“เอกนิติ” ประชุมรับมือน้ำท่วมภาคกลาง ให้ความมั่นใจประชาชนยังบริหารจัดการน้ำได้ ย้ำ ผู้ว่าฯ สแตนบาย เตรียมความพร้อม บอก มีงบสำรองจ่ายภาคละ 100 ล้านบาท ชี้ หากปริมาณน้ำฝนเกิน 1,500 ลูกบาศก์เมตร ใช้วิธีผันน้ำออกตามคลองสาขา
22 กันยายน 2569 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง ในฐานะประธานคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคกลาง เปิดเผยภายหลังประชุมคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคกลาง ครั้งที่ 2/2569 ว่า ที่ประชุมได้มีการเตรียมแผนรองรับอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคกลาง ขณะเดียวกัน ได้มีการติดตามสถานการณ์ว่าน้ำฝนที่จะเข้ามาเป็นอย่างไรบ้าง เพื่อเตรียมการล่วงหน้าจึงได้เชิญกรมอุตุนิยมวิทยาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาประชุมสถานการณ์น้ำในพื้นที่ภาคกลางและรายงานน้ำที่จะไหลมาจากภาคเหนือว่าจะมีผลกระทบอย่างไรบ้าง ทั้งนี้ เบื้องต้นทราบว่า ในวันที่ 25 - 27 ก.ย.นี้ จะมีฝนเข้ามาเพิ่ม รัฐบาลจึงไม่ได้อยู่เฉย และได้มีการเตรียมการล่วงหน้าเพื่อรองรับสถานการณ์ว่าจะบริหารจัดการอย่างไร เพราะเห็นแล้วว่า น้ำในส่วนต่างๆ มีอยู่เท่าไหร่ จึงได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกรมชลประทานบริหารจัดการน้ำในแหล่งน้ำต่างๆ รวมทั้งผันน้ำ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความร้อนต่อพี่น้องประชาชน
ในกรณีที่มีพายุเข้ามาในลุ่มน้ำภาคกลางและน้ำไหลลงมาจากภาคเหนือ จะได้บริหารจัดการได้ เพราะเราไม่ต้องการให้เป็นเหมือนในอดีตที่ผ่านมาที่ประชาชนตามแนวเขื่อนได้รับผลกระทบ
นายเอกนิติ กล่าวว่า ในส่วนปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำท่าจีน และแม่น้ำแม่กลอง ได้สั่งการให้มีการเตรียมความพร้อมและเตรียมอุปกรณ์ล่วงหน้าก่อนที่ภัยจะมา ขณะเดียวกัน ได้กำชับให้ผู้ว่าราชการจังหวัดในภาคกลางเตรียมแผนอพยพและสื่อสารกับประชาชนด้วยโดยเตรียมเช็กลิสต์และสื่อสารให้ประชาชนทราบว่าต้องเตรียมความพร้อมอย่างไรบ้าง ไม่ใช่แจ้งหลังภัยมา ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้จัดเตรียมเงินสำรองและฉุกเฉินในแต่ละภาคไว้แล้ว โดยสำรองไว้ภาคละ 100 ล้านบาท ที่ประชุมจึงได้แจ้งให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทราบ ว่าหากมีความจำเป็นจะมีคณะกรรมการกลั่นกรองพิจารณานำเงินมาดูแลประชาชนเพื่อไม่ให้ได้รับผลกระทบ
นายเอกนิติ กล่าวว่า สถานการณ์น้ำในวันนี้ยังสามารถบริหารจัดการได้ เพราะฝนที่ผ่านมาไม่ได้ตกมาก จนทำให้น้ำล้นเขื่อน ฉะนั้น ยืนยันว่าวันนี้สามารถรองรับน้ำฝนได้จำนวนหนึ่ง แต่หากเกินขนาด 1,500 ลูกบาศก์เมตรจะมีการบริหารจัดการโดยผันน้ำออกไปยังคลองแต่ละสาขาตามแผนที่ได้วางไว้ ส่วนกรณีที่มีบางเพจรายงานข่าวโดยเตือนว่าจะเกิดน้ำท่วมใหญ่นั้น หากยึดตามสถิติและข้อมูลของกรมอุตุนิยมวิทยาพบว่าจะมีฝนเข้ามาฝนแหล่งน้ำภาคกลางทั้งแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำท่าจีน และแม่น้ำแม่กลอง แต่ไม่ได้หนักมาก และไม่ได้เยอะจนทำให้เกิดอุทกภัยใหญ่ จึงต้องมีการเตรียมความพร้อมไว้ก่อน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เตรียมพร้อม! เช็กพื้นที่ฝนถล่มหนัก 23-27 ก.ย. เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน-น้ำป่าไหลหลาก
กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศเรื่อง ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 23 - 27 กันยายน 2569) ฉบับที่ 3 ระบุว่า ในช่วงวันที่ 23 – 27 ก.ย. 69 บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลางรวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ จะมีฝนตกหนักหลายพื้นที่และมีฝนตกหนักมากบางแห่ง โดยจะเริ่มในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง และภาคตะวันออกก่อน ส่วนภาคอื่นๆ จะได้รับผลกระทบในระยะถัดไป
'ภราดร' ยันรัฐบาลไม่ล่าช้า แจ้งเตือนน้ำท่วม ฝนตกหนัก 23-26 ก.ย. เป็นมวลน้ำก้อนสุดท้าย
นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่กรมอุตุนิยม ออกประกาศแจ้งเตือนฝนตกหนักมาก ว่า คณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งภาคกลาง ที่มีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นประธาน มีการประชุมเร่งด่วนเสร็จสิ้นแล้ว โดยนำการพยากรณ์อากาศในช่วงหนึ่งสัปดาห์นี้มารายงานต่อที่ประชุม ทราบว่าระหว่างวันที่ 23 - 26 กันยายนนี้ จะมีปริมาณน้ำฝนปริมาณมาก โดยเฉพาะพื้นที่ภาคตะวันออก ภาคกลาง รวมถึงภาคเหนือตอนล่างบางส่วน จะได้รับผลกระทบจากปริมาณน้ำฝนที่กำลังจะเกิดขึ้นช่วงสัปดาห์ที่จะถึงนี้
ครม. อัดงบเงินกู้ 4.3 หมื่นล้าน ขยาย 'ไทยช่วยไทยพลัส' วงเงิน 1 พันบาท ใช้ได้นาน 2 เดือน
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม. มีมติเห็นชอบโครงการเพิ่มวงเงินสวัสดิการให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 เพิ่มเติม และโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) โดยใช้วงเงินจากพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานฯ พ.ศ. 2569 จำนวน 43,000 ล้านบาท คาดว่าจะช่วยกระตุ้นให้จีดีพีขยายตัวอีกประมาณ 0.1-0.2%
กรุงเทพฯ-ปริมณฑล วันนี้ฝนถล่มร้อยละ 80 บางแห่งหนัก!
พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนล่าง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและ
เล็งลดภาษีน้ำมันเกษตร ปชน.ขยี้‘ไทยพลัส’เหลว
"เอกนิติ" แย้มแผนคุมราคาน้ำมัน ปลดล็อกเฉพาะกลุ่มหากใช้ช่องลดภาษีสรรพสามิต E20-B20 ช่วยเกษตรกรอันดับแรก
‘เอกนิติ’ ผนึก กกร.ลุย Reinvent Thailand ดันเศรษฐกิจไทยโตไม่ต่ำกว่า 3%
“เอกนิติ” จับมือกกร.เดินหน้า Reinvent Thailand เชื่อม 7 กลุ่มธุรกิจเร่งเปลี่ยนข้อเสนอสู่การปฏิบัติ ตั้งเป้าเศรษฐกิจไทยโตไม่ต่ำกว่า 3% ต่อปี ดันสัดส่วนลงทุนแตะ 30% ของ GDP พร้อมยกระดับไทยติด 20 อันดับแรกขีดแข่งขันโลก ปลดล็อกธุรกิจ-ปูทางอุตสาหกรรมอนาคต

