'สุริยะ' ห่วงชาวสวนยางน่าน เร่งสำรวจความเสียหาย กยท.ออก 3 มาตรการด่วนช่วยผู้ประสบภัย

“สุริยะ” สั่ง กยท.เร่งสำรวจความเสียหายชาวสวนยางน่าน หลังอุทกภัยกระทบเบื้องต้นราว 3,500 ราย พื้นที่ 35,000 ไร่ ด้าน “วีริศ” ออก 3 มาตรการด่วน พร้อมสนับสนุนปัจจัยยังชีพ และเตรียมพิจารณาสวัสดิการช่วยเหลือกรณีสวนยางประสบภัย รายละไม่เกิน 3,000 บาท

22 สิงหาคม 2569 - นายวีริศ อัมระปาล กรรมการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) รักษาการแทนผู้ว่าการ กยท. เปิดเผยว่า จากเหตุอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดน่าน ตนได้หารือกับนายเบญจพล นาคประเสริฐ ประธานกรรมการ กยท. เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยาง พร้อมรับฟังรายงานสถานการณ์จาก กยท.จังหวัดน่าน ซึ่งพบว่าอุทกภัยครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อพื้นที่การเกษตร รวมถึงอาคารบ้านเรือนของชาวสวนยางในหลายอำเภอ อาทิ อำเภอเมืองน่าน อำเภอปัว อำเภอท่าวังผา อำเภอเวียงสา อำเภอสันติสุข และอำเภอภูเพียง.

เบื้องต้นคาดว่ามีเกษตรกรชาวสวนยางได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติประมาณ 3,500 ราย พื้นที่ประมาณ 35,000 ไร่ จากเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนกับ กยท.ในจังหวัดน่านทั้งหมด 16,146 ราย รวมพื้นที่ 170,810.33 ไร่.

นายวีริศ กล่าวว่า เบื้องต้นได้อนุมัติให้ กยท.สนับสนุนปัจจัยยังชีพแก่ครัวเรือนเกษตรกรชาวสวนยางที่ประสบภัยพิบัติ และจะพิจารณาสวัสดิการเงินช่วยเหลือแก่เกษตรกรชาวสวนยาง กรณีสวนยางประสบภัย รายละไม่เกิน 3,000 บาท เพื่อให้ชาวสวนยางสามารถติดต่อขอรับเงินช่วยเหลือดังกล่าวได้ภายหลังเหตุการณ์สิ้นสุดลง.

ขณะเดียวกัน นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีความห่วงใยเกษตรกรชาวสวนยางที่ได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก และได้สั่งการให้ กยท.เร่งสำรวจความเสียหายทันทีเมื่อสถานการณ์คลี่คลาย เพื่อให้สามารถดำเนินการช่วยเหลือและเยียวยาได้อย่างทันท่วงที เนื่องจากสถานการณ์ครั้งนี้สร้างความเสียหายและความเดือดร้อนแก่ประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก.

นายวีริศ เปิดเผยอีกว่า ได้ทำหนังสือถึงผู้อำนวยการ กยท.ภาคเหนือ ให้ตรวจสอบความเสียหายในพื้นที่ประสบภัย พร้อมเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดภัยพิบัติ เพื่อให้การช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางเป็นไปอย่างรวดเร็ว และป้องกันความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น โดยกำหนดมาตรการเร่งด่วน 3 ข้อ ดังนี้.

1.ตรวจสอบและประเมินความเสียหายของเกษตรกรชาวสวนยางและพื้นที่สวนยางในจังหวัดน่าน พร้อมรวบรวมข้อมูลผู้ได้รับผลกระทบ เพื่อดำเนินการช่วยเหลือตามระเบียบที่กำหนดต่อไป.

2.เฝ้าระวังและแจ้งเตือนภัยในพื้นที่เสี่ยง อาทิ จังหวัดพิษณุโลก สุโขทัย และอุตรดิตถ์ โดยติดตามข้อมูลพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด และกระจายข่าวแจ้งเตือนเกษตรกรชาวสวนยางในพื้นที่ทันที หากพบความเสี่ยงจากสถานการณ์ภัยพิบัติ.

3.ให้รายงานผลกระทบและความเสียหายให้ทราบทุกวัน ผ่านระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้สามารถติดตามสถานการณ์และดำเนินมาตรการช่วยเหลือได้อย่างต่อเนื่อง

นายวีริศ กล่าวด้วยว่า ขอแสดงความเสียใจกับผู้สูญเสียจากภัยพิบัติครั้งนี้ พร้อมยืนยันว่า กยท.จะอยู่เคียงข้างเกษตรกรชาวสวนยาง และเร่งดำเนินการให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบอย่างเต็มที่ต่อไป.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นายกฯ สั่งโฟกัสชุมชนลำบาก เร่งบิ๊กคลีนนิ่งกำจัดขยะ ห้ามประมาท ต.ค.-ธ.ค. น้ำมาก

นายกฯ ประชุม บกปภ.ช. วันที่ 10 ขอโฟกัสชุมชนลำบาก เร่งวางแผนกำจัดขยะ-บิ๊กคลีนนิ่ง อย่าปล่อยกีดขวาง เตือนประมาทไม่ได้ 'ต.ค.-ธ.ค.' น้ำยังมาก กำชับผู้ว่าฯภาคใต้เตรียมรับมือทุกด้าน

ซัดกันนัว! 'วีระยุทธ' แซะนายกฯ โผล่งานวันเกิดเนวินครึ่งวัน แต่ดูน้ำท่วมแค่ 30 นาที 'เจเศรษฐ์' ตอกกลับไร้สาระ

"วีระยุทธ" อัดรัฐบาลล้มเหลวผันน้ำบางปะกง แซะ "อนุทิน" ใส่ใจไปงานวันเกิดเนวินมากกว่าลงพื้นที่แก้น้ำท่วม "เจเศรษฐ์" สวนหยุดสร้างวาทกรรมกระแนะกระแหน คาดระดับน้ำบางปะกงเข้าสู่ภาวะปกติกลาง พ.ย.

SPRC ผนึก คาลเท็กซ์ ร่วมปันน้ำใจ มอบบัตรเติมน้ำมัน สนับสนุนกรมธุรกิจพลังงาน ส่งต่อในภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม

SPRC ผนึก คาลเท็กซ์ ร่วมปันน้ำใจ มอบบัตรเติมน้ำมัน สนับสนุนกรมธุรกิจพลังงาน ส่งต่อในภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม

รองโฆษกฯ บอกวิจารณ์รัฐบาลได้เต็มที่ แต่อย่านำภาพนายกฯตรวจโรงครัว มาสรุปแทนภารกิจทั้งหมด

รองโฆษกรัฐบาลโต้ "ภคมน" ปมแก้น้ำท่วม ขออย่านำภาพตรวจโรงครัวภูมิใจไทยมาสรุปแทนภารกิจทั้งหมด ยืนยันนายกฯ บัญชาการผ่าน บกปภ.ช. ต่อเนื่อง สั่งระบายน้ำข้ามจังหวัด เร่งเยียวยา ฟื้นฟู และเตรียมรับฝนระลอกใหม่