สุดเศร้า! 'หาญส์ หิมะทองคำ' สูญเสียคุณพ่อด้วยโรคชรา

ถือว่าเป็นความโศกเศร้าอันยิ่งใหญ่ของในครอบครัวหิมะทองคำ เมื่อ ดร.หาญส์ หิมะทองคำ ได้สูญเสียคุณพ่อ ดร.ชูศักดิ์ หิมะทองคำ ไปอย่าสงบเมื่อเช้าวันนี้ 23 กรกฎาคมที่ผ่านมา ที่ รพ.สมิติเวช สุขุมวิท ด้วยโรคชราในวัย 91 ปี

โดย ดร.ชูศักดิ์ หิมะทองคำ เป็นผู้ริเริ่มสินเชื่อเกษตรกรคนแรกของแผ่นดิน ได้นำเอาความรู้ความสามารถที่ศึกษามาจากประเทศอังกฤษกลับมาพัฒนาแผ่นดินเกิดของตัวเองด้วยความตั้งใจจริงใจ แม้วันนี้จะเป็นวันและวัยของการพักผ่อน แต่ก็ยังเป็นผู้มากด้วยความคิดอีกมากมาย  และได้รับการยกย่องจากบรรณาธิการสื่อสารมวลชนด้านเศรษฐกิจให้เป็น นายธนาคารแห่งปี เป็นคนแรก ประจำปี 2525 ได้รับทุนให้ไปบรรยายในรัฐต่างๆที่อเมริกา เป็นระยะเวลาถึง6เดือนพร้อมภรรยา ซึ่งเป็นโอกาสได้เข้าพบประธานาธิบดี Ronald Reagan ที่ทำเนียบขาว และได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ช้างเผือก

สำหรับกำหนดการพิธีรดน้ำศพ สวดพระอภิธรรม และฌาปนกิจของ คุณพ่อ ดร.ชูศักดิ์ หิมะทองคำ  วันพุธที่ 24 ก.ค. 2567 เวลา 16.00 น. พิธีรดน้ำศพ เวลา 18.00 น. สวดพระอภิธรรม วันที่ 25–31 ก.ค. 2567 (28 งดสวดหนึ่งคืน) เวลา 18.30 น. สวดพระอภิธรรม วันพฤหัสบดีที่ 1 ส.ค. 2567 เวลา 17.00 น. พิธีฌาปนกิจ ณ ศาลา 4 วัดธาตุทอง แขวงพระโขนงเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ทภ.2' แจงไทม์ไลน์ยิบ ทหารกลับจากลาพักเสียชีวิตหลังค่าย พร้อมร่วมมือตรวจสอบโปร่งใส

กองทัพภาคที่ 2 ขอชี้แจงข้อเท็จจริงและลำดับเหตุการณ์เบื้องต้น เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลที่ถูกต้อง กรณีพลทหารเสียชีวิตภายในพื้นที่ใกล้เคียงหน่วย

เมืองคอนดุ! ยิงน้องนักการเมืองท้องถิ่นชื่อดัง ดับกลางถนน

ร.ต.อ.สุรศักดิ์ อร่ามเรือง รอง สว.(สอบสวน) สภ.นบพิตำ จ.นครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งเหตุยิงกันเสียชีวิตบนถนนสายตลาดจันทร์-ขุนทะเล

โจรใต้ลอบยิง 'อดีตภารโรง' ดับ เจ้าหน้าที่ขอปชช.แจ้งเบาะแส เร่งล่าตัว

กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า รายงานว่า เมื่อเวลา 21.30 น. ของวันที่ 20 สิงหาคมที่ผ่านมา เกิดเหตุคนร้ายลอบยิง นายมะยูโซะ เบ็ญเจ๊ะวัน อายุ 62 ปี บริเวณบ้านเลขที่ 8 หมู่ 8

โฆษก ตร.ออกโรงอธิบายเจ้าของบ้านยิงผู้บุกรุกผิดกฎหมายหรือไม่!

โฆษกตํารวจแห่งชาติแจงหลักกฎหมายปมเจ้าของบ้านยิงผู้บุกรุกเสียชีวิต ชี้ต้องสอบสวนทุกกรณี เผย ม.68 ป้องกันตัวได้หากมีภยันตรายใกล้ถึงและทำไปพอสมควรแก่เหตุ แต่หากภัยสิ้นสุดแล้วยังใช้กำลังอาจเข้าข่ายเกินสมควรแก่เหตุ