นายกฯ มอบนโยบายการแก้ไขปัญหาและการพัฒนาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ย้ำทำงานเป็นหนึ่งเดียวแก้ความไม่สงบ -รักษาความปลอดภัย ปชช. อย่าให้เห็นภาพต่างคนต่างทำ
10 กรกฎาคม 2569 - ต่อมาเวลา 14.45 น. ที่โรงแรมเดอะ ซิกเนเจอร์ โฮเทล แอร์พอร์ต จังหวัดสงขลา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมมอบนโยบายการแก้ไขปัญหาและการพัฒนาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมีผู้ว่าราชการ5จังหวัดภาคใต้ ข้าราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม
โดยนายกฯ กล่าวว่า วันนี้ตนและคณะรัฐมนตรี ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ได้มาที่จังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นภารกิจต่อเนื่องจากการเยือนประเทศมาเลเซียอย่างเป็นทางการ ซึ่งจะนำผลการหารือทำเป็นข้อสั่งการและเป็นนโยบายแก้ไขปัญหาและพัฒนาชายแดนจังหวัดภาคใต้ต่อไป ตนมั่นใจว่าภาคใต้ของประเทศไทยไม่ใช่แค่อยู่ปลายสุดของประเทศ แต่เชื่อมความเป็นศูนย์กลางภูมิภาคอาเซียนที่จะเชื่อมเครือข่ายทั้งระบบการค้า การท่องเที่ยวได้อย่างเข้มแข็ง และสร้างเศรษฐกิจที่มีมูลค่า สร้างรายได้ให้กับประชาชน
นายกฯ กล่าวว่า วันนี้ที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลาถือว่าเป็น 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ได้รับความสนใจและมีความสำคัญ สำหรับเรื่องการท่องเที่ยวของมาเลเซียในปัจจุบัน ซึ่งคนมาเลเซียมาท่องเที่ยวประเทศไทยเป็นอันดับหนึ่ง รวมถึงเรื่องการลงทุนก็เป็นระดับต้นๆ สำหรับมูลค่าการค้าขายทั้ง 2 ประเทศเราตั้งเป้าให้ถึง 30,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งถือว่ามีความสำคัญ หากเกิดปัญหาอะไรในพื้นที่ภาคใต้ นอกจากเราจะเสียโอกาสต่างๆไป ทำให้ประชาชนเสียรายได้ ก็อาจจะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจด้วย เมื่อมีโอกาสเราต้องไม่ปิดช่องทางที่จะทำให้เกิดโอกาส เพื่อให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี การค้าเพิ่มมากขึ้น การลงทุนมากขึ้น ซึ่งรัฐมีความสามารถในการป้องกันในเรื่องของความมั่นคง เรื่องยาเสพติด เรื่องอาวุธที่ผิดกฎหมาย เรื่องการค้ามนุษย์การลักลอบสินค้าที่ผิดกฎหมาย อาชญากรรมข้ามชาติ การฟอกเงิน เครือข่ายพวกอิทธิพล ฉะนั้นการพัฒนาเศรษฐกิจและความมั่นคงชายแดนภาคใต้ต้องเดินไปพร้อมกัน
นายกฯ กล่าวด้วยว่า ในการนี้ตนขอเรียนย้ำต่อผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ ทั้งฝ่ายความมั่นคง ทหาร ตำรวจ นายอำเภอ ว่าทุกปัญหาเราต้องร่วมกัน ทุกคนต้องเป็นเจ้าภาพในการร่วมรับผิดชอบ ประการแรกเราต้องรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนอย่างสูงสุด สถานการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเหตุรุนแรง การลอบทำร้าย ลอบสังหารหรือการสร้างสถานการณ์เพื่อให้เกิดความเสียหาย ความหวาดกลัวทุกรูปแบบต่อพี่น้องประชาชนของเรา รัฐบาลไม่สามารถที่จะยอมรับสิ่งเหล่านี้ได้ จึงขอให้ทุกจังหวัดที่เกี่ยวข้องได้ทำหน้าที่ประสานทุกหน่วยงานให้ทำงานเป็นหนึ่งเดียว ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายปกครอง ตำรวจ ทหาร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนันผู้ใหญ่บ้าน ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน และภาคประชาชน อย่าให้เกิดภาพต่างคนต่างทำ อย่าให้ข้อมูลอยู่กันคนละระบบ ต้องสามารถเชื่อมต่อกันได้
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
WHOจี้‘อนุทิน’ คงสถานะสสส. มหิดลร่วมหนุน
WHO ส่ง จม.เปิดผนึกถึงนายกฯ อนุทิน หนุนรัฐบาลไทยคงเสถียรภาพการเงินการคลังของกองทุน สสส. แนะคงภาษีเหล้า-บุหรี่ อธิการบดีมหิดลเห็นพ้อง แนะรัฐบาลเปลี่ยนท่าทีฟังเสียงประชาชน
นายกฯ โชว์ภาพคู่ควงภริยานมัสการพระธาตุดอยสุเทพ
นายกรัฐมนตรี โพสต์ภาพถ่ายร่วมกับนางธนนนท์ ชาญวีรกูล ภริยา พร้อมข้อความระบุว่า “นมัสการพระธาตุดอยสุเทพ เชียงใหม่”
‘นายกฯ’มั่นใจ GDPเกิน2.1% ยกระดับลงทุน
“อนุทิน” มั่นใจ GDP ปีนี้โตเกิน 2.1% ได้ลงทุน-ส่งออก-จ้างงานหนุน ไทยวางตำแหน่งไม่แข่งขันด้วยค่าแรงราคาถูก ค่าไฟราคาถูก หรือรับงานประกอบสินค้าเพื่อรับเพียงค่าจ้าง
ส่อแห้ว‘ซักฟอก’! ‘อนุทิน’ยันหาวันอภิปรายใหม่ยาก/แบไต๋‘กล้าธรรม’
"อนุทิน" เผยเป็นเรื่องยากเคาะหาวันอภิปรายไม่ไว้วางใจใหม่ เหตุ รมต.ติดภารกิจ ชี้สัปดาห์หน้าเหมาะสมสะดวกที่สุดแล้ว โยน "ปธ.สภาฯ" ตัดสินใจกำหนดวัน ไม่ปิดประตูพรรคที่ 3 หากประเทศประชาชนได้ประโยชน์ บอกการเมืองทุกอย่างเกิดขึ้นได้หมด ยันพรรคร่วมฯ ไร้คลื่นใต้น้ำ
สต๊อกนํ้ามันล้น จนต้องส่งออก!
นายกฯ อนุทินแจงสถานการณ์พลังงาน ไร้ปัญหาน้ำมันขาดแคลน สต๊อกในประเทศล้นจนต้องอนุมัติส่งออก ชี้ผลกระทบมีเพียงเรื่องราคาผันผวนตามตลาดโลก พร้อมเดินหน้านโยบายเปลี่ยนผ่านพลังงาน หนุนหันพึ่งไฟฟ้า-โซลาร์รูฟท็อป เตรียมถกลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน E20 ลดการพึ่งพาให้น้อยที่สุด
นายกฯ ยันไร้ปัญหาน้ำมันขาดแคลน สต็อกในประเทศล้นจนต้องอนุมัติส่งออก
นายกฯอนุทิน แจงสถานการณ์พลังงาน ไร้ปัญหาน้ำมันขาดแคลน สต็อกในประเทศล้นจนต้องอนุมัติส่งออก ชี้ผลกระทบมีเพียงเรื่องราคาผันผวนตามตลาดโลก พร้อมเดินหน้านโยบายเปลี่ยนผ่านพลังงาน หนุนหันพึ่งไฟฟ้า-โซลาร์รูฟท็อป

