GLOสานต่อโครงการสลากสรรค์สร้างเพื่อชุมชน ปีที่ 8 ชูแนวคิด ‘ต้นไม้แห่งคุณค่า’ ดึงAIร่วมพัฒนาในทุกมิติ

สำนักงานสลากฯ สานต่อ ‘โครงการสลากสรรค์สร้างเพื่อชุมชน ปีที่  8’ ปั้น 10 ชุมชน สู่การยกระดับ สร้างคุณค่า พัฒนาอาชีพ และเชื่อมต่อภูมิปัญญาท้องถิ่น ชูแนวคิด ‘ต้นไม้แห่งคุณค่า’  มุ่งวางรากฐานสู่การเติบโตของเศรษฐกิจชุมชนอย่างยั่งยืน พร้อมดึง  AI ร่วมพัฒนาในทุกมิติ

22 เม.ย. 69 – พันโท หนุน ศันสนาคม ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล (GLO) กล่าวภายหลังการเปิดตัวโครการสลากสรรค์สร้างเพื่อชุมชน ปีที่ 8 ว่า โครงการดังกล่าวเป็นการต่อยอดความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม ในการส่งเสริม ยกระดับ สร้างคุณค่า พัฒนาอาชีพ และเชื่อมต่อภูมิปัญญาท้องถิ่นจากรุ่นสู่รุ่นให้กับชุมชน สู่การสร้างรายได้และสร้างคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจชุมชนและเศรษฐกิจของประเทศต่อไป โดยชุมชนที่เข้าร่วมโครงการมีรายได้เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 10–20% ต่อปี และหลายชุมชนสามารถพัฒนาเป็นต้นแบบความเข้มแข็งที่ได้รับการยอมรับจากสังคม

สำหรับปีนี้ ได้ดำเนินงานภายใต้แนวคิด ‘ต้นไม้แห่งคุณค่า’ มุ่งเน้นการวางรากฐานที่แข็งแรงให้กับชุมชน ควบคู่กับการต่อยอดการพัฒนาอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ชุมชนสามารถเติบโตได้อย่างมั่นคงและพึ่งพาตนเองได้ในระยะยาว โดยสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนตามหลัก ESG (Environment, Social, Governance) ตลอดจนการนำเทคโนโลยี AI เข้ามาเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาทั้งในด้านการตลาด การสื่อสาร การสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และการบริหารจัดการ เพื่อให้ชุมชนสามารถก้าวข้ามข้อจำกัด และเพิ่มขีดความสามารถได้อย่างแท้จริง

ทั้งนี้ โครงการสลากสรรค์สร้างเพื่อชุมชนปี 8 มีชุมชนเข้าร่วมโครงการรวมทั้งสิ้น 14 ชุมชน ประกอบด้วย ชุมชนใหม่ จำนวน 10 ชุมชน ได้แก่ 1. ชุมชนไทกวนบ้านนาถ่อน จ.นครพนม 2. กลุ่มโฮมสเตย์บ้านสีกาย จ.หนองคาย 3. ชุมชนสะพานหิน จ.เพชรบุรี 4. วิสาหกิจชุมชนกลุ่มอนุรักษ์ป่าชายเลนบ้านแหลมโฮมสเตย์ จ.นครศรีธรรมราช 5. ชุมชนบ้านช่องฟืน จ.พัทลุง 6. ชุมชนวัดศรีสุพรรณ จ.เชียงใหม่ 7. วิสาหกิจชุมชนกลุ่มท่องเที่ยวโดยชุมชนไตลื้อเมืองลวงเหนือ จ.เชียงใหม่ 8. วิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเชิงนิเวศป่าชายเลนเจดีย์กลางน้ำและแม่น้ำระยอง จ.ระยอง 9. ชุมชนบ้านป่าเม้าโฮแซว จ.ร้อยเอ็ด และ 10. วิสาหกิจชุมชนตาลโตนดโหนดนาเล จ.สงขลา

และชุมชนต้นแบบจากปีที่ 1–7 จำนวน 4 ชุมชน ที่จะได้รับการพัฒนาต่อยอด ได้แก่ 1. วิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเกาะเกร็ด ศิลปะ วัฒนธรรม เกษตร และนวัตกรรม จ.นนทบุรี 2. วิสาหกิจชุมชนฮักเกษตรคลองลานบ้านเฮา จ.กำแพงเพชร 3. วิสาหกิจชุมชนเกษตรสรรค์สร้าง บ้านปากพูน จ.นครศรีธรรมราช และ 4. วิสาหกิจชุมชนบ้านหาดไก่ต้อย จ.อุตรดิตถ์

โดยชุมชนที่เข้าร่วมโครงการจะได้รับการพัฒนาจากทีมที่ปรึกษาของโครงการฯ ทั้ง 4 ด้านประกอบด้วย ด้านการพัฒนาชุมชน ด้านกลยุทธ์การตลาด ด้านการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ และด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร ตลอดจนการจัดแสดงนิทรรศการและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชน การจัดทำ E-Catalog นำเสนอผลิตภัณฑ์/บริการเด่นของชุมชนที่เข้าร่วมโครงการฯ ตั้งแต่ปี 1-8 และการพัฒนาป้ายสำคัญในชุมชนและเอกสารแนะนำชุมชน รวมถึงการประชาสัมพันธ์ชุมชนให้เป็นที่รู้จักเพื่อเพิ่มรายได้ ตลอดระยะเวลาดำเนินโครงการตั้งแต่ปี 1-8 มีจำนวนชุมชนที่ได้รับการพัฒนาแล้วทั้งหมด 77 ชุมชน

พันโท หนุน กล่าวอีกว่า ในปีนี้ สำนักงานสลากฯ ได้ให้ความสำคัญในการนำความรู้พื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาประยุกต์ใช้ในการฝึกอบรมทักษะดิจิทัลขั้นสูงให้กับชุมชน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเข้าถึงตลาด และสร้างสรรค์คอนเทนต์ที่มีประสิทธิภาพ เป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับชุมชน เพื่อให้ชุมชนมีความพร้อมและสามารถก้าวเดินได้อย่างสอดคล้องกับทิศทางของโลกเปลี่ยนแปลงไป ซึ่งถือเป็นมิติใหม่ของการพัฒนาชุมชนแบบองค์รวม

“สำนักงานสลากฯ ได้ยกระดับเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับชุมชน โดยการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้าน AI ให้กับชุมชน เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ในการต่อยอดการพัฒนาชุมชน ซึ่งจะเป็นการสร้างนวัตกรรม ให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อให้เกิดประโยชน์ในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับชุมชนต่อไป” พันโท หนุน กล่าว

เพิ่มเพื่อน