
รัฐบาลเร่งสร้างความมั่นคงด้านวัคซีนป้องกันประชาชนจากโรคอุบัติใหม่ ผ่านยุทธศาสตร์ 5 ปี ตั้งงบ 14,326.54ล้านบาท ผลักดัน 4 ยุทธศาสตร์ 11 แผนงาน 67 โครงการ
23 มี.ค. 2565 - น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่าประเทศไทยได้เผชิญกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 มากว่า 2 ปี รัฐบาลจึงได้ให้ความสำคัญกับการมีแผนสร้างภูมิคุ้มกันเพื่อป้องกันประชาชนจากโรคอุบัติใหม่ผ่านโครงการต่างๆ ซึ่งร่างนโยบายและแผนยุทธศาสตร์ความมั่นคงด้านวัคซีนแห่งชาติ พ.ศ. 2566 – 2570 ที่ได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) เมื่อวันที่ 22 มี.ค. 2565 ก็เป็นส่วนหนึ่งของแผนงานดังกล่าว
ทั้งนี้ ร่างแผนยุทธศาสตร์ความมั่นคงด้านวัคซีนฯ จะเป็นแผนยุทธศาสตร์ ฉบับที่ 2 ที่เข้ามารับช่วงต่อจากฉบับที่1 ที่จะสิ้นสุดลงในปี 2565 ซึ่งจะเป็นกรอบในการขับเคลื่อนผลักดันการพัฒนาสู่ความมั่นคงด้านวัคซีนในระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566 - 2570) มีความสอดคล้องเชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี นโยบายและแผนพัฒนาระดับชาติ เช่น กรอบแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 แผนยุทธศาสตร์สาธารณสุข 20 ปี (พ.ศ. 2560 - 2579 (ร่าง) ยุทธศาสตร์การวิจัยและนวัตกรรม 20 ปี (พ.ศ. 2560 - 2579) และแผนพัฒนาสุขภาพแห่งชาติ ฉบับที่ 12
น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า ตามร่างแผนยุทธศาสตร์ความมั่นคงด้านวัคซีนฯ ฉบับที่ 2 ประกอบด้วย 4 ยุทธศาสตร์ 11 แผนงาน 67 โครงการ ระยะเวลาการดำเนินงาน 5 ปี วงเงินงบประมาณรวม 14,326.54 ล้านบาท ประกอบด้วยยุทธศาสตร์ที่ 1 การพัฒนาระบบและบริหารจัดการงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคให้มีประสิทธิภาพทั้งในภาวะปกติและภาวะฉุกเฉิน จำนวน 15 โครงการ อาทิ โครงการสำรองวัคซีนรองรับการระบาด โครงการรณรงค์ให้วัคซีนป้องกันโรคหัดและหัดเยอรมัน (MR) ในกลุ่มเสี่ยง โครงการพัฒนา Big Data ฐานข้อมูลกลางการให้บริการวัคซีนและระบบ PHR ข้อมูลการรับบริการวัคซีนรายบุคคล โครงการพัฒนาระบบข้อมูลและบริหารจัดการวัคซีน งบประมาณ 2,889.76 ล้านบาท
ยุทธศาสตร์ที่ 2 การส่งเสริม สนับสนุนการวิจัยพัฒนา และอุตสาหกรรมการผลิตวัคซีนอย่างครบวงจร จำนวน 26 โครงการ อาทิ โครงการการพัฒนา adenoviral vector platform สำหรับการวิจัยและพัฒนาวัคซีนต้นแบบ โครงการการพัฒนาเทคโนโลยีฐานสำหรับพัฒนาต้นแบบวัคซีนจาก Viral vectorเพื่อตอบสนองต่อโรคอุบัติใหม่ โครงการการพัฒนาต้นแบบวัคซีนเด็งกี่ (วัคซีนป้องกันไข้เลือดออก (Dengue Vaccine)] เพื่อทดสอบในมนุษย์ การพัฒนาวัคซีนป้องกันโรคอุจจาระร่วงจากเชื้อโรต้า โครงการพัฒนาวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าสำหรับสัตว์ โครงการการจัดตั้งโรงงานโดยใช้เทคโนโลยีการใช้เซลล์เพาะเลี้ยงในระดับต้นแบบและระดับอุตสาหกรรม โครงการส่งเสริมสนับสนุนการจัดซื้อวัคซีนที่ผลิตในประเทศ งบประมาณ 9,911.38 ล้านบาท
ยุทธศาสตร์ที่ 3 การพัฒนาศักยภาพบุคลากรรองรับภารกิจความมั่นคงด้านวัคซีน จำนวน 23 โครงการ อาทิ โครงการการพัฒนาสมรรถนะของบุคลากรด้านวัคซีนอย่างครบวงจร โครงการสร้างความเชี่ยวชาญด้านการวิจัยวัคซีนทางคลินิก โครงการการพัฒนาผู้เชี่ยวชาญด้านวัคซีนผ่านเครือข่ายความร่วมมือ งบประมาณ 315.8930 ล้านบาท และยุทธศาสตร์ที่ 4 เสริมสร้างขีดความสามารถขององค์กรภาคีเครือข่ายด้านวัคซีนของประเทศ จำนวน 3 โครงการ อาทิ โครงการสนับสนุนการวิจัยพัฒนาวัคซีนโดยความร่วมมือกับเครือข่ายด้านวัคซีน โครงการจัดตั้งศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ด้านการวิจัย เพื่อพัฒนาวัคซีน การรักษา การวินิจฉัย สำหรับโรคอุบัติใหม่และตอบโต้อาวุธชีวภาพ เพื่อความมั่นคงของประเทศ งบประมาณ 1,209.5 บาท เป็นต้น
“คณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติ โดยสถาบันวัคซีนแห่งชาติ จะทำหน้าที่ติดตามและประเมินผลความก้าวหน้าของการดำเนินงานตามแผนยุทธศาสตร์ความมั่นคงด้านวัคซีนฯ ฉบับที่ 2 เป็นรายปีพร้อมจัดทำข้อเสนอในการแก้ไขปัญหาและอุปสรรคต่อความสำเร็จของการดำเนินงานที่ไม่บรรลุผลตามเป้าหมาย รวมทั้งสรุปผลการดำเนินงานภายหลังจากสิ้นสุดแผนระยะ 5 ปี และประเมินผลกระทบในภาพรวม และรายงานผลให้ ครม. ทราบอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง”น.ส.ไตรศุลีระบุ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
อดีตบิ๊กข่าวกรอง ชี้ MOU43 สิ้นมนต์ขลัง 'สว.'ยกเลิกแล้วเหลือมติ ครม. หวัง 'นายกฯ' จะไม่เปลี่ยนไปจากหาเสียง
นันทิวัฒน์ ระบุเอ็มโอยู 43 สิ้นมนต์ขลังแล้ว สว.มีมติยกเลิกแล้วเหลือมติครม. แต่คนบางฝ่ายยังกอดเอ็มโอยูไว้แน่น ไม่อยากเลิก ยังเห็นมุมดีมีประโยชน์ ยังอาศัยเป็นกรอบในการเจรจากันได้
จ่อทูลเกล้าฯ‘ครม.หนู2’
“อนุทิน” ย้ำส่งชื่อ ครม.ต้นสัปดาห์หน้า เตรียมทูลเกล้าฯ "ครม.อนุทิน 2" 30 มี.ค.นี้ หลัง 35 รายชื่อผ่านด่านอรหันต์ตรวจเข้มคุณสมบัติ ชัดเพื่อไทยส่ง 3 ชื่อ "นิกร" แทน "ปุ๋ง" ขณะ "เดียร์ ขัตติยา-วิสุทธิ์" วืดอีกแล้ว
ทูลเกล้าฯ 'ครม.หนู2' 30 มีนา เพื่อไทยเคาะ 'นิกร' แทน 'สุดาวรรณ'
รายงานข่าวจากพรรคภูมิใจไทย ระบุว่าเมื่อวานนี้ (27มี.ค.)ได้มีการตรวจสอบประวัติและคุณ
รัฐบาลแนะดูแลสุขภาพห่างไกล 'วัณโรค' พบผู้ป่วยใหม่แสนราย
นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลห่วงใยสุขภาพประชาชน ย้ำเตือนดูแลสุขภาพห่างไกลจากวัณโรค แนะหากมีอาการสงสัย ไอเรื้อรังเกิน 2 สัปดาห์ ให้รีบพบแพทย์
บังคับใช้แล้ว! กฎคุมเข้มสกัดผูกขาดอีคอมเมิร์ซ
รัฐบาลคุมเข้มแพลตฟอร์ม E-Commerce ออกแนวทางใหม่สกัดผูกขาด–การค้าที่ไม่เป็นธรรม มีผล 25 มีนาคม 2569
รัฐบาลเตือนหมดโปร! 1 เม.ย.จับปรับจริง
รัฐบาลเตือนสิ้นสุดมาตรการผ่อนปรน 31 มี.ค.นี้ เริ่มดีเดย์จับปรับจริงตามกฎหมายจราจรทั่วประเทศ 1 เม.ย. เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้รถใช้ถนนทุกคน

