ฤกษ์ดี ‘พิพัฒน์’ ควงสาม รมช.ป้ายแดงเริ่มงานวันแรก

‘พิพัฒน์’ นำทัพ ควง สาม รมช.ป้ายแดงเข้ากระทรวงคมนาคมปฏิบัติหน้าที่วันแรกอย่างเป็นทางการ ดัน 4 มิติพัฒนาระบบขนส่ง ประกาศเดินหน้านโยบายยกระดับคมนาคมไทย เน้นลดค่าใช้จ่ายประชาชน หนุนใช้พลังงานสะอาด และสร้างโครงข่ายทั่วถึงทุกภูมิภาค ย้ำจะร่วมช่วยกันแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นกับโลกใบนี้

7 เมษายน 2569-ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 08.19 น. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมอีก 3 ราย ได้แก่ นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ และนายสรรเพชญ บุญญามณี ได้เดินทางเข้าปฏิบัติหน้าที่ ณ กระทรวงคมนาคมเป็นวันแรกอย่างเป็นทางการ สำหรับบรรยากาศการเข้าทำงานวันแรกเป็นไปอย่างอบอุ่น โดยมีนายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วยคณะผู้บริหารระดับสูง หน่วยงานในสังกัด ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ ให้การต้อนรับ

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า มีความพร้อมในการเดินหน้าพัฒนาระบบคมนาคมของประเทศ โดยยึดผลประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติเป็นศูนย์กลาง พร้อมผลักดันนโยบายเร่งด่วนที่รัฐบาลเตรียมแถลงต่อรัฐสภา เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการด้านการเดินทางที่ทันสมัย สะดวก ปลอดภัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยกระทรวงคมนาคมเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ รวมถึงมีบทบาทโดยตรงในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน

สำหรับแนวทางการดำเนินงานจะมุ่งเน้น 4 มิติหลักที่สอดคล้องกับการใช้ชีวิตประจำวันของประชาชนอย่างแท้จริง มิติแรก คือ การลดรายจ่ายและเพิ่มความปลอดภัย โดยให้ความสำคัญกับการลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางของประชาชน ควบคู่กับการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในระบบขนส่ง เพื่อคุ้มครองชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนอย่างสูงสุด มิติที่ 2 คือ การกระตุ้นเศรษฐกิจและส่งเสริมการร่วมลงทุนกับภาคเอกชน มุ่งเร่งสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ พร้อมเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนและประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อลดภาระหนี้สาธารณะของประเทศในระยะยาว

มิติที่ 3 คือ การพัฒนาระบบขนส่งโดยใช้พลังงานสะอาด โดยเร่งส่งเสริมให้รถโดยสารสาธารณะเปลี่ยนมาใช้พลังงานสะอาดและพลังงานทดแทน เพื่อลดการพึ่งพาน้ำมัน แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ และบรรเทาปัญหาฝุ่น PM 2.5 อย่างยั่งยืน และมิติที่4 คือ การวางรากฐานระบบคมนาคมเพื่อทุกคน โดยมุ่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้มีความครอบคลุม เชื่อมโยงกันอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงบริการด้านคมนาคมได้อย่างเท่าเทียมในทุกพื้นที่

นายพิพัฒน์ กล่าวย้ำว่า รูปแบบการทำงานในยุคใหม่ ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี ที่ให้ทุกหน่วยงานทำงานแบบ “บูรณาการร่วมกันเป็นกลุ่มยุทธศาสตร์” โดยต้องประสานความร่วมมือทั้งภายในและภายนอกกระทรวง บนเป้าหมายเดียวกัน เพื่อให้การแก้ไขปัญหาและการพัฒนาระบบคมนาคมเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมและรวดเร็ว

ส่วนสถานการณ์วิกฤตพลังงานของประเทศในปัจจุบัน โดยขอให้ปลัดกระทรวงและผู้บริหารทุกระดับร่วมกันทำงานอย่างเต็มศักยภาพ ยืนยันว่าตนเองและรัฐมนตรีช่วยทั้ง 3 คนมีความเชื่อมั่นในศักยภาพของกระทรวงคมนาคม และพร้อมทำงานเป็นทีมอย่างใกล้ชิด เราจะทำงานร่วมกันเป็นทีมเวิร์ค หากหน่วยงานใดมีปัญหาหรืออุปสรรค สามารถติดต่อผมและรัฐมนตรีช่วยได้โดยตรง เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อพี่น้องประชาชนและประเทศชาติ

นายพิพัฒน์ กล่าวย้ำว่าขณะนี้อยู่ในภาวะวิกฤติของพลังงาน และภาวะวิกฤติเศรษฐกิจของโลก ซึ่งกระทรวงคมนาคม เป็นหน่วยงานหนึ่งที่ถือเป็นหัวใจสำคัญของประเทศ ที่จะช่วยฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ ไปได้ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย  ขอฝากทุกคน วันนี้เราไม่ได้มีชั่วโมงสำหรับฮันนีมูล และเก็บเกี่ยวความสุข วันนี้ตน และ รมช.คมนาคม ทั้ง 3 คน จะเข้ามาร่วมช่วยกันแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นกับโลกใบนี้ ขอให้คิดว่าทุกคนเราคือพี่น้องกัน มีอะไรก็ขอให้เข้ามาหารือ อย่าคิดว่าเป็นรัฐมนตรี ถือเป็นเพื่อนร่วมงานกันในกระทรวงคมนาคม ซึ่งหากเมื่อใดเราร่วมกันผ่านวิบากกรรม และผ่านวิกฤตินี้ไปได้ พวกเราก็จะเสวยสุขไปพร้อมๆ กัน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง