ไทย-สหรัฐ ร่วมลงนามในแถลงการณ์วิสัยทัศน์กลไกความมั่นคงอินโด-แปซิฟิก

8 มิ.ย.2565 - เว็บไซต์สถานฑูตสหรัฐ เผยแพร่ภาพและข่าว พลเอก เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของไทย และพลเรือเอก จอห์น ซี. อากีลีโน ผู้บัญชาการกองบัญชาการภาคพื้นอินโด-แปซิฟิกของสหรัฐอเมริกา เข้าร่วมการหารือระหว่างผู้นำระดับสูงของสหรัฐฯ กับไทย (U.S.-Thai Senior Leader Dialogue หรือ SLD) ประจำปี 2565 ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรก ณ กองบัญชาการกองทัพไทย กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 8 มิถุนายนที่ผ่านมา

การประชุมดังกล่าวสัมฤทธิ์ผลด้วยดี โดยพล.อ. เฉลิมพล และพล.ร.อ. อากีลีโน ได้ลงนามในกรอบแผนงานสนับสนุนแถลงการณ์วิสัยทัศน์ร่วมระหว่างสหรัฐอเมริกาและไทย ค.ศ. 2020 (Thailand-United States Joint Vision Statement 2020 Support Framework) ซึ่งระบุวิธีดำเนินการตามแถลงการณ์ฉบับดังกล่าว โดยมีสาระสำคัญดังนี้

กลไกความมั่นคงในภูมิภาค: สหรัฐฯ ยังคงส่งเสริมไทยให้มีบทบาทสำคัญ ๆ ด้านการเป็นผู้นำของอาเซียนและความร่วมมือภายในอาเซียน อีกทั้งทำงานร่วมกับคณะทำงานผู้เชี่ยวชาญด้านมนุษยธรรมและบรรเทาสาธารณภัย (HADR) และการแพทย์ทหารของไทย เพื่อกำหนดมาตรฐานของทีมแพทย์ฉุกเฉิน

การเป็นหุ้นส่วนกัน: สหรัฐฯ และไทยจะขยายขอบเขตและยกระดับความซับซ้อนของการฝึกร่วมกัน ซึ่งรวมถึงปฏิบัติการด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ผ่านการป้องกันระบบ และปฏิบัติการร่วมด้านการแพทย์ทหาร

การดำรงบทบาท: เราสนับสนุนไทยในฐานะศูนย์กลางของภูมิภาคด้านปฏิบัติการมนุษยธรรมและบรรเทาสาธารณภัย และด้านโลจิสติกส์

ความร่วมมือด้านความมั่นคงที่ยั่งยืน: สหรัฐฯ สนับสนุนกองทัพไทยในการพัฒนาหน่วยงานให้ทันสมัย ตลอดจนเสริมสร้างการแลกเปลี่ยนทางการศึกษาระดับทวิภาคีระหว่างบุคลากรทหาร

การเป็นผู้นำ: สหรัฐฯ จะสนับสนุนศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการก่อการร้ายสากลของไทยให้กลายเป็นองค์กรผู้นำและตัวอย่างระดับภูมิภาคด้านปฏิบัติการต่อต้านการก่อการร้าย

“การประชุม Senior Leader’s Dialogue ถือเป็นการประชุมสุดยอดในเวทีทางทหาร นับเป็นหมุดหมายสำคัญในการดำเนินความเป็นหุ้นส่วนระหว่างสหรัฐฯ และไทย โดยจะก้าวเดินไปบนผลประโยชน์และค่านิยมร่วมกัน เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถและการปฏิบัติงานระหว่างกัน ไปสู่การเป็นพันธมิตรทางทหารที่มั่นคง เจริญรุ่งเรือง และมีความยั่งยืน” พล.อ. เฉลิมพล กล่าว

ไทยและสหรัฐฯ มุ่งกระชับความร่วมมือให้ต่อเนื่องและชิดใกล้ในด้านที่สำคัญต่อชาติและความมั่นคงของเรา ซึ่งรวมถึงการต่อต้านการก่อการร้าย ความมั่นคงทางทะเล ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม การบรรเทาภัยพิบัติ และประเด็นอื่น ๆ อีกมากมาย

“ผมรู้สึกเป็นเกียรติและโชคดีเสมอที่ได้เดินทางเยือนไทย หนึ่งในพันธมิตรทางสนธิสัญญาที่เก่าแก่ที่สุดของสหรัฐฯ ไมตรีระหว่างไทยและสหรัฐฯ สำคัญยิ่งต่อการธำรงไว้ซึ่งความมั่นคงและความั่งคั่งของภูมิภาคนี้ เพื่อประโยชน์สุขของคนทั้งปวง” พล.ร.อ. อากีลีโน กล่าว

ไทยและสหรัฐฯ เป็นเจ้าภาพร่วมจัดการฝึกคอบร้าโกลด์ ซึ่งเป็นการฝึกซ้อมทางทหารระดับพหุภาคีประจำปีที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก ตั้งแต่ปี 2493 ไทยได้รับยุทโธปกรณ์ สิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็น การฝึกอบรม และความช่วยเหลืออื่นจากสหรัฐฯ เพื่อก่อสร้างและพัฒนาอาคารสถานที่ต่าง ๆ และเรายังจัดการฝึกซ้อมและกิจกรรมทางการทหารร่วมกันมากกว่า 400 ครั้งต่อปี
สัมพันธภาพสหรัฐฯ-ไทยยังประโยชน์แก่ชาติของเรา และส่งเสริมสันติภาพและความมั่งคั่งในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ผอ.JIC' ลั่นไม่ได้ให้เชื่อไทย แต่ขอโลกเช็กข้อเท็จจริง ย้ำเคารพ UN

'ผอ. JIC ไทย' ลั่นไทยไม่ได้ขอให้โลกเชื่อเรา แต่ขอให้โลกตรวจสอบข้อเท็จจริง ย้ำเคารพ UN-สิทธิมนุษยชน แต่ต้องรับฟังสองฝั่งชายแดน

'เอ็ดดี้' ชี้ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ไม่ใช่ 'กองทัพตั้งตัวขึ้นมาปกครองภาคใต้'

เอ็ดดี้ อัษฎางค์ ยมนาค นักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อความประเด็นการเรียกร้องให้ยุบกอ.รมน.ว่า กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ไม่ใช่ “กองทัพตั้งตัวขึ้นมาปกครองภาคใต้”

สส.รอมฎอน ขวางไล่ล่ากลุ่มก่อความไม่สงบ หวั่นกระทบความเชื่อมั่นประชาชน

"รอมฎอน ปันจอร์" สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ระบุว่าการใช้กำลังและการส่งสัญญาณไล่ล่าผู้ก่อเหตุควรประเมินผลกระทบในระดับยุทธศ

ผบ.ทบ.แจงศึกชายแดน ปรับแผนหาโดรนรับมือฉุกเฉิน เสธ.ทบ.เผย 3 ทางแก้งบถูกตัด

ผบ.ทบ.ย้อนวันรับมือ“เขมร ”ชี้เกิดขึ้นรวดเร็ว ปรับแผนรับมือหา“โดรน”เร่งด่วนเฉพาะหน้า ก่อนได้งบประมาณประจำปี “