5 ส.ค.2565 - นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยถึงกรณีเกิดเหตุเพลิงไหม้สถานบริการเม้าท์เท่นบี (MOUNTAIN B) เมื่อเวลาประมาณ 01.00 น.ของคืนที่ผ่านมา ตั้งอยู่ที่บริเวณริมถนนสาย สุขุมวิท บางนา-ตราด ม.7 ตำบลพลูตาหลวง อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ว่า ทันทีที่ทราบข่าวท่าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ที่กำกับดูแลกระทรวงแรงงาน ได้แสดงความห่วงใยและเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมสั่งการให้กระทรวงแรงงานเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ความช่วยเหลือลูกจ้างและนายจ้างที่ได้รับผลกระทบโดยด่วน
ในวันนี้ผมได้มอบหมายให้ นายสุรชัย ชัยตระกูลทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงแรงงาน พร้อมด้วย นายสมพจน์ กวางแก้ว รองอธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน นำทีมชุดเฉพาะกิจตรวจสอบอุบัติเหตุ อุบัติภัย หรือการประสบอันตรายจากการทำงาน กรณีร้ายแรงลงพื้นที่พร้อมด้วยศูนย์ความปลอดภัยในการทำงานเขต 2 ชลบุรี และหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงานจังหวัดชลบุรี เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและหาสาเหตุการเกิดเหตุดังกล่าวว่ามีการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ.2554 และกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้องหรือไม่ หากพบว่ามีการฝ่าฝืนหรือปฏิบัติไม่ถูกต้องจะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป ซึ่งจากการตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้นพบว่า มีผู้เสียชีวิต 13 ราย เป็นชาย 9 ราย หญิง 4 ราย ซึ่งร่างของผู้เสียชีวิตอยู่ที่โรงพยาบาลสัตหีบทั้งหมด ขณะนี้สามารถพิสูจน์ทราบชื่อได้ 8 ราย
นายสุชาติ กล่าวต่อว่า ในส่วนของกระทรวงแรงงานได้ส่งเจ้าหน้าที่หน่วยงานในสังกัดจังหวัดชลบุรี ไปตั้งหน่วยบริการประชาชนร่วมกับศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ของเทศบาลเมืองสัตหีบ ณ บริเวณที่เกิดเหตุ เพื่อคอยรับเรื่องประสานอำนวยความสะดวกตามภารกิจของแต่ละหน่วยงาน ส่วนการให้ความช่วยเหลือด้านสิทธิประโยชน์ความคุ้มครองตามกฎหมายนั้น
เบื้องต้นจากการตรวจสอบข้อมูลผู้เสียชีวิตทั้งหมด 13 ราย พบว่า เป็นผู้ประกันตนอยู่ในปัจจุบัน 2 ราย คือ รายแรก นายสุรกานต์ เรืองฤทธิ์ เป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 ลูกจ้างไทยบริษัท ซัมมิท ฮาร์เนส จังหวัดชลบุรี ทายาทจะมีสิทธิได้รับเงินชราภาพ 99,115.89 บาท เงินสงเคราะห์กรณีตาย 71,322 บาท และค่าทำศพ 50,000 บาท รวมเป็นเงินโดยประมาณ 220,437.89 บาท รายที่ 2 นายฉัตรชัย ชื่นค้า เป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 ลูกจ้าง บริษัท เคนออโต้พาร์ทส์ จังหวัดระยอง ทายาทจะมีสิทธิได้รับเงินชราภาพ 27,978.45 บาท เงินสงเคราะห์กรณีตาย 24,000 บาท และค่าทำศพ 50,000 บาท รวมเป็นเงินโดยประมาณ 101,978.45 บาท
ส่วนผู้เสียชีวิตที่เคยเป็นผู้ประกันตน 3 ราย คือ รายแรก นายวรากุล จำรัส เคยเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 ทายาทจะมีสิทธิได้รับเงินชราภาพ 7,672.92 บาท รวมเป็นเงินโดยประมาณ 7,672.92 บาท รายที่ 2 นายวิริยะ แต่งสง่า เคยเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 และมาตรา 40 ทายาทจะมีสิทธิได้รับเงินชราภาพมาตรา 33 จำนวน 24,410.50 บาท และเงินชราภาพมาตรา 40 อีกจำนวน 300.96 บาท รวมเป็นเงินโดยประมาณ 24,711.46 บาท และรายที่ 3 นางสาวนันทิยา จันทา ภายหลังได้เปลี่ยนชื่อเป็น นางสาวสวิตตา จันทา ทายาทจะมีสิทธิได้รับเงินชราภาพมาตรา 33 จำนวน 10,175.84 บาท และเงินชราภาพมาตรา 40 อีกจำนวน 100.60 บาท รวมเป็นเงินโดยประมาณ 10,276.44 บาท
ภายหลังลงพื้นที่ไปยังจุดเกิดเหตุแล้ว นายสุรชัย ชัยตระกูลทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงแรงงาน และคณะ ยังได้เดินทางไปเยี่ยมให้กำลังใจผู้บาดเจ็บที่นอนพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ซึ่งที่นี่มีผู้บาดเจ็บมาเข้ารับการรักษาตัวทั้งหมด 17 ราย เป็นประชาชนทั่วไป 9 ราย ผู้ประกันตน 8 ราย ในจำนวนนี้แพทย์อนุญาตให้กลับบ้านได้แล้ว 5 ราย ที่เหลืออีก 3 รายยังนอนพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล ซึ่งในส่วนของผู้ประกันตนที่ได้รับบาดเจ็บสำนักงานประกันสังคมจังหวัดชลบุรีได้แจ้งสิทธิประโยชน์ให้ผู้ประกันตนและญาติทราบเกี่ยวกับสิทธิค่ารักษาพยาบาลที่จะได้รับตามจ่ายจริงจนสิ้นสุดการรักษา และเงินทดแทนจากสำนักงานประกันสังคม ในการหยุดพักรักษาตัวตามคำสั่งแพทย์ เพื่อให้ผู้ประกันตนได้รับความช่วยเหลือตามสิทธิประโยชน์ต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
“รมว.สุชาติ” ห่วงใยผู้ประสบอุทกภัย สั่งกรมทะเลระดมกำลังช่วยเหลือประชาชนภาคตะวันออก
วันที่ 27 กันยายน 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.)
“อนุทิน” สั่งด่วน “สุชาติ” ผนึก “ศุภมาส” ระดม ทส. กว่า 30 นาย ลุยน้ำช่วยชาวร่มเกล้า–ลาดกระบัง
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า จากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะเขตร่มเกล้า–ลาดกระบัง ซึ่งมีประชาชนได้รับผลกระทบและต้องการความช่วยเหลือ รัฐบาลโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้ตนเร่งประสานงานกับ น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและระดมความช่วยเหลือลงพื้นที่โดยเร่งด่วน
'สุชาติ' สั่งเร่งระบายน้ำทั่วประเทศ ห่วงประชาชน-ผู้ป่วย ระดมเครื่องสูบน้ำช่วยแล้วกว่า 9,000 ครัวเรือน
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งการกรมทรัพยากรน้ำผนึกกำลังจังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เร่งช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยและน้ำท่วมขัง โดยระดมเจ้าหน้าที่ เครื่องสูบน้ำ และเครื่องจักรลงพื้นที่เร่งระบายน้ำจากชุมชน เส้นทางสัญจร และพื้นที่สำคัญ พร้อมเปิดพื้นที่หน่วยงานเป็นจุดพักพิงและที่จอดรถรองรับประชาชนผู้ประสบภัย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้เร็วที่สุด
รมว.สุชาติ สั่งการกรมป่าไม้ นำกำลังลุยน้ำท่วม ช่วยอพยพชาวบ้าน-กลุ่มเปราะบาง เร่งขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงในพื้นที่สระแก้วและฉะเชิงเทรา
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แสดงความห่วงใยพี่น้องประชาชนที่กำลังได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์อุทกภัยในหลายพื้นที่ โดยสั่งการเน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานในสังกัด ทส. ทั้งในพื้นที่ภาคกลาง ภาคตะวันออก และทุกภูมิภาคทั่วประเทศ บูรณาการทำงานร่วมกับจังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการเร่งเข้าช่วยเหลือประชาชนอย่างใกล้ชิดและเต็มความสามารถ
'สุชาติ' เผย นายกฯ สั่งเร่งล่าจระเข้หลุด 4 ตัวสระแก้ว ระดมทีมไล่ล่า ใช้เครื่องมือ ที่เหมาะสม คุมสถานการณ์ให้ประชาชนอุ่นใจ
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยถึงกรณีจระเข้จำนวน 4 ตัวหลุดออกจากพื้นที่ในจังหวัดสระแก้วว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการตั้งแต่ช่วงบ่าย ขณะปฏิบัติภารกิจอยู่ที่ต่างประเทศ ให้เร่งติดตามและควบคุมจระเข้ทั้ง 4 ตัว เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอันตรายต่อประชาชนในพื้นที่
'สุชาติ' ลงพื้นที่ชลบุรี สั่ง ทส.ระดมกำลัง-เครื่องมือ เร่งช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ตั้งศูนย์บัญชาการส่วนหน้ารับมือสถานการณ์
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์และให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดชลบุรี ณ หมู่บ้านมณีแก้ว ตำบลเหมือง อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี โดยกำชับทุกหน่วยงานเร่งเข้าช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มกำลัง พร้อมติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

