ประธานสภาพัฒน์หนุนแนวทาง “เอกนิติ” ไม่ลดภาษีสรรพสามิตดีเซลแบบเหวี่ยงแห ลิตรละ 5 บาท ชี้สิ้นเปลืองทรัพยากร คนใช้รถดีเซลหรูก็ได้ประโยชน์ด้วย แนะยึดหลัก 3Ts พุ่งเป้าช่วยเกษตรกร เตือนรัฐบาลขาดดุลราว 4% ของจีดีพี หนี้สาธารณะเพิ่มต่อเนื่อง ต้องระวังวินัยการคลัง
23 กันยายน 2569 - จากกรณีข้อถกเถียงทางนโยบายเศรษฐกิจเกี่ยวกับการปรับลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชนในช่วงราคาน้ำมันพุ่งสูง โดยมีการเสนอแนวคิดให้รัฐบาลลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลแบบถ้วนหน้า ลิตรละ 5 บาท
ขณะที่แนวทางของกระทรวงการคลัง ภายใต้การนำของนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เน้นการใช้เครื่องมือทางเศรษฐกิจหลายด้านเพื่อดูแลราคาน้ำมันอย่างรอบด้าน และกำหนดนโยบายว่าหากลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน จะพุ่งเป้าไปที่ประโยชน์ของเกษตรกรเป็นหลัก
ดร.ศุภวุฒิ สายเชื้อ ประธานกรรมการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) กล่าวในรายการเจาะลึกทั่วไทย อินไซด์ไทยแลนด์ เมื่อวันที่ 22 กันยายนว่า ตนเห็นด้วยกับแนวทางของ ดร.เอกนิติ เนื่องจากภาษีสรรพสามิตเป็นภาษีที่เก็บจากสินค้าที่ส่งผลกระทบในกรอบกว้าง เช่น บุหรี่ เหล้า รวมถึงน้ำมัน
สำหรับสถานการณ์ที่ประเทศไทยได้รับผลกระทบจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์นั้น เห็นว่าควรตรึงราคาไว้ เพราะสถานการณ์ยังไม่ได้เปลี่ยนแปลงไป จึงควรถือเป็นหลักการที่ต้องตรึงไว้เช่นเดิม ขณะที่การรักษาเสถียรภาพราคาน้ำมันควรใช้กลไกของกองทุนน้ำมันเป็นหลัก
แม้กองทุนน้ำมันจะต้องแบกรับภาระหนี้ในช่วงราคาน้ำมันแพง และส่งผลให้ราคาน้ำมันในประเทศปรับลดลงได้ช้ากว่าตลาดโลกในเวลาต่อมา เพราะต้องนำเงินไปชำระคืนหนี้ก็ตาม
ประธานกรรมการสภาพัฒน์ระบุเพิ่มเติมว่า การดำเนินนโยบายบรรเทาผลกระทบระยะสั้นจะต้องยึดหลักการ 3Ts คือ ทันท่วงที (Timely) พุ่งเป้าหมาย (Targeted) และเป็นมาตรการชั่วคราว (Temporary) ไม่สร้างภาระยาวนานแก่รัฐบาล
โดยกลุ่มที่ได้รับผลกระทบหนักและเปราะบางที่สุดคือเกษตรกร ทั้งยังเป็นผู้ผลิตสินค้าอาหาร ซึ่งส่งผลต่อราคาอาหารและอัตราเงินเฟ้อในภาพรวมของระบบเศรษฐกิจ ดังนั้น มาตรการเจาะจงช่วยเหลือเกษตรกรจึงมีความคุ้มค่าและตรงจุดที่สุด
ในทางกลับกัน การลดภาษีดีเซลแบบเหวี่ยงแหถ้วนหน้า ถือเป็นมาตรการที่ใช้ทรัพยากรสูงโดยไม่จำเป็น และส่งผลประโยชน์ไปถึงกลุ่มที่ไม่ได้รับผลกระทบมาก เช่น ผู้ใช้รถยนต์ดีเซลหรู ซึ่งเป็นการใช้เงินภาษีของประชาชนอย่างไม่รัดกุม ขณะที่รัฐบาลยังมีภาระค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในด้านอื่นอีกมาก
“สภาพราคาน้ำมันดีเซลที่ปรับตัวสูงขึ้นเป็นปัญหาร่วมกันทั่วโลก การใช้นโยบายช่วยเหลืออย่างรัดกุมและพุ่งเป้าเฉพาะกลุ่มจึงเป็นทางออกที่เหมาะสมที่สุดในสถานการณ์ปัจจุบัน” ดร.ศุภวุฒิ กล่าว
นอกจากนี้ ดร.ศุภวุฒิยังแสดงความห่วงใยต่อวินัยทางการคลัง โดยชี้ว่าปัจจุบันรัฐบาลแบกรับการขาดดุลงบประมาณราว 4% ของจีดีพี ซึ่งเป็นการขาดดุลขั้นพื้นฐาน (Primary Deficit) สูงถึง 3% ขณะที่สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อจีดีพีของไทยยังคงปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องทุกปีนับแต่วิกฤตโควิด-19
ดังนั้น การกู้เงินเพิ่มเพื่อชดเชยการลดภาษีจึงเสี่ยงต่อการถูกตั้งคำถามด้านวินัยการคลังอย่างหนัก อีกทั้งในทางการเมือง เมื่อปรับลดภาษีลงแล้ว การจะนำกลับขึ้นมาใหม่ทำได้ยากมาก ดังเช่นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ที่อยู่ในระดับ 7% มายาวนานกว่า 20 ปี
“รัฐบาลมีภาระงบประมาณต้องใช้จำนวนมาก ขณะที่เงินมีอยู่จำกัด จะจัดสรรเพื่อเรื่องอะไร เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนมาก ต้องคิดให้รอบคอบ ถ้าจะดูแลเรื่องราคาดีเซล ต้องเจาะจงเฉพาะกลุ่ม ต้องดูแลกลุ่มที่ถูกกระทบมากที่สุดครับ เหวี่ยงแหไปทั้งหมดจะมีผลกระทบข้างเคียงตามมา” ประธานกรรมการสภาพัฒน์ระบุ.
rt and technique of arranging type to make written language legible, readable and appealing when displayed. The arrangement of type involves selecting typefaces, point size, line length, line-spacing (leading), letter-spacing (tracking), and adjusting the space within letters pairs (kerning).
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ไม่ต้องตื่นตระหนก! รัฐบาลรับมือน้ำท่วมได้ไม่ซ้ำรอยอดีต
“เอกนิติ” ประชุมรับมือน้ำท่วมภาคกลาง ให้ความมั่นใจประชาชนยังบริหารจัดการน้ำได้ ย้ำ ผู้ว่าฯ สแตนบาย เตรียมความพร้อม บอก มีงบสำรองจ่ายภาคละ 100 ล้านบาท ชี้ หากปริมาณน้ำฝนเกิน 1,500 ลูกบาศก์เมตร ใช้วิธีผันน้ำออกตามคลองสาขา
ครม. อัดงบเงินกู้ 4.3 หมื่นล้าน ขยาย 'ไทยช่วยไทยพลัส' วงเงิน 1 พันบาท ใช้ได้นาน 2 เดือน
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม. มีมติเห็นชอบโครงการเพิ่มวงเงินสวัสดิการให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 เพิ่มเติม และโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) โดยใช้วงเงินจากพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานฯ พ.ศ. 2569 จำนวน 43,000 ล้านบาท คาดว่าจะช่วยกระตุ้นให้จีดีพีขยายตัวอีกประมาณ 0.1-0.2%
เล็งลดภาษีน้ำมันเกษตร ปชน.ขยี้‘ไทยพลัส’เหลว
"เอกนิติ" แย้มแผนคุมราคาน้ำมัน ปลดล็อกเฉพาะกลุ่มหากใช้ช่องลดภาษีสรรพสามิต E20-B20 ช่วยเกษตรกรอันดับแรก
‘เอกนิติ’ ผนึก กกร.ลุย Reinvent Thailand ดันเศรษฐกิจไทยโตไม่ต่ำกว่า 3%
“เอกนิติ” จับมือกกร.เดินหน้า Reinvent Thailand เชื่อม 7 กลุ่มธุรกิจเร่งเปลี่ยนข้อเสนอสู่การปฏิบัติ ตั้งเป้าเศรษฐกิจไทยโตไม่ต่ำกว่า 3% ต่อปี ดันสัดส่วนลงทุนแตะ 30% ของ GDP พร้อมยกระดับไทยติด 20 อันดับแรกขีดแข่งขันโลก ปลดล็อกธุรกิจ-ปูทางอุตสาหกรรมอนาคต
‘เอกนิติ’ ลุย Skill Bridge ปั้นแรงงาน 1 พันคนใน 6 เดือน รับอุตสาหกรรมยุคใหม่
“เอกนิติ” นำทีมบีโอไอเยี่ยม SIMTEC ชู Learning Factory ฝึกจากกระบวนการผลิตจริง ตั้งเป้าปั้น
“เอกนิติ” เปิด 3 เครื่องมือพยุงราคาน้ำมัน หากต้องลดภาษีเล็ง E20-B20 หนุนเกษตรกร ย้ำดูแลค่าครองชีพควบคู่วินัยการคลัง ไม่สร้างวิกฤตซ้ำ
วันนี้ (21 ก.ย.) นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงข้อเสนอให้นำวงเงินกู้ส่วนที่ยังเหลือจากมาตรการเยียวยาผลกระทบวิกฤตตะวันออกกลาง มาใช้ดูแลราคาน้ำมันผ่านการลดภาษีสรรพสามิตว่า รัฐบาลมีเครื่องมือสำหรับบริหารจัดการราคาพลังงานหลายทาง

