‘คลัง’เร่งประเมินผลกระทบสงครามรับมีโอกาสกระทบเศรษฐกิจไทย

‘คลัง’ เร่งจัดทำฉากทัศน์ประเมินผลกระทบจากวิกฤติสงครามตะวันออกกลาง ยอมรับมีโอกาสกระทบเศรษฐกิจปี 69 หากสถานการณ์ยืดเยื้อ-ขยายวงกว้าง พร้อมจับตาราคาพลังงาน หวั่นกระทบต้นทุน ยันเกาะติดสถานการณ์ใกล้ชิด

5 มี.ค. 2569 -นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงกรณีความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง ซึ่งอาจกระทบต่อทิศทางเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไป ว่า กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างเร่งจัดทำฉากทัศน์ (Scenario) ในหลายรูปแบบ เพื่อประเมินผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางต่อเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะการเติบโตทางเศรษฐกิจปี 2569 ซึ่งปัจจุบัน สศค.ประเมินไว้ที่ 2% ต่อ ปี หากสถานการณ์ยืดเยื้อ หรือขยายเป็นวงกว้าง

ทั้งนี้ ยอมรับว่าการประเมินสถานการณ์ในขณะนี้ยังทำได้ค่อนข้างยาก เนื่องจากเป็นประเด็นที่มีความละเอียดอ่อนและมีความไม่แน่นอนสูง จึงจำเป็นต้องติดตามข้อมูลอย่างต่อเนื่องเพื่อประเมินผลกระทบให้รอบด้าน โดยกระทรวงการคลังได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดแบบวันต่อวัน เนื่องจากความขัดแย้งในภูมิภาคดังกล่าวถือเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่อาจกระทบต่อเศรษฐกิจโลก ราคาพลังงาน และต้นทุนการผลิต ซึ่งมีโอกาสส่งผ่านมายังเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไป

“วงจรของสงครามอาจเป็นเรื่องที่น่ากังวล แต่ขณะนี้เรายังไม่สามารถประเมินขนาดของผลกระทบได้ การคาดการณ์จึงทำได้ยาก เพราะหากพูดอะไรออกไปก็เหมือนเป็นการตั้งสมมติฐานไปเองว่าสถานการณ์นั้นจะเกิดขึ้นจริง” นายวินิจ กล่าว

นายวินิจ กล่าวอีกว่า ขณะนี้กระทรวงการคลังกำลังเตรียมจัดการแถลงข่าวผ่านศูนย์แถลงข่าวของภาครัฐ เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าวในทิศทางเดียวกัน เนื่องจากเป็นประเด็นที่มีความละเอียดอ่อน โดยคาดว่าจะมีความชัดเจนภายในสัปดาห์นี้ หรืออาจเร็วกว่านั้น

"การให้ข้อมูลจำเป็นต้องดำเนินการด้วยความระมัดระวัง เนื่องจากยังยากต่อการคาดการณ์ขนาดของผลกระทบที่ชัดเจนในขณะนี้ อย่างไรก็ตาม กระทรวงการคลังยืนยันว่ากำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมดูแลความกังวลของประชาชน โดยเฉพาะประเด็นราคาพลังงานและราคาสินค้าที่อาจได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โลก" โฆษกกระทรวงการคลัง ระบุ.

เพิ่มเพื่อน