‘เอกชน’ จี้จับตาเหตุสหรัฐ-อิสราเอลโจมตีอิหร่าน หวั่นราคาทองคำ/น้ำมันมีโอกาสที่จะปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น และจะกระทบกับทั่วโลก แนะกระทรวงพลังงานและบริษัทน้ำมันควรหารือร่วมกันโดยด่วน วางแผนเรื่องการเส้นทางการขนส่งสำรอง
1 มี.ค. 2569 - นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยถึงสถานการณ์ความตรึงเครียดในตะวันออกกลาง หลังสหรัฐ-อิสราเอลโจมตีอิหร่านว่า ต้องจับตาสถานการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิด โดยสิ่งที่จะเกิดขึ้นที่เห็นได้ชัดเจนก็คือ ราคาโภคภัณฑ์ โดยเฉพาะทองคำมีโอกาสที่จะปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น รวมถึงราคาน้ำมัน เพราะการที่มีสถานการร์ความตึงเครียดใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ และบริเวณใกล้กับการขนส่งทางเรือค่อนข้างหนาแน่น มีโอกาสที่จะทำให้ราคาน้ำมันปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งจะกระทบกับทั่วโลก และประเทศไทย
นอกจากนี้ ต้องติดตามว่าสงครามจะยืดเยื้อหรือไม่ หรือเพียงแค่เพาะจุด และจับตาดูพันธมิตรของอิหร่าน เช่น ประเทศในตะวันออกกลางว่าประเทศใดจะออกมาเป็นตัวกลาง หรือประเทศมหาอำนาจที่สนับสนุนอิหร่าน ได้แก่ จีน และรัสเซียจะมีท่าทีอย่างไร รวมถึงจะมีการปะทะรุนแรงแค่ไหน
“ในช่วงสั้นผลกระทบทางจิตวิทยาราคาน้ำมันคงพุ่งขึ้นแน่นอน ส่วนราคาน้ำมันช่วงสั้นน่าจะกระเตื้องขึ้นไม่มาก แต่ในระยะยาวหากสถานการณ์บานปลายก็จะทำให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้น“นายเกรียงไกร กล่าว
ทั้งนี้ ได้หวังว่าสถานการณ์ดังกล่าวจะไม่ยืดเยื้อ หรือบานปลาย เพราะจะกลายเป็นความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นจากปัญหาทางภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งในบริเวณดังกล่าวมีความอ่อนไหวทางด้านน้ำมัน หรือการขนส่งน้ำมัน โดยภาคพลังงานจะเป็นตัวแปรที่สำคัญ หากมีการโจมตีนอกเหนือจากที่ได้มีการตกลงกันไว้ เช่น บ่อน้ำมัน โรงกลั่นน้ำมันของอิหร่าน เพื่อต้องการทำทำลายเศรษฐกิจของอิหร่าน เช่นเดียวกับกรณีของรัสเซีย ยิ่งส่งผลกระทบอย่างรุนแรงทำให้ราคาน้ำมันปรับตัวเพิ่มมากขึ้นไปอีก ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อทั่วโลก และเศรษฐกิจโลกที่ยังไม่ฟื้นตัวเท่าใดนัก
ส่วนการเตรียมความพร้อมของไทยนั้น แน่นอนว่าต้องจับตาดูสถานการณ์อย่างใกล้ชิด รวมถึงบริษัทน้ำมันในประเทศต้องดูว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจะดำเนินการอย่างไรต่อไป หรือจะเปลี่ยนเส้นทางการขนส่งน้ำมันได้หรือไม่ ซึ่งอาจจะทำให้ต้นทุนเพิ่มสูงขึ้น เช่นเดียวกับเมื่อครั้งเกิดการสู่รบกันระหว่างรัสเซีย และยูเครน เพียงแต่ครั้งนี้สถานการณ์ที่เกิดขึ้น ใกล้ชิดกับประเทศไทยมากกว่า เพราะไทยนำเข้าน้ำมันจากตะวันออกกลางเป็นหลัก โดยมองว่ากระทรวงพลังงานและบริษัทน้ำมันควรหารือร่วมกันโดยด่วน เพื่อวางแผนรับมือสถานการณ์ รวมถึงวางแผนเรื่องการเส้นทางการขนส่งสำรอง และดูว่าจะมีผลกระทบกับไทยมากน้อยแค่ไหน หากมีการปิดช่องแคบหรือเส้นทางขนส่งปกติ
“กรณีเลวร้ายที่สุด (Worst Case) จะต้องมีกาประเมินความเสี่ยงในระดับต่างๆ ทั้งระยะสั้น กลาง ยาว กรณีย่ที่สุดสงครามบานปลายจนถึงขั้นมีการปิดอ่าว ไทยจะมีน้ำมันสำรองใช้ได้นานแค่ไหน จะกระทบมากน้อยอย่างไร เหล่านี้จะต้องพิจารณาดูอย่างเร่งด่วน“นายเกรียงไกร กล่าว
ขณะที่ประเด็นเรื่องการเข้าไปห้ามส่งครามนั้น มองว่าไทยยังเป็นประเทศเล็กเกินไปที่จะสามารถทำได้ แต่หากมีการเจรจาในเชิงต่างประเทศ ไทยก็ควรจะอยู่ในกลุ่มที่ขอให้มีการเข้าสู่การเจรจา โดยใช้วิธีทางการฑูตมากกว่าการใช้สงคราม ซึ่งเป็นการแสดงจุดยืน
นอกจากนี้ ก็จะต้องมาดูว่าโรงงาน หรืออถตสาหกรรมใดบ้างที่จะได้รับผลกระทบ หากเกิดกรณีเลวร้ายที่สาุถดจะทำอย่างไร หากราคาน้ำมันปรับเพิ่มขึ้นสูงมากจะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจอะไรบ้าง โดยจะต้องมีการเตรียมการควบคู่กันไป.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เตือนเคารพอธิปไตย ผู้นำจีนออกโรงปมตอ.กลาง/ทรัมป์ปูดอิหร่านอยากเจรจา
“ทรัมป์” โวมีเรือผ่านฮอร์มุซสูงสุดหลังขาสกกองทัพสหรัฐปิดล้อม ปูดอิหร่านติดต่ออยากเจรจาอย่างมาก ลั่นไม่ขอโทษพาดพิงโป๊ป “อิหร่าน”
'ดีอี'ยันข่าวจริงอนุมัติเพิ่มเงินบัตรคนจน เป็น 400 บาท
ดีอี ยันข่าวจริง "อนุมัติเพิ่มเงินบัตรคนจน เป็น 400 บาท เริ่ม 13 เม.ย.-12 พ.ค. 69" ขอเลือกเชื่อ-แชร์ ข้อมูลทางการเท่านั้น
อิหร่านประณามการปิดล้อมของสหรัฐฯ ว่าเป็น 'การละเมิดอธิปไตยอย่างร้ายแรง'
มื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา อิหร่านประณามการปิดล้อมท่าเรือของสหรัฐฯ ว่าเป็นการ "ละเมิดอธิปไตยอย่างร้ายแรง" ขณะที่ถ้อยคำที่ก้าวร้าวของวอชิงตันและเตหะรานได้สั่นคลอนข้อตกลงหยุดยิงที่เปราะบาง
'อ.อัจฉราวดี' ปลง! สาดน้ำสงกรานต์จบก็ต้องปวดหัวและเตรียมรับมือน้ำมันแพงและเศรษฐกิจที่ถูกสั่นคลอนกันต่อไป
อ.อัจฉราวดี วงศ์สกล เป็นผู้ก่อตั้งมูลนิธิโรงเรียนแห่งชีวิต โพสต์ข้อความว่า สถานการณ์กลับมาตึงเครียดอีกหลังจากการเจรจาล้มเหลว ไม่เฉพ

