
ไมเนอร์ ฟู้ด หวั่นวิกฤตพลังงานกระทบโลจิสติกส์ ขนส่งสินค้า วัตถุดิบช้า ของขาด! ระบุผักสดและผลไม้สดขึ้นราคาแน่ คาดเดลิเวอรี่อาจจต้องปรับบรรจุภัณฑ์แบบกระดาษเข้าทดแทนพลาสติก ย้ำยังพอตรึงราคาได้ 3 เดือน
26 มี.ค. 2569 – นายอนุพนธ์ นิธิยานันท์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ เดอะ ไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากวิกฤตสงครามตะวันออกลางที่เกิดขึ้น แน่นอนว่าจะส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมัน และต่อเนื่องมายังภาคธุรกิจ ซึ่งต้นทุนทางด้านพลังงานเป็นพื้นฐานของธุรกิจทั่วไป รวมถึงอยู่ในครัวเรือนของทุกบ้าน ไม่ใช่เพียงแค่ธุรกิจอาหารเท่านั้น โดยหากน้ำมันมีการปรับตัวสูงขึ้นก็ย่อมส่งผลกระทบต่อระบบโลจิสติกส์แน่นอน ทำให้ต้องมีการวางแผนอย่างเป็นระบบและซับซ้อนมากขึ้น จะเห็นได้ว่าเริ่มมีสัญญาณแล้วในพื้นที่ต่างจังหวัด อาจจะส่งสินค้าและวัตถุดิบที่ใช้ได้ช้ากว่าปกติ ซึ่งอาจมีผลกระทบให้สินค้าบางอย่างขาด จะกระทบหมดทุกหมดสินค้า
ขณะเดียวกันยังมองว่าราคาผักสดและผลไม้สดก็อาจต้องปรับตัวเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน เนื่องจากอิหร่านเป็นประเทศที่ส่งออกปุ๋ยจำนวนมาก พอมีปัญหาส่งออกมาไม่ได้ก็มีผลกระทบกับผักสดและผลไม้สด นั่นทำให้แบรนด์ “ซิซซ์เล่อร์” ได้รับผลกระทบโดยตรง และประเด็นที่จะมีผลกระทบเร็วที่สุดคือเม็ดพลาสติก บรรจุภัณฑ์สำหรับเดลิเวอรี่ อาทิ ช้อน แก้วน้ำ ชาม สำหรับเดลิเวอรี่ทั้งหมดในวันนี้น่าจะเกิดปัญหาขึ้น ถ้าหากสถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย ดังนั้นกระดาษเตรียมที่จะเข้ามาทดแทนกันมากขึ้นในเรื่องของบรรจุภัณฑ์ และแน่นอนก็ต้องมีการปรับราคาอย่างแน่นอนไม่ใช่แค่ไมเนอร์ แต่ทั้งนี้ บริษัทจะพยายามตรึงราคาไว้ให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ ท่ามกลางความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้น หรือประมาณ 3 เดือน เนื่องจากวัตถุดิบและสินค้าทุกอย่างในธุรกิจจะมีการเตรียมของล่วงหน้าอยู่แล้ว ซึ่งส่วนมากก็จะประมาณ 1-3 เดือน
“ตอนนี้เราต้องประเมินสถานการณ์วันต่อวัน เนื่องจากมีข่าวอยู่ตลอดเวลา หากสถานการณ์ยังเป็นแบบนี้เราอาจจะต้องหยุดขายบางเมนู ส่วนเรื่องของราคาก็ต้องมาดูกันว่าลูกค้ารับได้หรือไม่ได้ บางสาขาในวันที่มีผลกระทบซึ่งเกี่ยวกับการขนส่ง สิ่งที่เราไม่อยากให้เกิดขึ้นเลยคือการปิดร้าน แต่ก็มองว่าอาจจะเป็นโอกาสที่คนเข้ามาทานอาหารภายในร้านมากขึ้น เนื่องจากบรรจุภัณฑ์เดลิเวอรี่ที่ต้องปรับเปลี่ยน และอาจทำให้อาหารแพงขึ้น แต่การจัดการภายในร้านยังใช้ขอบที่ทำความสะอาดได้ และที่ผ่านมาไม่ใช่ว่าไม่เคยมีสงคราม แต่ปัญหาระหว่างรัสเซียและยูเครนก็เป็นตัวอย่างที่ดี ตอนนั้นมีผลกระทบหลายอย่างมาก ทั้งเรื่องของข้าวสาลี ขนมปัง แป้งพิซซ่า แต่สุดท้ายก็เชื่อว่าโลกใบนี้มนุษย์เราในช่วง 1-2 เดือน ก็จะหาทางออกได้เอง รวมถึงน้ำมันและวัตถุดิบอื่นๆ ก็จะมีแหล่งที่มาใหม่ๆ เข้ามาทดแทน” นายอนุพนธ์ กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
“โอฬาร” ชี้ เรือไทยผ่านฮอร์มุซได้ สะท้อนกึ๋นการทูต “สีหศักดิ์” เปลี่ยนวิกฤติเป็นโอกาส ช่วยเพิ่มสภาพคล่องด้านพลังงาน
รศ.ดร.โอฬาร ถิ่นบางเตียว อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ให้ความเห็นกรณีเรือพาณิชย์ของไทยสามารถผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างปลอดภัย ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางว่า

