทคโนโลยีที่ตรวจสอบได้ด้วย
โดยได้มอบหมายให้กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) เร่งจัดทำฐานข้อมูลแร่ยุทธศาสตร์ของประเทศ รวมทั้งพัฒนาระบบติดตามคุณภาพสิ่งแวดล้อมแบบดิจิทัลครอบคลุมเหมืองหลักและสร้างกลไกพัฒนาชุมชนรอบเหมืองที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ เนื่องจากโลกกำลังเข้าสู่ยุคพลังงานสะอาด แร่คือวัตถุดิบสำคัญของอุตสาหกรรมแบตเตอรี่ ยานยนต์ไฟฟ้า โซลาร์เซลล์ และดิจิทัล ดังนั้น กระทรวงฯ จะเร่งจัดทำแผนแม่บทบริหารจัดการแร่ฉบับใหม่ให้มีเป้าหมายที่ชัดเจน วัดผลได้ และเพิ่มมูลค่าในประเทศ
“นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้นโยบายว่า เป้าหมายต้องไม่ใช่แค่ทำเหมือง แต่ต้องทำให้แร่ไทยเป็นฐานรากของอุตสาหกรรมอนาคต สร้างความมั่นคงวัตถุดิบ และยกระดับขีดความสามารถแข่งขันของประเทศ” นายธนกร กล่าว
ด้าน นายเชิดศักดิ์ อรรถอารุณ ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายความยั่งยืนขององค์กร บริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) ได้นำเสนอภาพรวมการดำเนินงานของอัคราว่า สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้แก่ประเทศรวมกว่า 7.7 พันล้านบาทต่อปี สร้างการจ้างงานในพื้นที่กว่า 1 พันตำแหน่ง ซึ่งเกือบร้อยละ 90 เป็นคนในพื้นที่รอบเหมือง ดังนั้น อัคราจึงเป็นรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจชุมชน นอกจากนี้ ยังมีการดำเนินงานด้านชุมชนสัมพันธ์ที่เข้มข้น เพื่อสร้างความเข้าใจที่ดีและความเชื่อมั่นในเรื่องการทำเหมืองผ่านกิจกรรมและโครงการต่าง ๆ ผ่านการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง
ขณะที่ นายอดิทัต วะสีนนท์ อธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ กล่าวว่า นโยบายในการยกระดับอุตสาหกรรมแร่จากการเป็นเพียงทรัพยากรต้นน้ำไปสู่การเป็นวัตถุดิบสำคัญต่อความมั่นคงทางอุตสาหกรรมของประเทศ เป็นแนวทางที่ กพร. พร้อมขับเคลื่อนผ่านการปรับบทบาทองค์กรจาก ผู้กำกับดูแล ไปสู่การเป็น ผู้บริหารจัดการทรัพยากรเชิงยุทธศาสตร์ ที่ใช้ข้อมูลและองค์ความรู้เป็นฐานในการตัดสินใจ ควบคู่กันนั้น กพร. ได้พัฒนาแนวทาง Smart Mining - Smart DPIM โดยนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาสนับสนุนการกำกับดูแลและติดตามผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ความโปร่งใส และการสื่อสารกับสาธารณชน
นายอดิทัต กล่าวต่อว่า สำหรับแผนแม่บทการบริหารจัดการแร่ ฉบับที่ 3 ซึ่งอยู่ระหว่างการจัดทำเพื่อให้มีผลบังคับใช้ในต้นปี 2571 กพร. เตรียมผลักดันให้นำกระบวนการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ (SEA) มาใช้เพื่อบูรณาการมิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างรอบด้าน มุ่งสู่การสร้างความสมดุลเชิงพื้นที่ ลดความขัดแย้ง และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในกระบวนการกำหนดทิศทางการพัฒนา รวมทั้งจะให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบข้อมูลแร่เชิงยุทธศาสตร์ (Mineral Intelligence) เพื่อยกระดับการคาดการณ์แนวโน้มความต้องการแร่ในอนาคต สนับสนุนการลงทุนในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง และเสริมความมั่นคงด้านวัตถุดิบของประเทศด้วย
“การลงพื้นที่ของรัฐมนตรีในครั้งนี้ สะท้อนความมุ่งมั่นของกระทรวงอุตสาหกรรม และ กพร. ในการยกระดับอุตสาหกรรมแร่ไทยสู่มิติใหม่ ที่ผสานการบริหารจัดการเชิงยุทธศาสตร์ เทคโนโลยีสมัยใหม่ และความรับผิดชอบต่อสังคม เพื่อสร้างความมั่นคงทางวัตถุดิบและความยั่งยืนให้กับประเทศในระยะยาว” นายอดิทัต กล่าว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
นิวสกายฯ เดินเครื่องโรงกำจัดขยะผลิตไฟฟ้าอ่อนนุชเต็มรูปแบบ
นิวสกายฯ เปิดโรงกำจัดขยะผลิตไฟฟ้าอ่อนนุชเต็มรูปแบบชูเทคโนโลยี Waste-to-Energy รองรับขยะไม่น้อยกว่า 1,000 ตันต่อวัน ผลิตไฟฟ้า 35 เมกะวัตต์เสริมศักยภาพจัดการขยะกรุงเทพฯ พร้อมนวัตกรรมควบคุมกลิ่นและดูแลสิ่งแวดล้อม
'สอวช.-อพท.' ผลักดัน 4 พื้นที่นำร่องท่องเที่ยวเชิงฟื้นสร้าง ฟื้นธรรมชาติ-กระจายรายได้ชุมชน
จากท่องเที่ยวสร้างรายได้ สู่การฟื้นธรรมชาติ–ชุมชน สอวช.–อพท. วางแนวทาง ‘ท่องเที่ยวเชิงฟื้นสร้าง’ นำร่อง 4 พื้นที่ไทย สู่การท่องเที่ยวที่มีความหมายและมีมูลค่าสูง
ท้องถิ่นแดนใต้จี้รัฐถอนร่างแก้พ.ร.บ.สสส. หวั่นกระทบงานพัฒนาคุณภาพชีวิตชุมชน
เครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่ 14 จังหวัดภาคใต้ จัดเวทีเสวนาค้านยกเลิกภาษีเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะ ชี้กระทบงานสร้างคน-สุขภาพรากหญ้า เชื่อตอบโจทย์งานพัฒนาคุณภาพชีวิตมากกว่าระบบงบประมาณแผ่นดินปกติพร้อมประกาศเจตนารมณ์จี้รัฐบาลถอนร่างแก้ไข พ.ร.บ. สสส. ทันที
'ดีพร้อม'ปลื้มการขับเคลื่อน BCG สร้างมูลค่าเศรษฐกิจกว่า 2,516 ล้าน
“ดีพร้อม” ปลื้มการขับเคลื่อน BCG เชิงรุก 4 ปี ดึงผู้ประกอบการร่วมได้กว่า 4.5 พันรายสร้างมูลค่าเศรษฐกิจกว่า 2,516 ล้านบาท ลดก๊าซเรือนกระจกได้ 1.5 แสนตันพร้อมต่อยอดการเปลี่ยนผ่านด้วย BCG GREEN HORIZON 2026 ปั้นอนาคตกลุ่มอุตฯ ยั่งยืน

