โลกเปลี่ยน สสวท.ปรับรูปแบบให้ทุนเด็กหัวกะทิ 'ลดเวลาใช้ทุน 1 เท่า' หวังดึงคนเก่งอยู่ไทย

สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยศาสตร์และเทคโนโลยี  (สสวท.) จัดประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาเครือข่ายศูนย์โรงเรียนและศูนย์มหาวิทยาลัย ในโครงการพัฒนาและส่งเสริมผู้มีความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ( พสวท. )โดยศูนย์โรงเรียนและศูนย์มหาวิทยาลัยในโครงการพัฒนาและ พสวท. ได้ร่วมรับทราบผลการดำเนินงานของทุน พสวท. และโครงการห้องเรียน พสวท. (สู่ความเป็นเลิศ) เพื่อร่วมวางแผนการดำเนินงาน การบริหารจัดการ และการดูแลผู้รับทุน พสวท. ทั้งระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ระดับอุดมศึกษา รวมไปถึงระดับหลังสำเร็จการศึกษา ให้เกิดความคล่องตัวอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

โดยการประชุมครั้งนี้ มีรศ. ดร.ธีระเดช เจียรสุขสกุล ผู้อำนวยการสสวท. เป็นประธานในการประชุม และระดมความคิดเห็น  พร้อมกับกล่าวว่า การปรับรูปแบบการบริหารทุน พสวท. ในครั้งนี้ ได้ผ่านการพิจารณาเห็นชอบจากคณะกรรมการ สสวท. และคณะกรรมการกำหนดนโยบายผู้มีความสามารถพิเศษทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งมีรองนายกรัฐมนตรี (ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์) เป็นประธาน เรียบร้อยแล้ว โดยแนวทางสำคัญในปฏิรูปทุน พสวท. ได้แก่

1. เพิ่มความยืดหยุ่นของระบบทุน จากเดิมที่ระบบทุน พสวท. จะรับนักเรียนทุนเฉพาะในระดับปริญญาตรี ตั้งแต่ชั้นปีที่ 1 ไปจนจบปริญญาเอก ปัจจุบันจะปรับสัญญาให้แบ่งเป็นช่วงตามระดับการศึกษา โดยสัญญาส่วนแรกจะควบระดับปริญญาตรีถึงปริญญาโท

"จากการวิเคราะห์ข้อมูล พบแนวโน้มว่าเด็กรุ่นใหม่ไม่อยากใช้เวลาในการเรียนนาน หลายคนสำเร็จการศึกษาปริญญาโท แล้วอยากหางานทำเลย มีการเริ่มขออนุมัติยุติทุน พสวท. ในระดับปริญญาโท ซึ่งหากสำเร็จการศึกษาปริญญาโท แล้วต้องการทำงาน ก็ถือว่าไม่ผิดสัญญาทุน และหากอนาคตต้องการศึกษาต่อปริญญาเอก ก็สามารถกลับเข้ามารับทุนต่อได้ ซึ่งวิธีนี้จะช่วยเปิดกว้างให้สามารถเข้ามาขอรับทุนในระดับปริญญาโท-เอกได้มากขึ้น ได้เพิ่มเติมด้วย เป็นการลดปริมาณแต่เน้นเพิ่มคุณภาพให้เหลือศูนย์ละ 10 คน รวม 100 คนต่อชั้นปีทั่วประเทศ" รศ.ดร.ธีระเดช กล่าว

2. ลดระยะเวลาปฏิบัติงานชดใช้ทุนสำหรับผู้ศึกษาต่อต่างประเทศ ปรับลดเงื่อนไขที่เคยสร้างความกังวลใจให้แก่นักเรียนทุนนอก จากเดิมที่กำหนดให้ต้องกลับมาชดใช้ทุนเป็นระยะเวลา 2 เท่า ของเวลาเรียน ให้เหลือเพียง 1 เท่า (สูงสุดไม่เกิน 10 ปี) เท่ากับการเรียนในประเทศ

"เงื่อนไขเดิมหากรับทุน พสวท. ไปศึกษาต่างประเทศ 5 ปี ต้องใช้ทุน 10 ปี การปรับลดเหลือ 1 เท่านี้ จะช่วยลดความกังวลใจ และดึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ไปศึกษาต่อต่างประเทศให้พร้อมกลับมาปฏิบัติภารกิจและปักหลักพัฒนางานวิจัยในประเทศไทยทันทีหลังเรียนจบ โดยตั้งเป้าให้มีผลบังคับใช้โดยเร็ว" ผอ.สสทว.กล่าว  

3. ปรับหลักเกณฑ์ตอบแทนวิธีใหม่ วัดกันที่ฝีมือ (Performance-Based) จากเดิมที่ผู้รับทุนต้องตอบแทนทุนด้วย "จำนวนชั่วโมงหรือระยะเวลาการปฏิบัติงาน" แต่เปิดโอกาสให้นำผลงานวิจัย นวัตกรรม ทรัพย์สินทางปัญญา หรือสิทธิบัตรที่สร้างผลกระทบเชิงประจักษ์มาประเมินเพื่อ "ลดหย่อนระยะเวลาตอบแทนทุน"

"ปัจจุบันเรื่องการชดใช้ทุนมักเป็นประเด็นที่สังคมจับตามองและกล่าวถึงในสื่อสังคมออนไลน์เป็นระยะ ๆ อนาคต สสวท. จะปรับเปลี่ยนการพิจารณาให้ตอบแทนทุน โดยบัณฑิตทุนมีผลงานวิจัยโดดเด่น เช่น ได้ตีพิมพ์ในวารสารระดับ Q1 หากสร้างผลงานดีต่อเนื่อง ก็นำมาลดหย่อนระยะเวลาตอบแทนทุนได้ จากต้องใช้ทุน 10 ปี อาจเหลือเพียง 5 ปี ช่วยให้พวกเขามีอิสระในการไปทำ Startup หรือประกอบกิจการส่วนตัวได้เร็วขึ้น"

รศ.ดร.ธีระเดช กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ สสวท. จะนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบตามข้อ 1-3 ส่วนในข้อที่  4. ระบบรองรับการเข้าสู่ตำแหน่งงาน (DPST Talent Partnership Framework) สสวท. จะทำหน้าที่เป็นแกนกลางร่วมกับภาคีเครือข่าย ทั้งมหาวิทยาลัย ศูนย์ พสวท. หน่วยงานวิจัย ภาครัฐ และภาคเอกชนชั้นนำ ในการวางแผนเส้นทางอาชีพและจับคู่งาน (Job Matching) ตั้งแต่ผู้รับทุนยังเรียนไม่จบ เพื่อการันตีว่าเมื่อสำเร็จการศึกษาแล้วจะมีตำแหน่งงานรองรับทันที ตอบโจทย์กำลังคนตรงสายวิจัยและนวัตกรรม

การปรับระบบการให้ทุนพสวท.ครั้งนี้  นับว่าเป็นการเปลี่ยนบทบาทจาก "ผู้ให้ทุน" สู่การสร้าง "Ecosystem" ที่ยั่งยืน  ผอ.สสวท. เน้นว่า การปรับเปลี่ยนครั้งนี้ได้รับเสียงตอบรับและเห็นชอบอย่างดียิ่งจากท่านรองนายกรัฐมนตรี ซึ่งมีแนวคิดที่จะนำโมเดลความยืดหยุ่นนี้ไปปรับใช้กับทุนกระทรวงอื่น ๆ ต่อไปด้วย

"สสวท. ต้องการสื่อสารให้ผู้ปกครองและนักเรียนเข้าใจตรงกันว่า  การเป็นนักเรียนทุนไม่ต้องถูกบังคับให้อยู่ในกรอบเงื่อนไขที่จำกัดเพราะ หากระบบถูกออกแบบให้สะดวก ยืดหยุ่น และเอื้อต่อสถาบันวิจัยและมหาวิทยาลัยในการผลิตนักวิจัยคุณภาพสูง การรับทุนและการชดใช้ทุนจะกลายเป็นเรื่องที่ง่ายและทรงประสิทธิภาพสูงสุดที่จะนำพาประเทศก้าวไปข้างหน้า" รศ. ดร.ธีระเดช กล่าว.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เด็กไทยสร้างชื่อก้องโลก คว้า 4 รางวัลชีววิทยาโอลิมปิกระหว่างประเทศ

สสวท. เตรียมต้อนรับเยาวชนไทยสร้างผลงานยอดเยี่ยม คว้า 4 รางวัล การแข่งขันชีววิทยาโอลิมปิกระหว่างประเทศ ปี 2569  ณ กรุงวิลนีอุส สาธารณรัฐลิทัวเนีย คว้าได้ 3 เหรียญเงิน และ 1 เกียรติคุณประกาศ