ออสเตรเลียสั่งห้ามผู้เดินทางจากอิหร่านเข้าประเทศ โดยระบุว่าสงครามในตะวันออกกลางเพิ่มความเสี่ยงที่คนเหล่านั้นจะหลบเลี่ยงการเดินทางกลับเมื่อวีซ่าระยะสั้นหมดอายุ

แฟ้มภาพ นักฟุตบอลหญิงทีมชาติอิหร่านเข้าร่วมพิธีในจัตุรัสวาลิอัสร์ในกรุงเตหะราน หลังเดินทางกลับจากออสเตรเลีย ทางการอิหร่านให้การต้อนรับทีมฟุตบอลหญิงทีมชาติอย่างวีรสตรี เมื่อวันที่ 19 มีนาคม (Photo by IRAN PRESS / AFP)
เอเอฟพีรายงาน เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 26 มีนาคม 2569 กล่าวว่า รัฐบาลออสเตรเลียสั่งห้ามผู้เดินทางจากอิหร่านเข้าประเทศ โดยอ้างอิงสถานการณ์ของสงครามในตะวันออกกลางที่อาจเพิ่มความเสี่ยงให้คนเหล่านั้นปฎิเสธการเดินทางกลับประเทศต้นทางเมื่อวีซ่าระยะสั้นหมดอายุ
กระทรวงมหาดไทยของออสเตรเลียระบุว่า ในอีก 6 เดือนข้างหน้า ผู้ที่เดินทางด้วยหนังสือเดินทางอิหร่านจะถูกห้ามไม่ให้เข้าออสเตรเลียเพื่อการท่องเที่ยวหรือทำงาน
แถลงการณ์ระบุว่า "ความขัดแย้งในอิหร่านได้เพิ่มความเสี่ยงที่ผู้ถือวีซ่าชั่วคราวบางรายอาจไม่สามารถหรือไม่น่าจะเดินทางออกจากออสเตรเลียได้เมื่อวีซ่าหมดอายุ"
กระทรวงฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า จะมีการยกเว้นเป็นกรณีๆ ไป เช่น สำหรับพ่อแม่ของพลเมืองออสเตรเลีย
"มีวีซ่าท่องเที่ยวจำนวนมากที่ออกให้ก่อนเกิดความขัดแย้งในอิหร่าน ซึ่งอาจไม่ได้รับการอนุมัติหากยื่นขอในตอนนี้" โทนี เบิร์ก รัฐมนตรีมหาดไทยกล่าว
"การตัดสินใจเกี่ยวกับการพำนักถาวรในออสเตรเลียควรเป็นการตัดสินใจอย่างรอบคอบของรัฐบาล ไม่ใช่ผลพวงแบบสุ่มจากการจองวันหยุด" เขากล่าวเสริม
จากข้อมูลของรัฐบาล มีชาวออสเตรเลียมากกว่า 85,000 คนที่เกิดในอิหร่าน โดยมีชุมชนพลัดถิ่นที่เข้มแข็งในเมืองใหญ่ๆ เช่น ซิดนีย์และเมลเบิร์น
ออสเตรเลียสร้างความไม่พอใจให้กับอิหร่านในเดือนนี้ เมื่อให้ลี้ภัยแก่ผู้เล่น 7 คนและเจ้าหน้าที่ 1 คนจากทีมฟุตบอลหญิงที่มาเยือน
นักฟุตบอลเหล่านั้นถูกตราหน้าว่าเป็น "ผู้ทรยศ" ในบ้านเกิด หลังจากปฏิเสธที่จะร้องเพลงชาติก่อนการแข่งขันเอเชียนคัพ ซึ่งเป็นการกระทำที่ถูกมองว่าเป็นการท้าทายสาธารณรัฐอิสลาม
ต่อมานักฟุตบอล 5 คนจาก 7 คนนั้นเปลี่ยนใจและยกเลิกการขอลี้ภัยในออสเตรเลีย ทำให้เกิดการตั้งข้อสงสัยว่าครอบครัวของพวกเขาอาจถูกกดดันโดยรัฐบาลอิหร่าน.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สงครามในตะวันออกกลาง: ความคืบหน้าล่าสุด 70% แท่นยิงขีปนาวุธอิหร่านยังใช้งานได้
หนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์รายงานเมื่อวันอังคารว่า การประเมินข่าวกรองลับของสหรัฐฯ ระบุว่าอิหร่านยังคงมีขีดความสามารถด้านขีปนาวุธจำนวนมาก โดยประมาณ 70 เปอร์เซ็นต์ของแท่นยิงเคลื่อนที่และคลังขีปนาวุธก่อนสงครามยังคงใช้งานได้ และได้ฟื้นฟูการเข้าถึงฐานยิงขีปนาวุธ 30 แห่งจากทั้งหมด 33 แห่งตามแนวช่องแคบฮอร์มุซ
'ทรัมป์' โกรธอิหร่าน! เตือนข้อตกลงหยุดยิงอยู่ในภาวะวิกฤต กองทัพสหรัฐพร้อมตอบโต้ความก้าวร้าว
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เตือนเมื่อวันจันทร์ว่า การหยุดยิงในสงครามตะวันออกกลางกำลังอยู่ในภาวะ "วิกฤต" หลังจากปฏิเสธข้อเสนอโต้กลับล่าสุดจากอิหร่าน ซึ่งระบุว่ากองทัพพร้อมที่จะตอบโต้ต่อการกระทำที่ก้าวร้าวใดๆ

