'ภัทรพงษ์' บี้นายกฯ แสดงจุดยืนให้ชัด จะหนุนหรือเตะถ่วง พรบ.อากาศสะอาด

"ภัทรพงษ์" เรียกร้องนายกฯอนุทิน ตอบให้ชัด รัฐบาลจะเอาอย่างไรต่อร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด เหน็บ "สุชาติ" บินเชียงใหม่ ช่วยเดินไปคุุยผู้ประการท่องเที่ยว-โรงแรมด้วย ซัด "ศุภชัย" คัดค้านแบบไร้เหตุผล ย้ำภาคอุตสาหกรรมหากไม่ปล่อยมลพิษตามมาตรฐาน ก็ไม่โดนเก็บค่าธรรมเนียม จี้นายกฯ ระบุให้ชัด ผู้ว่าฯ 9 จังหวัดภาคเหนือต้องประกาศเขตภัยพิบัติ ไม่งั้นเจอ ม.157 แน่

2 เมษายน 2569 - ที่รัฐสภา นายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สส.เชียงใหม่ พรรคประชาชน แถลงเรียกร้องรัฐบาลให้แสดงจุดยืนต่อการผลักดันร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) อากาศสะอาด ว่า หลังจากเมื่อวันที่ 1 เม.ย.ได้มีการยื่นญัตติด่วนเรื่องวิกฤตฝุ่น PM 2.5 ในพื้นที่ภาคเหนือที่รุนแรง และกระทบไปยังพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศตลอดทั้งปี เพราะปัญหานี้ไม่ใช่แค่ของคนเหนือ แต่คือของประเทศไทย เพราะทุกคนใช้ลมหายใจเดียวกัน

นายภัทรพงษ์ กล่าวต่อว่าขอเรียกร้องให้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย แสดงจุดยืนที่ชัดเจนต่อร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาด เพราะรับทราบมาว่า ทางรัฐบาลได้ตกลงกันแล้วว่าจะไม่ทพร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ มาพิจารณาอีกแล้ว เพราะหลังจากที่ผมอภิปรายไปเมื่อวันที่ 1 เม.ย.ว่า ตนได้แสดงชัดเนว่าหากรัฐบาลจะหยิบร่างพ.ร.บ. อากาศสะอาด ไปต่อ ขอให้นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นตัวแทนของคณะรัฐมนตรี(ครม.)ที่เมื่อวานเซ็นชื่อเข้าประชุมสภาฯ ด้วย ให้มาตอบในสภาฯเลย ว่าสิ่งที่ตนพูดไม่ใช่เรื่องจริง แต่นายสุชาติก็ไม่มาตอบ หนำซ้ำนายสุชาติ ยังเลือกที่จะไปให้สัมภาษณ์เรื่องการประกาศเขตภัยพิบัติว่า ถ้าหากประกาศเป็นเขตภัยพิบัติไปแล้ว จะกระทบกับการท่องเที่ยว ซึ่งประเด็นนี้เป็นประเด็นที่น่าขำขันมาก เพราะการจะประกาศหรือไม่ประกาศ ก็กระทบการท่องเที่ยวหนักมากอยู่แล้ว

“ผมขอเรียกร้องให้คุณสุชาติ ตอนที่ลงพื้นที่ภาคเหนือ บินไปที่เชียงใหม่ ช่วยเดินไปคุยกับผู้ประกอบกิจการท่องเที่ยว โรงแรม ไปดูตัวเลขที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวที่จองไว้มันตกขนาดไหน มันกระทบมากๆแล้ว และตอนนี้ไาได้กระทบแค่ปากท้อง แต่กระทบกับชีวิต และสุขภาพของประชาชนคนเหนือ ฉะนั้นการประกาศเขตภัยพิบัติ ขอให้คุณสุชาติ ช่วยเห็นความสำคัญลมหายใจของประชาชน มากกว่าความสำคัญกับสิ่งที่ตัวเองจะทำในตอนนี้”นายภัทรพงษ์ กล่าว

นายภัทรพงษ์ กล่าวว่า ส่วนความคืบหน้าเรื่องร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาด ต้องการฟังจาก นายอนุทินหรือตัวแทนคณะรัฐมนตรี (ครม.) ตนไม่ต้องการได้ยิน นายศุภชัย ใจสมุทร สส. บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ออกมาพูดแล้วใช้เทคนิคทางการเมือง แล้วมาอ้างภายหลังได้ว่าพูดในนาม สส.ไม่ได้พูดในนาม ครม. มันไม่มีผลผูกพันใดๆเลย ซ้ำสิ่งที่นายศุภชัยพูดทำออกมาทั้งหมด เป็นการพูดที่ทำให้ตนผิดหวัง เพราะนายศุภชัย เป็นที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ(กมธ.)ร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาด อยู่กับตนในช่วงปีที่แล้ว และยังเป็นอนุกรรมาธิการฯ ซึ่งร่างเนื้อหา 300 มาตราดังกล่าว

“น่าเสียดาย ช่วงระหว่างพิจารณาผมไม่เคยได้ยินเสียงคุณศุภชัยเลย และแทบจะจำหน้าคุณศุภชัยในที่ประชุมไม่ได้ด้วยซ้ำ เสียดายจริงๆ ว่าในโอกาสที่คุณศุภชัยมีเวลาทำงาน แต่ผมกลับไม่เห็นข้อขัดแย้งเหล่านี้ และผมกังวลว่าจะทำให้คุณศุภชัยดูแย่เอง เพราะหลายข้อขัดแย้งที่นายศุภชัยยกมาดูไร้เหตุผลมากๆ” นายภัทรพงษ์กล่าว

นายภัทรพงษ์กล่าวว่า ยกตัวอย่างง่ายๆนายศุภชัยยกเหตุผลว่า Emission Trading ว่าไม่สามารถทำได้จริง แต่นายศุภชัยกลับไม่รู้ว่าในร่าง พ.ร.บ.ฯ การเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ ที่ผ่านมติ ครม. ก็มีเรื่องนี้อยู่เช่นกัน เรื่องง่ายๆแบบนี้ถ้านายศุภชัยเข้าประชุม แล้วเองเรื่องนี้มาพูดในที่ประชุม ก็จบในที่ประชุมแล้ว ทำให้ตนเป็นห่วง ว่ามีใครพยายามจะถ่วงร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด หรือไม่ ถ่วงไปเรื่อยๆ ให้จบภายในวันที่ 13 พฤษภาคม ซึ่งจะครบ 60 วัน ที่ ครม.ชุดใหม่ สามารถหยอบขึ้นมาพิจารณาได้ภายใน 60 วันหลังจากการประชุมรัฐสภานัดแรก คือเริ่มนับ 1 วันที่ 14 มี.ค.

“ดังนั้นไม่ต้องถ่วง คุณอนุทินต้องออกมาพูดให้ชัดเจนว่า จะเอาอย่างไรกับร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาด ลมหายใจของประชาชนไม่ใช่สิ่งที่คุณจะมาเล่นการเมือง เอาให้ชัดๆ ตรงไปตรงมากับประชาชน ซึ่งพรรคประชาชนก็เตรียมที่จะยื่นร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาด เข้าสู่สภาฯ ใหม่ ในกรณีที่พรรคภูมิใจไทยไม่เห็นความสำคัญของลมหายใจประชาชน” นายภัทรพงษ์ กล่าว

นายภัทรพงษ์ กล่าวต่อว่า สาเหตุที่มีฝ่ายพยายามเตะถ่วงร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาด เพราะมีข้อที่หลายฝ่ายเห็น เช่นที่นายศุภชัย ยกมาว่า จะมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากฝ่ายผู้ประกอบกิจการ ซึ่งกลุ่มภาคอุตสาหกรรมก็มีการยกข้อนี้ขึ้นมา ซึ่งตนก็ได้ชี้แจงไปนานแล้วว่าเราเก็บค่าธรรมเนียมจริง หากเป็นการประกอบกิจการที่ปล่อยมลพิษทางอากาศตามมาตรฐาน หากคุณเป็นโรงงานที่ไม่ต้องการเข้าเกณฑ์เหล่านี้ เพราะมองว่าการเพิ่มต้นทุนเพื่อลมหายใจประชาชนไม่คุ้ม แต่ตนมองว่าเป็นผลประโยชน์ของประชาชน เพราะสิ่งสำคัญที่สุดคือสิ่งแวดล้อม

เมื่อถามว่าการเตะถ่วงเอื้อนายทุนหรือไม่ นายภัทรพงษ์ กล่าวว่า ตนมองว่าจะใช้คำไหนก็ได้ จะใช้คำว่าเอื้อนายทุน ก็สามารถตีความแบบนั้นได้ จะใช้คำว่าเอื้อภาคอุตสาหกรรมหรือธุรกิจเอกชน ก็สามารถใช้คำนั้นได้ แต่จุดประสงค์ของ พ.ร.บ. ฉบับนี้ คือเราจะยืนข้างประชาชน เพื่อลมหายใจของประชาชน และแน่นอนเรามองถึงผลกระทบของภาคธุรกิจด้วย จึงกำหนดเรื่องการละเว้นค่าธรรมเนียมไว้อยู่แล้วในร่าง พ.ร.บ. ถ้าหากอ่านดีๆ เชื่อว่ามีจุดดี บางส่วนอาจกระทบภาคธุรกิจ แต่ก็เปิดช่องให้ธุรกิจสีเขียวละเว้นได้

เมื่อถามถึงกรณีนายกรัฐมนตรีเพิ่มอำนาจให้ผู้ว่าราชการจังหวัดภาคเหนือแก้ปัญหาไฟป่า นายภัทรพงษ์กล่าวว่า การสั่งผู้ว่าฯ ให้ดำเนินการอย่างเร่งด่วนเรื่องไฟป่า โดยที่เราไม่ได้มีงบประมาณให้เขา และการประกาศเขตภัยพิบัตินั้น หากนายกรัฐมนตรีระบุไปเลยว่า ขณะนี้ 9 จังหวัดภาคเหนือตอนบนเข้าเกณฑ์แล้ว ผู้ว่าฯ ต้องประกาศเขตภัยพิบัติ เชื่อว่า ผู้ว่าฯ ไม่มีใครไม่ประกาศ คำถามคือทำไมถึงไม่ประกาศ การที่เราสั่งอย่างเดียว ขู่อย่างเดียวว่า ต้องจัดการไฟป่า แต่ไม่ได้ทำจริงเลย ไม่ได้เกิดประโยชน์อะไรกับประชาชนในภาคเหนือ นายกรัฐมนตรีสามารถระบุให้ผู้ว่าฯ ประกาศได้เลยเพราะเข้าหลักเกณฑ์แล้ว

“หากยังไม่ประกาศ ผมและภาคประชาชนในจังหวัดเชียงใหม่ เตรียมยื่นฟ้องมาตรา 157 ต่อผู้ว่าฯ แล้ว เพราะมีการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่อย่างชัดเจน เพราะหากประกาศเขตภัยพิบัติ จะสามารถใช้งบฉุกเฉิน 9 จังหวัด รวมกับทุกกระทรวงจำนวน 1,020 ล้านบาท จะสามารถจัดการปัญหานี้ได้ทั้งต้นตอและปลายทางคือสุขภาพของประชาชน”นายภัทรพงษ์​กล่าว

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ปชน.' ยื่นร่างแก้ไขรธน. เพิ่มเติมหมวด 15/1 สัปดาห์นี้ ชู สสร.มาจากเลือกตั้ง ไม่เพิ่มอำนาจพิเศษ สว.

ไอติม เผยพรรคประชาชนจะยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ (เพิ่มเติมหมวด 15/1) ทั้งหมด 2 ฉบับ สัปดาห์นี้ เปิดกรอบเนื้อหา: สสร. มาจากการเลือกตั้ง - มีทั้งตัวแทนพื้นที่-ตัวแทนเชิงประเด็น - ไม่เพิ่มอำนาจพิเศษให้ สว.

'เด็กส้ม' เลกเชอร์ 'ดร.เชน' อย่าตัดทอนปัญหาโกงแค่เรื่องปากท้อง  

“วิสุทธิ์”  งัดข้อมูลสวน “ยศชนัน” บอกการคอร์รัปชั่นไม่ได้ขึ้นอยู่กับรายได้ แต่มีปัจจัยอื่นร่วมด้วย อย่าตัดทอนปัญหา ชี้ความมุ่งมั่นทางการเมืองก็เป็นเรื่องสำคัญเรื่องแรกไม่ใช่แค่ปากท้อง

สส.ส้มจี้รัฐบาลเร่งแก้กม.ให้สอดรับการสมรสเท่าเทียม

"ณัฐวุฒิ" กระทุ้ง 'รัฐบาล' เร่งแก้กฎหมายให้สอดรับ "สมรสเท่าเทียม" หลังผ่าน 480 วันยังไม่เสร็จ ย้ำ ต้องใส่ใจคุ้มครองสิทธิทุกคู่สมรส ไม่ทำเดือนไพรด์เป็นเพียงอีเวนต์รายปี

อัด ปชน. มองการเมืองคับแคบ วิจารณ์องคมนตรีจนกลายเป็นตลกร้าย

อดีตบิ๊ก ศรภ. วิจารณ์พรรคประชาชน กรณีออกมาตั้งข้อสังเกตองคมนตรีเข้าร่วมประชุมกับรัฐบาล โดยระบุว่าเป็นการหารือเพื่อเตรียมรับมือภัยแล้งและน้ำท่วมเพื่อช่วยเหลือประชาชน ไม่ใช่เรื่องการเมือง พร้อมมองว่าการออกมาวิพากษ์วิจ

จากเดนมาร์ก-อังกฤษ-นอร์เวย์ ถึงไทย บทบาท องคมนตรี กับการรับฟัง-แก้ปัญหาประชาชน

จากกรณีเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 มีท่าทีทางการเมืองจาก"พรรคประชาชน"ที่สื่อสารผ่าน เพจเฟซบุ๊กทางการของพรรคประชาชน โพสต์ข้อความเรื่อง