‘กรมการท่องเที่ยว’ คุมเข้มหลังเจ้าหน้าที่บุกตรวจแกลเลอรี่ย่านหางดง พบกองถ่ายภาพยนตร์จีน ‘The Puppet’ยังไม่ได้รับอนุญาตถ่ายทำในไทย เข้าข่ายผิด พ.ร.บ.ภาพยนตร์ฯ โทษปรับสูงสุด 1 ล้านบาท เตรียมสอบเพิ่มต่างด้าวทำงานผิดกฎหมาย ย้ำเอาจริงคุ้มครองมาตรฐานอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทย
8 พ.ค.2569-นายจาตุรนต์ ภักดีวานิช อธิบดีกรมการท่องเที่ยว เปิดเผยว่าได้รับรายงานจากนายทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ สาขาภาคเหนือ กรณีได้รับแจ้งเบาะแสการลักลอบถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาต เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 7 พฤษภาคม 2569 โดยร่วมกับตำรวจท่องเที่ยวเชียงใหม่ งานสืบสวน กก.2 บก.ทท.2 เดินทางไปตรวจสอบที่ร้านแกลเลอรี่แห่งหนึ่งในอำเภอหางดง พบกลุ่มบุคคลชาวจีนขณะกำลังถ่ายทำภาพยนตร์ เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวและขอตรวจสอบเอกสารการได้รับอนุญาตถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทย ปรากฏว่าไม่สามารถนำมาแสดงได้ จึงรวบรวมพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ และนำกลุ่มบุคคลดังกล่าวมาสอบปากคำเพิ่มเติมที่สถานีตำรวจภูธรหางดง
อย่างไรก็ตาม จากการสอบปากคำทราบว่า กลุ่มชาวจีนดังกล่าวได้มีการยื่นขออนุญาตถ่ายทำภาพยนตร์ในชื่อเรื่อง The Puppet ในนามบริษัท InfluXCo.Ltd. ซึ่งสำนักงานตั้งอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น และมี Ms. RONGGUI WEI สัญชาติจีน ทำหน้าที่เป็นโปรดิวเซอร์ โดยมีผู้ประสานงานการถ่ายทำ คือ บริษัท บี.วี.พี.แมกนัสกรุ๊ป จำกัด เมื่อตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าภาพยนตร์เรื่อง The Puppet ยังไม่ได้รับอนุญาตให้ถ่ายทำในประเทศไทย จึงเข้าข่ายการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ. 2551 มาตรา 20 ประกอบมาตรา 75 มีโทษปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงหนึ่งล้านบาท ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำหนังสือส่งมายังกรมการท่องเที่ยว เพื่อพิจารณาดำเนินการปรับตามกฎหมายต่อไป รวมถึงการแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมกรณีเป็นบุคคลต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาต
นายจาตุรนต์ กล่าวย้ำว่า การดำเนินคดีดังกล่าวแสดงถึงความจริงจังในการบังคับใช้กฎหมาย เพื่อสร้างความเป็นธรรมให้แก่ผู้ประกอบการที่ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างถูกต้อง และรักษาภาพลักษณ์ของประเทศไทยในฐานะแหล่งถ่ายทำภาพยนตร์ที่มีมาตรฐานระดับโลก และขอขอบคุณประชาชนที่ให้ข้อมูลจนนำไปสู่การจับกุมในครั้งนี้ หากพบการเข้ามาถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในประเทศไทยโดยไม่ได้รับอนุญาต สามารถแจ้งเบาะแสไปยังกองกิจการภาพยนตร์และวีดิทัศน์ต่างประเทศ กรมการท่องเที่ยว ผ่านทางอีเมล [email protected] หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 0 2141 3114 เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายอย่างทันท่วงที.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ตร. เร่งหาชนวนเหตุกราดยิง ยันปืนปู่เด็ก พบรัวไป 26 นัด
'โฆษก ตร.' เผยอาวุธปืนใช้ก่อเหตุกราดยิงในโรงเรียนเป็นของปู่ 'บิ๊กต่าย' ส่งแพทย์ รพ.ตำรวจ จัดทีมจิตวิทยาดูแลสุขภาพจิตครู นักเรียน ผู้ปกครอง
'บิ๊กต่าย' ตั้งกก.ฟันวินัยร้ายแรง '3 หมอชั้น 14' สรุปพฤติกรรมชัดเอื้อ 'ทักษิณ'
'ผบ.ตร.' ตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรง 3 หมอ รพ.ตำรวจ 'โสภณ-ทวีศิลป์-ชนะ' ปมเอื้อ 'ทักษิณ' นอนวีไอพีชั้น 14 มอบหมาย 'พล.ต.อ.อิทธิพล' นั่งประธาน เร่งสรุปโดยเร็ว
ปัตตานีระอุ! ยิง 'อดีตผู้ช่วยผญบ.' ดับคาบ้านพัก เมียสาหัส
ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยว่า เมื่อเวลา 20.50 น. วันที่ 6 ส.ค. ที่ผ่านมา เกิดเหตุคนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้อาวุธปืนลอบยิงนายรียะ อาแว อดีตผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 5
ผบ.ตร. เผยปมตำรวจ สภ.ห้วยใหญ่ ถูกแฉเป็นลูกพี่ 'ป๋อง 5 ศพ' พบเกษียณอายุตั้งแต่ปี 57
พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงการตรวจสอบตำรวจ สภ.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ที่เหยื่อซึ่งถูกนายป๋อง ผู้ต้องหาคดีฆาตกรรม 5 ศพ ข่มขืนและข่มขู่ออกมาระบุว่า นายป๋องเป็นเด็กเดินยาของตำรวจ สภ.ห้วยใหญ่
ยะลาป่วน! จนท.เข้าปิดกั้นจุดเกิดเหตุ คนร้ายใช้อาวุธปืนสงคราม ยิงถล่มหลังโรงพักลำใหม่
เกิดเหตุคนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้อาวุธปืนสงครามก่อเหตุยิงบริเวณด้านหลังสถานีตำรวจภูธรลำใหม่ ตำบลลำใหม่ อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา
'พศจ.เชียงใหม่' สยบฉาว ยันไม่มีพระเรียกรับเงินรักษาตำแหน่งสงฆ์
นางอารีย์ จันทร์พันธ์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ตามที่มีข่าวปรากฏในสื่อต่างๆ เกี่ยวกับกรณีที่พาดพิงวงการสงฆ์เชียงใหม่เรียกรับเงินเพื่อรักษาตำแหน่งสำคัญทางสงฆ์

