ASW โชว์แกร่ง Q1/2569 กวาดยอดขาย 6,854 ล้านบาท

ASW โชว์แกร่ง Q1/2569 กวาดพรีเซล 6,854 ล้านบาท โซนรังสิต-ภูเก็ตดันยอดพุ่งทยอยโอนครึ่งปีแรกอีก 6 โครงการ ย้ำการเงินแข็งแกร่ง เตรียมจ่ายปันผลยีลด์สูง7%

2 เม.ย. 2569- นายกรมเชษฐ์ วิพันธ์พงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ASW  เปิดเผยว่า  ท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจที่มีความท้าทายรอบด้าน ASW ยังสามารถรักษาเสถียรภาพของผลการดำเนินงานให้อยู่ในระดับที่น่าพอใจ โดยในช่วงไตรมาสแรก (ม.ค.-มี.ค.) ของปี 2569 บริษัททำยอดขายจากโครงการบ้านและคอนโดมิเนียมได้ทั้งหมด 6,854 ล้านบาท เติบโตขึ้น 16% จากไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) และคิดเป็น 37% ของเป้าหมายยอดขายทั้งปี ซึ่งตั้งไว้ที่ 18,500 ล้านบาท

ทั้งนี้ความสำเร็จของยอดขายใน Q1/2569 มาจากการเปิดตัว 3 โครงการใหม่ ได้แก่ เบียงกาน่า สุรินทร์ ที่ทำยอดจองไปแล้วกว่า 65% ,โครงการแคมปัสคอนโด เคฟ คานิเวิล รังสิต และ ไวส์ เฮาส์ รังสิต ซึ่งทั้งสองโครงการได้เปิดรอบพิเศษ VVIP เมื่อวันที่ 27-28 มี.ค. ที่ผ่านมา รวมถึงโครงการ โคราลิน่า กมลา และ เดอะ บาลโคนี ในยาง ที่มีกระแสตอบรับที่ดีจากอีเวนต์ครั้งแรกของปี AssetWise Funtastic Dealสามารถทำยอดขายได้ถึง 1,200 ล้านบาท 

“ยอดพรีเซลของ ASW ยังมีแนวโน้มที่ดี โดยเราพบสัญญาณบวกจากการตัดสินใจซื้อของลูกค้าผ่านช่องทางออนไลน์เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วง 3 สัปดาห์หลังเกิดสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ในระยะสั้นเรามองว่านักท่องเที่ยวบางส่วน เช่น กลุ่ม Middle East และบางประเทศในยุโรป อาจชะลอลงจากข้อจำกัดด้านการเดินทาง และผลกระทบด้านต้นทุนพลังงาน แต่ในระยะยาวเราเชื่อมั่นว่าภูเก็ตยังเป็น World Destination ที่สำคัญอันดับต้นๆ ของเอเชีย ด้วยสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย และความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐาน โรงพยาบาล โรงเรียนนานาชาติชั้นนำ รวมถึงสิทธิประโยชน์ด้านวีซ่าระยะยาว ซึ่งปัจจัยเหล่านี้เป็นแรงดึงดูดสำคัญสำหรับกลุ่ม High Net Worth และกลุ่ม Long-stay จากทั่วโลกที่มองหาบ้านหลังที่สอง” นายกรมเชษฐ์ กล่าว

นายกรมเชษฐ์ กล่าวอีกว่า ท่ามกลางสถานการณ์โลกที่ส่งผลกระทบในวงกว้าง ความชัดเจนทางการเมืองและการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายเหลือ 1.00% แนวโน้มเงินบาทที่เริ่มอ่อนค่าลงต่อเนื่องซึ่งช่วยดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติ ตลอดจนมาตรการลดค่าโอน-จดจำนอง และผ่อนปรนเงื่อนไข LTV ที่จะสิ้นสุดใน มิ.ย. นี้ ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย โดย ASW ยึดหลักในการดำเนินธุรกิจอย่างรอบคอบ พร้อมติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อปรับกลยุทธ์ให้สอดรับกับสภาวะตลาด ควบคู่กับการรักษาวินัยทางการเงิน ดูแลสภาพคล่อง และบริหารจัดการสต๊อก (Inventory) อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งสินค้ากลุ่มดังกล่าวเป็นต้นทุนค่าก่อสร้างเดิม ทำให้ ASW ยังสามารถคงระดับราคาที่เหมาะสม ตอบโจทย์ผู้บริโภคในปัจจุบันที่ให้ความสำคัญกับความคุ้มค่าด้านราคาเป็นหลัก จึงเป็นโอกาสสำคัญสำหรับกลุ่มลูกค้าที่มีความพร้อม ให้สามารถเข้าถึงที่อยู่อาศัยในราคาที่คุ้มค่ากับคุณภาพที่สุดในขณะนี้

ขณะเดียวกัน บริษัทมีแผนทยอยโอนฯโครงการที่จะสร้างเสร็จใหม่ในปีนี้อีก 11 โครงการ มูลค่ารวม 26,760 ล้านบาท ซึ่งเป็นมูลค่ารวมสูงสุดนับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท และเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่จะสร้างการรับรู้รายได้ที่มั่นคงให้กับ ASW ตลอดทั้งปี โดยช่วงครึ่งปีแรกมีโครงการสร้างเสร็จใหม่ 6 โครงการ มูลค่ารวม 16,360 ล้านบาท

ทั้งนี้ ASW ยังมุ่งสร้างผลตอบแทนสูงสุดให้แก่ผู้ถือหุ้นอย่างยั่งยืน เตรียมเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นสามัญประจำปี (AGM) เพื่ออนุมัติจ่ายปันผลสำหรับกำไรสะสมและผลการดำเนินงานของบริษัทงวด 12 เดือนของปี 2568 ในอัตรา 0.50 บาทต่อหุ้น คิดเป็นอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) ที่ระดับ 7% อ้างอิงจากราคาปิดสิ้นเดือนมี.ค. 2569 ซึ่งเป็นระดับที่สูงในกลุ่มผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยต้องผ่านการอนุมัติจากการประชุมฯ ในวันที่ 23 เม.ย. 2569 และจะขึ้นเครื่องหมาย XD ในวันที่ 30 เม.ย. 2569.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง