กองทัพไทย แจงสร้างรั้วกั้นชายแดนถาวร ต้องสอดคล้องสภาพพื้นที่ภูมิประเทศ

โฆษกกองทัพไทย เคลียร์ทุกข้อสงสัยแนวทางรักษาความมั่นคงชายแดนใช้ทั้งรั้วถาวร ใช้เทคโนโลยีเฝ้าชายแดนเฝ้าตรวจ อย่างบูรณาการ
 
11 มิถุนายน 2569 - พล.ต.วิทัย ลายถมยา โฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย เปิดเผยกรณีที่มีการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการใช้ระบบเฝ้าตรวจทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงตามแนวชายแดนว่า กองทัพขอขอบคุณประชาชนทุกท่านที่ร่วมแสดงความคิดเห็นและสะท้อนมุมมองต่อแนวทางการรักษาความมั่นคงตามแนวชายแดน ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญของประเทศ และเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาการปฏิบัติงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
 
โฆษกกองบัญชาการกองทัพไทยกล่าวว่า การดำเนินงานด้านความมั่นคงตามแนวชายแดนในปัจจุบันมิได้เลือกใช้เฉพาะรั้วถาวรหรือระบบเฝ้าตรวจทางอิเล็กทรอนิกส์เพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่เป็นการพิจารณาใช้มาตรการที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ ข้อจำกัดทางภูมิประเทศ สถานะของแนวเขตแดน และภารกิจด้านความมั่นคงในแต่ละพื้นที่
 
สำหรับพื้นที่ที่มีการกำหนดแนวเขตแดนและปักปันเขตแดนแล้วอย่างชัดเจน ได้มีการดำเนินการก่อสร้างรั้วมั่นคงชายแดนควบคู่กับถนนตรวจการณ์ เพื่อสนับสนุนการลาดตระเวน การเฝ้าตรวจ และการปฏิบัติงานของกำลังพลในพื้นที่ อันเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกัน และรักษาความมั่นคงตามแนวชายแดน
 
ขณะที่ในบางพื้นที่ซึ่งยังอยู่ระหว่างกระบวนการกำหนดแนวเขตแดน หรือมีข้อจำกัดด้านภูมิประเทศ หน้าผาสูงชัน และเงื่อนไขทางเทคนิค การใช้ระบบเฝ้าตรวจทางอิเล็กทรอนิกส์ อาทิ กล้องตรวจการณ์ และระบบตรวจจับต่าง ๆ เป็นมาตรการเสริมเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ โดยมิได้มีวัตถุประสงค์เพื่อทดแทนรั้วมั่นคงชายแดน กำลังพล หรือมาตรการรักษาความปลอดภัยอื่น ๆ แต่เป็นส่วนหนึ่งของการบูรณาการเครื่องมือ เทคโนโลยี และกำลังพลให้เหมาะสมกับลักษณะพื้นที่ และสถานการณ์
 
ทั้งนี้ การรักษาความมั่นคงตามแนวชายแดนยังคงอาศัยการบูรณาการระหว่างกำลังพล ถนนตรวจการณ์ รั้วมั่นคงชายแดน ระบบเฝ้าตรวจทางอิเล็กทรอนิกส์ และมาตรการด้านความมั่นคงอื่น ๆ ร่วมกัน ภายใต้การกำกับดูแล และติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดของหน่วยงานที่รับผิดชอบ
 
สำหรับโครงการก่อสร้างถนนตรวจการณ์และรั้วมั่นคงชายแดนในพื้นที่ตำบลเทพนิมิต อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่นำร่อง ปัจจุบันได้ดำเนินการก่อสร้างเส้นทางลำเลียงวัสดุ และเครื่องจักรกลจากฐานปฏิบัติการที่ 6 ซึ่งเชื่อมต่อกับถนนสายหลัก เข้าสู่บริเวณหลักเขตแดนที่ 52 ระยะทาง 1.23 กิโลเมตร แล้วเสร็จเรียบร้อยแล้ว และอยู่ระหว่างการก่อสร้างถนนตรวจการณ์จากหลักเขตแดนที่ 52 ถึงหลักเขตแดนที่ 59 ระยะทางรวม 8.38 กิโลเมตร
 
ในส่วนของรั้วมั่นคงชายแดนจากหลักเขตแดนที่ 52 ถึงหลักเขตแดนที่ 54 ระยะทางรวม 1.31 กิโลเมตร เป็นรั้วคอนกรีตเสริมเหล็กพร้อมลวดหนามหีบเพลง ความสูงรวม 3.35 เมตร เป็นรั้วคอนกรีตเสริมเหล็กพร้อมลวดหนามหีบเพลง ออกแบบให้มีความมั่นคงแข็งแรง สอดคล้องกับสภาพพื้นที่ และภารกิจด้านความมั่นคง โดยปัจจุบันโครงการมีความก้าวหน้าในภาพรวมประมาณร้อยละ 45 และจะดำเนินการแล้วเสร็จสมบูรณ์ภายในเดือนกรกฎาคม 2569
 
พลตรี วิทัยฯ กล่าวว่า กองทัพตระหนักดีว่าความมั่นคงของชาติเป็นเรื่องที่ประชาชนให้ความสนใจ และติดตามอย่างใกล้ชิด จึงพร้อมรับฟังข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และความห่วงใยจากทุกภาคส่วน เพื่อนำมาประกอบการประเมินสถานการณ์ และพัฒนาการดำเนินงานให้เกิดประสิทธิภาพ โปร่งใส และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติ และประชาชนต่อไป

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ผู้ช่วยทูตทหารจีน' ดอดเข้า ก.กลาโหม ยอมรับส่งรถถังให้กัมพูชา 39 คัน

จากกรณีที่มีการนำเสนอคลิป จีนได้ส่งรถถังT59D ให้กัมพูชา จำนวน 39 คัน และกัมพูชาส่งเข้าพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชานั้น

กองทัพไทย ยืนยันความพร้อมมากกว่าครั้งที่ผ่านมา หากปะทะกัมพูชารอบสาม

กองทัพไทย ยืนยัน ยังคงติดตามสถานการณ์ชายแดนไทย - กัมพูชา อย่างต่อเนื่อง เพื่อเลือกทางที่ดีที่สุดให้กับประชาชนและประเทศ มั่นใจ หากจำเป็นต้องเกิดการปะทะ รอบนี้ไทยพร้อมทุกด้านกว่าที่ผ่านมา แต่ย้ำว่า การใช้กำลังทหารจะเป็นหนทางสุดท้ายเนื่องจากก่อให้เกิดความสูญเสียตามมามหาศาล

ชายแดนคึกคัก! นักท่องเที่ยวนับพันคน แห่ชม 'ปราสาทตาควาย-เนิน 350'

นักท่องเที่ยวทะลุพันคน แห่เยือน “ปราสาทตาควาย-เนิน 350” เรียนรู้ประวัติศาสตร์ -สัมผัสธรรมชาติ -รำลึกวีรกรรมผู้กล้า วันแรกคึกคัก เจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกเต็มกำลัง

เมิน ‘ฟื้นสัมพันธ์-เปิดด่าน’

นายกฯ ปิดห้องคุย รมว.ต่างประเทศ ลั่นกับกัมพูชาคุย UNCLOS ก่อน เรื่องอื่นไม่คุย "สีหศักดิ์" แจงทูต-องค์การระหว่างประเทศ ลั่นไทยไม่ได้ถูกเขมรลากเข้าสู่ UNCLOS แต่ไป

เอาแล้ว! กองทัพภาค 2 ออกกฎเหล็กห้าม 'กำลังพล' เผยแพร่ภาพถ่ายที่ตั้งฐาน-ปฏิบัติการทางทหาร

กองทัพภาค 2 เผยแพร่ ระเบียบกระทรวงกลาโหมว่าด้วยการให้ข่าวฯ พ.ศ.2530 และ แนวทางการใช้สื่อโซเชียลมีเดียของกองทัพบก เพื่อป้องกันข้อมูลรั่วไหล ลดความเสี่ยงต่อการกิจ และรักษาความปลอดภัยของหน่วย