‘พิพัฒน์’ปักหมุดลุยลงพื้นที่ ‘ชุมพร–ระนอง’ 8 พ.ค. นี้ สแกนความพร้อมแจ้งเกิดแลนด์บริดจ์ วงเงินลงทุน 1 ล้านล้าน พร้อมปูพรมเดินหน้ารับฟังความเห็นประชาชนในพื้นที่รอบด้าน ย้ำโครงการมีคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ ลั่นเปิดทางเอกชนลงทุน เดินหน้าเร่งกฎหมาย SEC ขับเคลื่อนการลงทุน คาดเริ่มก่อสร้างปี 2573
29 เม.ย.2569-นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายแก่สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ว่าในส่วนความคืบหน้าโครงการสะพานเศรษฐกิจเชื่อมทะเลอ่าวไทย–อันดามัน หรือแลนด์บริดจ์ (Landbridge) ว่า โครงการดังกล่าวถือเป็นโจทย์สำคัญของประเทศในระยะยาว โดยผลการศึกษาของ สนข. ยืนยันว่า มีความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ และเป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับศักยภาพด้านโลจิสติกส์และระบบขนส่งของประเทศไทยในภูมิภาค
ทั้งนี้ จากข้อสั่งการของนายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 28 เมษายนที่ผ่านมา ได้มอบหมายให้กระทรวงคมนาคมลงพื้นที่อีกครั้ง แม้ว่าก่อนหน้านี้จะมีการจัดทำประชาพิจารณ์แล้ว โดยเบื้องต้นกำหนดลงพื้นที่ในวันที่ 8 พฤษภาคมนี้ เริ่มต้นที่จังหวัดชุมพร ลงพื้นที่อำเภอหลังสวนและอำเภอพะโต๊ะ ก่อนเดินทางต่อไปยังจังหวัดระนอง เพื่อหารือร่วมกับผู้นำท้องถิ่นและชุมชนในพื้นที่ พร้อมเปิดโอกาสให้ประชาชนที่อาจได้รับผลกระทบเข้ามามีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นอย่างรอบด้าน ทั้งในมุมที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับโครงการ
“ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ กระทรวงคมนาคมจะชี้แจงข้อมูลโครงการอย่างครบถ้วน ทั้งข้อดี ข้อจำกัด และผลการศึกษาที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ประชาชนเข้าใจภาพรวมอย่างชัดเจน รวมถึงนำเสนอแนวทางการสร้างอาชีพและโอกาสทางเศรษฐกิจที่จะเกิดขึ้นในพื้นที่ อาทิ ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับกิจกรรมท่าเรือ การให้บริการเรือที่เข้ามาจอดพักหรือทิ้งสมอ ซึ่งสามารถต่อยอดเป็นโอกาสทางธุรกิจของคนในท้องถิ่นได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นบริษัทขนาดใหญ่จากภายนอกเท่านั้น ”นายพิพัฒน์ กล่าว
นอกจากนี้ ยังมีแนวคิดกำหนดอาชีพบางประเภทให้เป็นสิทธิของคนในพื้นที่ เพื่อให้ชุมชนได้รับประโยชน์โดยตรง อย่างไรก็ตาม ย้ำว่าการสร้างความเข้าใจและรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่ชุมพรและระนองเป็นขั้นตอนสำคัญลำดับแรก ส่วนกระแสคัดค้านโครงการนั้น ไม่ได้มีความกังวล เนื่องจากเป็นเรื่องปกติของโครงการขนาดใหญ่ที่ย่อมมีความคิดเห็นที่แตกต่างกัน มองว่าทุกฝ่ายควรพิจารณาบนพื้นฐานของประโยชน์ของประเทศเป็นสำคัญ ไม่ใช่ผลประโยชน์ของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ส่วนกรณีสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.)ที่ระบุว่าไม่ได้มีการศึกษาโครงการแลนด์บริดจ์นั้นเป็นคนละประเด็นกับโครงการศึกษาคลองไทย ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการศึกษาอย่างต่อเนื่องในหลายรูปแบบ ตั้งแต่แนวคิดคอคอดกระจนพัฒนาเป็นคลองไทย ยืนยันว่าโครงการแลนด์บริดจ์จะเดินหน้าต่อไป และไม่ใช่การแบ่งแยกประเทศออกเป็นสองส่วนตามข้อกังวล โดยประเด็นดังกล่าวเป็นข้อห่วงใยด้านความมั่นคงที่เคยถูกหยิบยกขึ้นมาในอดีต ส่วนด้านผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โครงการได้มีการศึกษาระบบนิเวศอย่างรอบคอบ และพยายามลดผลกระทบให้น้อยที่สุด แม้อาจมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นบ้าง แต่ถือเป็นการแลกกับประโยชน์ทางเศรษฐกิจและรายได้ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
ทั้งนี้ คาดว่าร่างพระราชบัญญัติเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (SEC) จะสามารถเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ได้ภายในไตรมาสที่ 3 ของปีนี้ ส่วนการเปิดประมูลโครงการยังต้องรอการพิจารณาของรัฐสภา โดยเบื้องต้นคาดว่าจะสามารถเริ่มก่อสร้างในขั้นตอนตอกเสาเข็มได้ภายในปี 2573
ด้านนายจิรโรจน์ ศุกลรัตน์ ผู้อำนวยการ สนข. กล่าวว่า โครงการแลนด์บริดจ์มีกรอบวงเงินลงทุนรวมประมาณ 1 ล้านล้านบาท โดยผลการศึกษารูปแบบการลงทุนและความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ พบว่ามีความเหมาะสมและคุ้มค่า ภายใต้รูปแบบที่เปิดให้ภาคเอกชนเข้ามาลงทุนในทุกองค์ประกอบของโครงการ ส่วนความคืบหน้าด้านสิ่งแวดล้อม(EIA) รายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA) ของท่าเรือทั้งสองฝั่ง ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ขณะที่รายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ของโครงการมอเตอร์เวย์และทางรถไฟ อยู่ระหว่างการศึกษาของกรมทางหลวง(ทล.) และการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.)
ทั้งนี้ในส่วนของการขับเคลื่อนโครงการ ร่างพระราชบัญญัติเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (SEC) อยู่ระหว่างการพิจารณาของกระทรวงการคลัง ก่อนที่กระทรวงคมนาคมจะเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีในช่วงเดือนมิถุนายนนี้ ขณะที่การออกแบบท่าเรือได้แล้วเสร็จ ส่วนการออกแบบโครงข่ายมอเตอร์เวย์และทางรถไฟยังอยู่ระหว่างดำเนินการ
นอกจากนี้ ในการจัดทำเอกสารสำหรับการเปิดประมูลโครงการอยู่ระหว่างการร่างรายละเอียด เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการคัดเลือกเอกชนเข้าร่วมลงทุนในระยะถัดไป โดยโครงการแลนด์บริดจ์ถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนาดใหญ่ ที่จะเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและทะเลอันดามัน รองรับการค้าและโลจิสติกส์ในอนาคต และผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการขนส่งของภูมิภาค.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
นายกฯ มอบ 'พิพัฒน์' ศึกษาความเป็นไปได้ 'แลนด์บริดจ์' ก่อนนำเข้า ครม.
นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม ไปศึกษาความเป็นไปได้โครงการแลนด์บริดจ์ ซึ่งมีผลการศึกษาอยู่แล้ว แต่ยังไม่ได้อัปเดต รวมถึงการไปรับฟังความคิดเห็นและให้ข้อมูลกับประชาชนในพื้นที่ ว่าโครงการแลนด์บริดจ์คืออะไร และมีความเห็นอย่างไร ก่อนนำกลับมาเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)
'กรณ์' ยื่นญัตติด่วน ตั้งกมธ.ต้านแลนด์บริดจ์ ผลาญงบ 1 ล้านล้าน ชี้เร่งรีบผิดปกติ มีข้อกังวลหลายมิติ
นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงคัดค้านโครงการแลนด์บริดจ์ ว่า พรรคประชาธิปัตย์ได้ยื่นญัตติด่วน ขอให้มีการจัดตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญเพื่อพิจารณาโครงการแลนด์บริดจ์ เนื่องจากสะท้อนความเร่งรีบผิดปกติของรัฐบาล ที่จะผลักดันโครงการมูลค่า 1 ล้านล้านบาท ทั้งที่ควรจะเป็นโครงการที่พิจารณาอย่างละเอียด โปร่งใส รอบคอบ และยังไม่มีข้อมูลชัดเจนให้พิจารณาศึกษา
กพช.อุดหนุนเงิน 369 ล้านลดค่าไฟให้กลุ่มผู้ใช้ไม่เกิน 200 หน่วย
กพช.เคาะให้ กกพ. นำเงิน Bypass Gas จำนวน 369 ล้านบาท มาเป็นส่วนลดค่า Ft งวดเดือนพ.ค – ส.ค. 2569 สำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าบ้านอยู่อาศัยที่ใช้ไม่เกิน 200 หน่วยต่อเดือน พร้อมไฟเขียว! 2 มาตรการสำคัญ ปรับอัตราค่าไฟฟ้าแบบก้าวหน้า และส่งเสริมโซลาร์ภาคประชาชน

