กองทัพบก ขยันโต้กัมพูชาเรื่องเดิมๆ ไทยไม่ได้ยึดดินแดน อย่าบิดเบือนข้อเท็จจริง

กองทัพบกโต้ข้อกล่าวหากัมพูชา ย้ำไทยไม่ได้ยึดดินแดน เป็นพื้นที่อธิปไตยของไทย ขอกัมพูชาอย่าบิดเบือนข้อเท็จจริง เพื่อรักษาบรรยากาศความร่วมมือตามข้อตกลง

5 มีนาคม 2569 - พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวถึงกรณีที่ พลโทหญิง มาลี โสเจียตา โฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชา แถลงว่ากระทรวงกลาโหมกัมพูชาได้นำคณะผู้ช่วยทูตทหารต่างประเทศที่ประจำอยู่ในกัมพูชาลงพื้นที่ อำเภอโอวโจรว และอำเภอทมอพวก จังหวัดบันเตียเมียนเจย ตรงข้าม อำเภอโคกสูง และอำเภอตาพระยา จังหวัดสระแก้วของไทย เพื่อดูร่องรอยลูกระเบิดและกระสุนที่อ้างว่าเป็นของฝ่ายไทย พร้อมทั้งมีการกล่าวอ้างว่าทหารไทยได้โจมตีและยึดพื้นที่ของกัมพูชาโดยไม่ถูกต้องตามกฎหมาย และมีการใช้ตู้คอนเทนเนอร์กีดขวางเพื่อปิดกั้นไม่ให้ชาวกัมพูชากลับบ้านนั้น กองทัพบกขอเรียนว่า ข้อกล่าวอ้างดังกล่าวเป็นการบิดเบือนไม่ตรงกับข้อเท็จจริง

โฆษกกองทัพบก กล่าวว่า พื้นที่ที่กองทัพบกเข้าควบคุมอยู่ในปัจจุบันล้วนอยู่ภายในอธิปไตยของไทย ซึ่งก่อนหน้านี้พบว่าฝ่ายกัมพูชาได้นำกำลังทหารและประชาชนเข้ามาตั้งกำลังและตั้งชุมชนรุกล้ำในเขตแดนของไทยมาเป็นเวลานานกว่า 40 ปี โดยมีรัฐกัมพูชาเป็นฝ่ายสนับสนุน ซึ่งฝ่ายไทยได้ใช้กลไกตามกรอบ MOU ในการยื่นหนังสือประท้วง รวมถึงใช้กลไกทางกฎหมายของฝ่ายปกครองเพื่อแก้ไขปัญหามาโดยตลอด แต่ไม่ได้รับความร่วมมือจากฝ่ายกัมพูชา และยังพบการรุกล้ำเพิ่มเติมมากขึ้น

ต่อมาในช่วงก่อนเกิดเหตุปะทะ ฝ่ายกัมพูชามีการยั่วยุและใช้กำลังทหารคุกคามต่อฝ่ายไทยในหลายพื้นที่ตามแนวชายแดน ทำให้ฝ่ายไทยจำเป็นต้องใช้สิทธิในการป้องกันตนเองตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ โดยใช้กำลังในสัดส่วนที่เหมาะสม และได้ดำเนินการจัดระเบียบพื้นที่ชายแดนที่เคยถูกรุกล้ำ เพื่อให้เกิดความชัดเจนและความเรียบร้อยของแนวเขตแดน

ทั้งนี้ การควบคุมพื้นที่ของฝ่ายไทยในปัจจุบันเป็นการดำเนินการภายในแนวพื้นที่ปฏิบัติการของประเทศไทย มิใช่การรุกรานหรือการยึดครองดินแดนของกัมพูชาตามที่มีการกล่าวอ้าง

สำหรับการวางตู้คอนเทนเนอร์และแนวลวดหนามในบางพื้นที่นั้น เป็นมาตรการรักษาความปลอดภัยภายหลังเหตุการณ์การสู้รบที่ผ่านมา เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเคยถูกใช้เป็นพื้นที่โจมตีต่อทหารและพลเรือนไทย จึงมีความจำเป็นต้องควบคุมและเฝ้าระวัง เพื่อป้องกันการเผชิญหน้าหรือการกระทบกระทั่งที่อาจเกิดขึ้นอีก

นอกจากนี้ ภายหลังที่ทั้งสองประเทศได้มีข้อตกลงหยุดยิงเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 แต่ละฝ่ายยังคงการวางกำลังในพื้นที่เดิมตามที่ระบุไว้ในถ้อยแถลงร่วม ดังนั้น การคงกำลังและการจัดมาตรการรักษาความปลอดภัยของฝ่ายไทยจึงเป็นไปตามกรอบข้อตกลงที่ทั้งสองประเทศตกลงร่วมกัน

ทั้งนี้ ฝ่ายไทยยึดมั่นในข้อตกลงหยุดยิงและกรอบความร่วมมือที่ทั้งสองประเทศได้ตกลงร่วมกันอย่างเคร่งครัด โดยมุ่งรักษาความมั่นคงตามแนวชายแดนเพื่อความปลอดภัยของกำลังพลและประชาชนในพื้นที่ เคารพกฎหมายระหว่างประเทศ และยึดมั่นในหลักมนุษยธรรม พร้อมทั้งสนับสนุนการแก้ไขปัญหาผ่านกลไกความร่วมมือและการเจรจาระหว่างสองประเทศ โดยเห็นว่าการสื่อสารในประเด็นที่อ่อนไหวควรตั้งอยู่บนข้อเท็จจริงและความรับผิดชอบ เพื่อรักษาบรรยากาศและไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดระหว่างกัน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กองทัพบก ชี้คำพูด 'หวัง อี้' บอกกัมพูชาไม่อยากรบแล้ว ต้องใช้ข้อมูลการข่าวทหารเท่านั้น

พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก แถลงข่าวผลการประชุมหน่วยขึ้นตรงของกองทัพบกพล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผบ.ทบ. ได้กําชับติดตามสถานการณ์ชายแดนและเฝ้าระวัง ปฏิบัติภารกิจที่ดําเนินการอยู่ให้ต่อเนื่องไป เช่น ปรับปรุงที่มั่น ลาดตระเวน เก็บข้อมูลด้านการข่าวที่คิดว่ามีประโยชน์ในการดูแลรักษาพื้นที่ และได้เน้นย้ําในเรื่องความปลอดภัยของกําลังพล ให้ทุก ๆ หน่วยได้ให้ความสําคัญ

โฆษก ทบ. มองคดียิง 'สส.กมลศักดิ์' เป็นเรื่องทางสังคม ไม่ใช่ความมั่นคง

พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวถึงกรณี นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ ไปแจ้งความเพิ่มเติม 2 ทหาร ในคดีลอบยิง คาดเป็นผลจากการไปช่วยชาวบ้าน และอาจขัดแย้งกับฝ่ายความมั่นคง ว่า เรื่องนี้เป็นคดีความทางสังคม

'เอ็ดดี้' อ่านเกมอำนาจ 'จีน' กำลังลากเส้นระเบียบใหม่ บนแผ่นดินใหญ่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

อัษฎางค์ ชี้การเยือนไทยของหวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศจีน อาจดูเหมือนเป็นเพียงการเยือนทางการทูตตามปกติระหว่างไทยกับจีน แต่ถ้ามองให้ลึกกว่านั้น การเดินทางครั้งนี้ไม่ควรถูกอ่านแบบแยกส่วน

ดร.นพดล อินนา-สมาชิกวุฒิสภา ยกเลิก MOU43-44 ไพ่พลิกเกมสยมเขมร

มติที่ประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.)เมื่อวันที่ 23 เมษายน ที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน มีมติเห็นชอบให้มีการยกเลิก MOU 2544 ไทย-กัมพูชา และหลังจากนี้ จะมีการนำเรื่องเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีต่อไป

อดีตทูตนริศโรจน์ ชม 'อนุทิน' ต้อนรับ 'หวัง อี้' การทูตชั้นเซียน ตัดไม้ข่มนามกัมพูชา

นายนริศโรจน์ เฟื่องระบิล อดีตเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงบัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า นายกรัฐมนตรีขับรถไฟฟ้า BYD (Build Your Dream) ที่ นรม.เพิ่งซื้อมาใช้ส่วนตัว พาหวังอี้ไปกินข้าวด้วยตนเอง ทั้งๆที่ในทางพิธีการ (Protocol) หวังอี้มีขบวนรถรับรองอย่างดีที่ทางสำนักนายกรัฐมนตรีจัดเตรียมให้แล้ว