
‘อธิบดี ปภ.’ ยันแผ่นดินไหวอินโดนีเซียไม่กระทบตึกสูงในไทย ชี้ระบบเตือนภัยทำงานวิเคราะห์ร่วมหลายฝ่าย หากแผ่นดินไหวแตะ 7.0 ริกเตอร์ พร้อมแจ้งเตือนอพยพทันที
17 ส.ค. 2569 – ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวถึงแผ่นดินไหวที่ประเทศอินโดนีเซีย และส่งผลกระทบต่อพื้นที่ภาคใต้ของไทยว่า เป็นวงแหวนแห่งไฟโซนแถวอินโดนีเซีย รวมถึงยุโรปบางส่วน และศรีลังกา อ้อมมาด้านล่างของประเทศไทย แต่ที่เรารู้สึกได้คือเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม ใกล้เรากว่า 500 กิโลเมตร ทำให้เรารู้สึกถึงความสั่นไหวและได้มีการตรวจสอบแล้วว่าไม่มีผลกระทบกับตึกสูงในประเทศไทย วันนั้นอินโดนีเซียได้ประกาศแจ้งเตือนสึนามิ แต่เพียง15 นาทีก็ยกเลิกประกาศนั้น เพราะกลัวประชาชนตื่นตระหนก ซึ่งทางเราได้มีการเฝ้าระวังอยู่แล้วว่าจะมีผลกระทบเรื่องสึนามิหรือไม่
นายธีรพัฒน์ กล่าวอีกว่า ในความเป็นจริงการเกิดแผ่นดินไหวในระยะใกล้เคียง 500-600 กิโลเมตรขึ้นไป อาจมีความรู้สึกได้ แต่ไม่ทำให้เกิดความเสียหายใดๆ ซึ่งเราได้มีการตรวจสอบระดับท้องถิ่นและระดับอำเภอแล้ว รวมถึงสอบถามกับทางจังหวัดแล้ว ทั้งนี้ไม่มีตึกร้าวในประเทศไทยของเราเหมือนเช่นเหตุแผ่นดินไหวเมื่อปีที่ผ่านมาและเป็นคนละรอยเลื่อนกัน
เมื่อถามว่า เรื่องทุ่นตรวจวัดสึนามิ จะสร้างความมั่นใจให้ประชาชนได้อย่างไร นายธีรพัฒน์ กล่าวว่า ทุ่นของเราลอยอยู่กลางทะเลห่างออกจากฝั่งประเทศไทยประมาณ 540 กิโลเมตร และมีอีกหนึ่งตัวที่มหาสมุทรอินเดียประมาณ 900 กว่ากิโลเมตร ดังนั้นทุ่นทั้งสองตัว คือทุ่นสึนามิแต่จริงๆ แล้วคือทุ่นที่สัมผัสกับพื้นมหาสมุทรเพื่อดูว่าการไหวของแผ่นดินใต้มหาสมุทรมีหรือไม่ แล้วจึงจะสะท้อนขึ้นมาบนเครื่องแล้วเครื่องนี้จะส่งสัญญาณไปที่ดาวเทียม ซึ่งในหลายประเทศก็มีทุ่นนี้เช่นกัน และจะนำมาประมวลผลว่าขณะนี้เกิดแผ่นดินไหวแล้วจะเกิดสึนามิหรือไม่ แต่ไม่ใช่บอกว่าถ้าทุ่นนี้ขยับแล้วจะยิงสัญญาณมาเตือน ต้องวิเคราะห์ก่อน เพราะการแจ้งเตือนให้ขึ้นที่สูง จากเหตุสึนามิ เราจะเตือนตั้งแต่ 7.0 ริกเตอร์ขึ้นไป ถ้าเกิดในประเทศไทยหรือในทะเล ว่ามีโอกาสจะเกิดสึนามิ ให้ย้ายตัวเองขึ้นที่สูง แต่ตัวทุ่นเป็นการคอนเฟิร์มว่าจะเกิดสึนามิหรือไม่ เพราะสึนามิมีเวลาที่จะร่วมกันวิเคราะห์ เนื่องจากเป็นคลื่นใต้น้ำ แต่อันดับแรกต้องเตือนจากค่าแผ่นดินไหว เพราะจริงๆแล้วเรามีหอเตือนภัย อยู่ทางอันดามันตลอด
นายธีรพัฒน์ กล่าวด้วยว่า ตอนนี้อยู่ระหว่างเก็บกู้ทุ่นที่ชำรุดสายขาด เพราะยังมีสัญญาณ GPS อยู่.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'คนกรุง' แห่ลงทะเบียนเยียวยาเกือบ 4 หมื่นราย 'ปภ.' เร่งแก้ระบบ DGA สะดุด
กทม.เผย ประชาชนลงทะเบียนขอเยียวยาแล้ว 35,800 ราย พร้อมปฏิบัติการเร่งด่วนกู้คืนพื้น “เคหะร่มเกล้า-ลาดกระบัง”เร่งระบายน้ำฝั่งตะวันออกกทม. ส่วน“สายไหม-ออเงิน”คาดดีขึ้นภายใน 2 วัน ด้าน“ปภ.” เผย เงินเยียวยาภัยพิบัติ อยู่ขั้น อปท.สำรวจความเสียหาย ขออภัยระบบแจ้งข้อมูล DGA ซ้ำ ยัน ไม่มีรั่วไหล กำลังเร่งแก้ไข
กทม.ผุด4ศูนย์แก้ท่วม
“อนุทิน” ไม่อยากขัดแย้งตอนนี้ ขอช่วยประชาชนพ้นภัยพิบัติก่อน “ธนกร” วอนฝ่ายค้านอย่าเล่นการเมือง “กทม.” ตั้ง 4 ศูนย์บัญชาการหน้าพื้นที่ “ปชป.” จี้เร่งออกสินเชื่อ 3-6 เดือน “ศรีสุวรรณ” ยื่น ป.ป.ช.ตรวจสอบ “ชัชชาติ” ปมแก้มลิง
ถึงคิวภาคใต้ระทึก! ‘ประจวบฯ-นราธิวาส’เตรียมรับมือ/2-3วัน‘ร่มเกล้า’แห้ง
“นายกฯ” สั่งผู้ว่าฯ ทุกจังหวัดรับมือฝนหนักช่วง 4-5 ต.ค. อุตุฯ แจ้งเสี่ยงเกิดพายุฝนครอบคลุมหลายพื้นที่ กำชับภาคใต้ตั้งแต่ "ประจวบฯ-นราธิวาส”
'อนุทิน' สั่งทุกหน่วยรับมือฝนถล่มรอบใหม่ ศูนย์พักพิงต้องพร้อม ขอปชช.ฟังข้อมูลรัฐ
'อนุทิน' เตือนใต้ฝนเริ่ม 5 ต.ค. สั่งผวจ.ประจวบฯถึงนราธิวาสรับมือ เน้นศูนย์พักพิงต้องพร้อมไม่ใช่แค่ที่ซุกหัวนอน ย้ำเรียกประชุมทุกหน่วยให้เข้าใจทำงานร่วมกัน ขอปชช.เชื่อข้อมูลรัฐบาลเป็นหลัก
ปภ. สรุป 'กทม. - 31 จังหวัด' ยังจมบาดาล เดือดร้อนพุ่ง 3.5 ล้านคน
ปภ. รายงานน้ำยังท่วม '31 จังหวัด - กทม.' ส่งเจ้าหน้าที่ พร้อมเครื่องจักรกลสาธารณภัย เร่งระบายน้ำ–ช่วยกลุ่มเปราะบาง พร้อมฟื้นฟูคลี่คลายสถานการณ์
นายกฯ ถก 'บกปภ.ช.' วันที่สาม กางแผนรับมือ 4-5 ต.ค. เสี่ยงท่วมซ้ำ
นายกฯ ถก 'บกปภ.ช.' ต่อเนื่องวันที่ 3 ย้ำใช้ข้อมูลชุดเดียวเป็นเอกภาพ กันปชช.สับสน สั่งจับตา 4-5 ต.ค. เสี่ยงพายุฝน ยังไม่อยู่ในสภาวะที่ไว้วางใจได้ ให้เตรียมมาตรการรอบด้านรับมือ

