สนค.เผยเงินเฟ้อ มี.ค. ลดลง 0.08% แม้จะเกิดสงคราม คาดQ2ราคาสินค้าเริ่มขยับ

สนค.เผยเงินเฟ้อ มี.ค.69 ลดลง 0.08% แม้จะเกิดสงคราม แต่รัฐบาลยังตรึงน้ำมันดีเซลไว้ครึ่งเดือนแรก เพิ่งทยอยขึ้นปลายเดือน ไม่มีผลกระทบต่อต้นทุนสินค้า และสินค้าเป็นสต็อกเก่า ราคาเลยยังไม่ขึ้น คาดไตรมาส 2 ขยับแรงแน่ หลังดีเซลทะลุ 50 บาท หมู ไก่ ไข่ ผัก เจอร้อนทำราคาขึ้น ผู้ประกอบการเริ่มขยับราคาสินค้า ปรับเป้าเงินเฟ้อใหม่ 1.5-2.5% แต่อาจทะลุเป็น 2.5-3.5% หากน้ำมันยังแรงไม่หยุด จับตาสินค้าเพิ่มตั้งแต่ 0-10% ทั้งเครื่องประกอบอาหาร เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ สิ่งที่เกี่ยวกับทำความสะอาด และของใช้ส่วนบุคคล

7 เม.ย. 2569 – นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของไทย เดือน มี.ค.2569 เท่ากับ 100.27 เทียบกับเดือน มี.ค.2568 ลดลง 0.08% เป็นการลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 12 นับจากเดือน เม.ย.2568 โดยมีสาเหตุหลักมาจากราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศยังถูกจำกัดการปรับเพิ่มขึ้นจากมาตรการตรึงราคาในช่วงครึ่งเดือนแรก เพิ่งมาทยอยปรับขึ้นในช่วงปลายเดือน ทำให้ไม่มีผลต่อต้นทุนสินค้า แม้จะมีสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางและปิดช่องแคบฮอร์มุซ และการปรับลดค่ากระแสไฟฟ้ายังคงช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพ ประกอบกับสินค้าส่วนใหญ่ยังเป็นสต็อกเดิม จึงยังไม่มีการปรับขึ้นราคา เงินเฟ้อก็ยังชะลอตัวลง ส่วนยอดรวม 3 เดือน ปี 2569 (ม.ค.-มี.ค.) ลดลง 0.54%

สำหรับรายละเอียดเงินเฟ้อเดือน มี.ค.2569 ที่ลดลง มาจากหมวดอื่น ๆ ที่ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่ม ลดลง 0.34% จากการลดลงของราคาสินค้าสำคัญ โดยเฉพาะสินค้าในกลุ่มพลังงาน (ค่ากระแสไฟฟ้า น้ำมันเชื้อเพลิง) ของใช้ส่วนบุคคล (ผลิตภัณฑ์ป้องกันและบำรุงผิว น้ำยาระงับกลิ่นกาย โฟมล้างหน้า ครีมนวดผม กระดาษชำระ) เสื้อผ้า (เสื้อยืดบุรุษ สตรี และเด็ก เสื้อเชิ้ตบุรุษและสตรี กางเกงขายาวบุรุษและสตรี) ค่าจ้างเหมาช่างไฟฟ้า และค่าห้องพักโรงแรม ขณะที่มีสินค้าสำคัญปรับราคาสูงขึ้น อาทิ รถยนต์ ค่าเช่าบ้าน ค่าโดยสารเครื่องบิน (ต่างประเทศ) ค่าทัศนาจรต่างประเทศ ค่าโดยสารรถไฟฟ้า และค่าบริการขนขยะ

ส่วนหมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ สูงขึ้น 0.34% จากการสูงขึ้นของราคาสินค้าสำคัญ อาทิ อาหารสำเร็จรูป (กับข้าวสำเร็จรูป ข้าวราดแกง ก๋วยเตี๋ยว) เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ (กาแฟ (ร้อน/เย็น) กาแฟผงสำเร็จรูป เครื่องดื่มรสช็อกโกแลต) ปลาและสัตว์น้ำ (ปลาทู ปลาช่อน) ข้าวสารเจ้า ผักสด (มะนาว ต้นหอม ผักชี มะละกอดิบ ผักกาดขาว พริกสด มะเขือ) และผลิตภัณฑ์น้ำตาล (ขนมหวาน ไอศกรีม) โดยมีสินค้าหลายรายการราคาลดลง อาทิ เนื้อสุกร น้ำมันพืช ข้าวสารเหนียว ผลไม้สด (ทุเรียน แตงโม มะพร้าวอ่อน มะม่วง กล้วยหอม) และซอสหอยนางรม

ทางด้านอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (อัตราเงินเฟ้อทั่วไป เมื่อหักอาหารสดและพลังงานออก) เดือน มี.ค.2569 สูงขึ้น 0.57% เร่งตัวขึ้นเล็กน้อยจากเดือน ก.พ.2569 ที่สูงขึ้น 0.56% รวม 3 เดือน ปี 2569 เพิ่มขึ้น 0.58%

นายนันทพงษ์ กล่าวว่า แนวโน้มเงินเฟ้อไตรมาส 2 ของปี 2569 จะกลับมาเป็นบวก โดยมีแรงกดดันจากราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศปรับตัวสูงขึ้นตามกลไกตลาด โดยเฉพาะดีเซลที่เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ลิตรละ 50.54 บาท ราคาสินค้าเกษตรบางรายการมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะผักสดและไข่ไก่ ซึ่งได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศร้อน ส่งผลให้ผลผลิตลดลงในบางช่วง ราคาเนื้อสัตว์ปรับสูงขึ้น ทั้งเนื้อสุกรและเนื้อไก่ จากต้นทุนอาหารสัตว์และต้นทุนการขนส่งที่เพิ่มขึ้น ค่าโดยสารทางอากาศปรับเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งเส้นทางภายในประเทศและระหว่างประเทศ จากผลของราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น ประกอบกับจำนวนเที่ยวบินระหว่างประเทศที่ยังไม่กลับสู่ระดับปกติ และแรงกดดันด้านต้นทุนของผู้ประกอบการ โดยผู้ประกอบการรายใหญ่เริ่มส่งสัญญาณปรับราคาสินค้าอุปโภคบริโภค เพื่อสะท้อนต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้น ส่วนปัจจัยกดดันให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปลดลง ได้แก่ ภาครัฐดำเนินมาตรการช่วยเหลือลดภาระค่าครองชีพอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะค่ากระแสไฟฟ้า และราคาผลไม้สดที่สำคัญในประเทศยังฟื้นตัวอย่างช้า ๆ

ทั้งนี้ จากปัจจัยดังกล่าว กระทรวงพาณิชย์ได้ปรับคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อทั่วไป ปี 2569 จากเดิมระหว่าง 0.0–1.0% (ค่ากลาง 0.5) เป็นระหว่าง 1.5–2.5% (ค่ากลาง 2.0) โดยไตรมาส 2 เพิ่ม 3.67% ไตรมาส 3 เพิ่ม 2.24% และไตรมาส 4 เพิ่ม 2.48% ซึ่งประเมินจากสถานการณ์ปัจจุบันที่ราคาน้ำมันจะสูง 2 เดือน แต่ถ้าสูงกว่านี้ เงินเฟ้อ ก็จะขยับขึ้นไปเป็น 2.5-3.5% โดยไตรมาส 2 เพิ่ม 5.78% ไตรมาส 3 เพิ่ม 3.85% และไตรมาส 4 เพิ่ม 4.15%

โดยหลังจากนี้ ประเมินว่า ราคาสินค้าจะมีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้นตามต้นทุนที่สูงขึ้น ทั้งน้ำมันและวัตถุดิบ โดยกลุ่มที่จะปรับขึ้นราคา 0-5% ได้แก่ กะทิสำเร็จรูป เครื่องปรุงรส เกลือป่น น้ำปลา ซอสหอยนางรม น้ำดื่มบริสุทธิ์ กาแฟสำเร็จรูปพร้อมดื่ม ชาสำเร็จรูปพร้อมดื่ม ผงซักฟอก น้ำยาล้างห้องน้ำ ถุงดำใส่ขยะ ถุงใส่ขยะ สบู่ถูตัว แชมพู แปรงสีฟัน ใบมีดโกน กระดาษชำระ ครีมนวดผม ผ้าอนามัย ผ้าอ้อมสำเร็จรูป (แพมเพิส) และกลุ่มที่จะปรับขึ้น 5-10% ได้แก่ น้ำมันพืช อาจมากกว่า 10% ซีอิ๊ว ซอสพริก ซอสมะเขือเทศ กะปิ กาแฟผงสำเร็จรูป น้ำอัดลม น้ำยาปรับผ้านุ่ม น้ำยาล้างจาน และยาสีฟัน

ส่วนกลุ่มที่ปรับขึ้นราคาไปแล้ว และมีผลกระทบต่อเงินเฟ้อแล้ว อาทิ เนื้อสุกร ไข่ไก่ ไข่เป็ด ค่าโดยสารเครื่องบิน ค่าเรือด่วนเจ้าพระยา เรือคลองแสนแสบ ค่าส่งพัสดุไปรษณีย์ และเบียร์

สำหรับมาตรการกำกับดูแลเงินเฟ้อ กระทรวงพาณิชย์จะต้องดูแลสินค้าต้นทาง เช่น เม็ดพลาสติก ที่เป็นวัตถุดิบผลิตสินค้าอีกเป็นจำนวนมาก และกากถั่วเหลือง ที่เป็นวัตถุดิบผลิตอาหารสัตว์ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ควบคุมสินค้าปลายทางให้สะท้อนโครงสร้างราคาที่แท้จริง ขึ้นตามต้นทุนที่เหมาะสม ไม่ให้สินค้าทุกตัวเร่งราคาพร้อมกัน โดยบริหารจัดการให้ถูกจังหวะ และลดค่าครองชีพ อาทิ โครงการธงฟ้า ที่จะต้องเข้าถึงชุมชน ไทยช่วยไทย ที่คิกออฟไปแล้ว ต้องติดตามดูว่าประชาชนรับรู้จริง มีการซื้อสินค้าจริง เพื่อให้เป็นทางเลือกในการลดภาระค่าครองชีพ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง