
‘การบินไทย’ ชี้ต้นทุนน้ำมัน Jet A1 พุ่งแตะ 220 ดอลลาร์/บาร์เรล หรือเพิ่มขึ้น2 เท่า กดดันต้นทุน-กำไร เตรียมแผนเร่งลดค่าใช้จ่าย จับตาหากสงครามยืดเยื้ออีก 2 เดือนสะเทือนหนัก แต่มั่นใจไม่กระทบการบินถึงขั้นหยุดเหมือนช่วงโควิด-19
23 มี.ค. 2569 – นายชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลางว่า ได้ส่งแรงกระแทกอย่างรุนแรงต่ออุตสาหกรรมการบินทั่วโลก โดยเฉพาะต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยาน (Jet A1) ซึ่งเป็นต้นทุนหลักของสายการบิน ได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จากระดับประมาณ 80 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล พุ่งขึ้นไปแตะระดับราว 220 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล หรือเพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เท่าตัว ส่งผลกระทบโดยตรงต่อโครงสร้างต้นทุนและผลประกอบการของสายการบินอย่างมีนัยสำคัญ
ทั้งนี้ แม้ว่าปัจจุบันบริษัทฯจะมีการทำสัญญาป้องกันความเสี่ยงด้านราคาน้ำมัน (Hedging) ในสัดส่วนประมาณ 50% โดยอิงกับราคาน้ำมันดิบ แต่ในทางปฏิบัติพบว่าราคาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้นช้ากว่าน้ำมันสำเร็จรูป ส่งผลให้การป้องกันความเสี่ยงดังกล่าวไม่สามารถครอบคลุมต้นทุนที่แท้จริงได้ทั้งหมด ซึ่งสัญญา Hedging มีอายุเฉลี่ยประมาณ 6 เดือน และจะทยอยลดลงหลังเดือนมิถุนายน 2569 ขณะที่บริษัทไม่สามารถเพิ่มสัดส่วนการป้องกันความเสี่ยงในช่วงที่ราคาน้ำมันอยู่ในระดับสูงได้ เนื่องจากมีความเสี่ยงหากราคาปรับตัวลดลงในอนาคต
นาชาย กล่าวว่า เพื่อรักษาสถานะทางการเงินและความอยู่รอดขององค์กร ก่อนเกิดวิกฤตดังกล่าว บริษัทได้ทยอยปรับราคาค่าโดยสารเพิ่มขึ้นแล้วประมาณ 10-15% โดยใช้กลไก Dynamic Pricing เป็นการปรับให้สะท้อนต้นทุนน ไม่ใช่การฉวยโอกาส แต่เพื่อให้บริษัทอยู่รอด ถ้าไม่ปรับขึ้นไม่ว่าองค์กรไหนก็อยู่ไม่รอด จึงต้องผลักดันราคาขายเฉลี่ยให้สูงขึ้นตามกลไกตลาด อย่างไรก็ตาม บริษัทจะพยายามรักษาสมดุลระหว่างราคาตั๋วพื้นฐานและค่าธรรมเนียม เพื่อไม่ให้กระทบผู้โดยสารมากเกินไป แต่หากสถานการณ์สงครามยืดเยื้อ อาจมีความจำเป็นต้องปรับราคาตั๋วเพิ่มขึ้นอีก
“ตามที่บริษัทตั้งเป้าหมายรายได้ปี 2569 ไว้ที่ 200,000 ล้านบาท หรือเติบโตประมาณ 5% จากปีก่อน แต่หากสถานการณ์ยืดเยื้อไปอีก 2 เดือน หรือถึงสิ้นเดือนพฤษภาคม 2569 จะส่งผลกระทบอย่างแน่นอน ไม่เฉพาะการบินไทยเท่านั้น แต่จะกระทบทั้งอุตสาหกรรมการบินทั่วโลก รวมถึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและภาวะเศรษฐกิจโดยรวม โดยแนวทางของการบินไทยต้องมีการปรับตัวในช่วงนี้เปรียบเหมือน ‘กบจำศีล’ คืออยู่นิ่งๆเพื่อตั้งรับและประคองตัว ใช้เงินให้น้อยที่สุด ลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น และชะลอโครงการที่ยังไม่เร่งด่วนออกไปก่อน จนกว่าสถานการณ์จะมีความชัดเจน” นายชายกล่าว
ทั้งนี้ ยอมรับว่าจากสถานการณ์ตะวันออกกลางขณะนี้ ได้ส่งผลต่อพฤติกรรมการเดินทางของผู้โดยสาร โดยเฉพาะตลาดระยะไกล เช่น ยุโรปและออสเตรเลีย ซึ่งเริ่มชะลอการตัดสินใจเดินทางเพื่อรอดูสถานการณ์ ดังนั้นส่งผลให้ยอดการจองตั๋วโดยรวมลดลงประมาณ 10% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของแผนการลงทุน บริษัทจะยังคงเดินหน้าโครงการสำคัญ โดยเฉพาะโครงการศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน (MRO) ที่อู่ตะเภา ซึ่งยืนยันว่าจะดำเนินการในพื้นที่เดิม ไม่มีการชะลอแผนแต่อย่างใด ขณะที่แผนการรับมอบเครื่องบินใหม่ยังคงเป็นไปตามกำหนดเดิม โดยบริษัทจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากการตัดสินใจที่เร่งรีบอาจทำให้สูญเสียโอกาสในระยะยาว
สำหรับข้อเสนอให้ภาครัฐเข้ามาช่วยเหลือ นายชายระบุว่า บริษัทไม่มีข้อเรียกร้องเป็นพิเศษ เพียงต้องการให้ภาครัฐสนับสนุนในเชิงนโยบาย เพื่อผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการบิน (Aviation Hub) ของภูมิภาค โดยใช้สายการบินสัญชาติไทยเป็นกลไกหลัก
นายชาย กล่าวว่า สำหรับการลดภาษีน้ำมันเครื่องบินในเส้นทางระหว่างประเทศไม่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากปัจจุบันไม่มีการจัดเก็บภาษีในส่วนดังกล่าวอยู่แล้ว ส่วนความกังวลว่าสถานการณ์จะลุกลามจนกระทบการเดินทางเหมือนช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 นั้น มองว่าในระยะสั้นยังไม่ถึงระดับดังกล่าว แต่จำเป็นต้องติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม ภายหลังการฟื้นฟูกิจการฯ บริษัทมีสภาพคล่องทางการเงินที่แข็งแกร่ง โดยมีเงินสดในมือมากกว่า 100,000 ล้านบาท ซึ่งจะเป็นกันชนสำคัญในการรองรับความผันผวน และยืนยันว่าจะดำเนินธุรกิจด้วยความระมัดระวัง เพื่อไม่ให้เกิดความเสี่ยงต่อองค์กรในระยะต่อไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ม็อบบุกทำเนียบฯ บี้ 'หนู' เลิกภาษีน้ำมัน-ลดค่าไฟ-แก้ของแพง
'14 กลุ่มภาคประชาสังคม' จี้ 3 ข้อ 'รัฐบาลอนุทิน' แก้ปัญหาพลังงาน-ยกเลิกภาษีสรรพสามิตน้ำมัน ปูดศูนย์กลางปั่นราคาอาจอยู่ทำเนียบฯ จี้รื้อสัญญานายทุนผูกขาด ทำค่าไฟแพง ซัดผู้นำบริหารล้มเหลว
ปชป. เปิดตัว 'จับตา' แพลตฟอร์มชี้เป้าของแพง ยื่นญัตติด่วนแก้วิฤตน้ำมัน
'ปชป.' เปิดตัวแพลตฟอร์ม 'จับตา' ชี้เป้าของแพง 'กรณ์' ข้องใจจับไอ้โม่งน้ำมันไม่ได้ จ่อยื่นญัตติด่วน ถกสภาแก้วิกฤตพลังงาน-สินค้าราคาพุ่งพุธนี้
ความคืบหน้าล่าสุด สงครามในตะวันออกกลาง หัวหน้า IEA เตือนถึงวิกฤต
ฟาติห์ บิโรล หัวหน้าสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ กล่าวว่า "เศรษฐกิจโลกกำลังเผชิญกับภัยคุกคามครั้งใหญ่" และเปรียบเทียบวิกฤตพลังงานในปัจจุบันกับวิกฤตในทศวรรษ 1970 และผลกระทบจากการรุกรานยูเครนของรัสเซียในปี 2022

