
‘วัชระ’ ให้การ ‘กก.จริยธรรมวุฒิฯ’ ปูดเพิ่ม ส.ว.จัดพิธียกน้ำชา ‘เจ๊นุช’ ชงตรวจสอบเบอร์โทรศัพท์ ปมหักภาษีเงินบริจาค 1.2 แสน
5 ก.ย. 2565 – ที่รัฐสภา นายวัชระ เพชรทอง อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะผู้ร้องขอให้สอบนายธานี อ่อนละเอียด สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) เกี่ยวพันกับกรณี ส.ต.ท.หญิง กรศศิร์ บัวแย้ม หรือเจ๊นุช และฝ่าฝืนข้อบังคับประมูลจริยธรรมอยู่หรือไม่ ให้สัมภาษณ์ภายหลังชี้แจงต่อคณะกรรมการจริยธรรมวุฒิสภา ที่มี พล.อ.สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภาคนที่ 1 เป็นประธานคณะกรรมการฯ ว่า วันนี้ได้มายื่นเอกสารและประเด็นเพิ่มเติมอีก 16 ประเด็น เพื่อให้คณะกรรมการดังกล่าวไปหาหลักฐานและข้อเท็จจริงต่อไป ซึ่งยืนยันว่าไม่ได้กล่าวหา ส.ว. คนใดว่ากระทำความผิด แต่คณะกรรมการจริยธรรมต้องไปตรวจสอบว่ามี ส.ว. คนใดเข้าไปเกี่ยวข้องและมีความผิดตามประมวลจริยธรรมข้อใด ซึ่งคณะกรรมการจะต้องทำความจริงให้ปรากฏครบถ้วน เพื่อให้วุฒิสภาได้รับความเชื่อมั่นและความเชื่อถือจากประชาชนมากขึ้น ตนเชื่อว่ากรรมการจริยธรรมจะหาความจริงให้คนไทยทั้งประเทศโดยเร็วที่สุด
ทั้งนี้ในห้องประชุมคณะกรรมการได้สอบถามหลายประเด็น ซึ่งตนได้ให้ข้อเท็จจริงและความจริง โดยชี้ช่องกรณีที่ชาวจังหวัดราชบุรีให้เบาะแสมาว่ามีพิธียกน้ำชาระหว่าง ส.ว.ท่านหนึ่ง กับสุภาพสตรีท่านนั้น ซึ่งเป็นจริงหรือไม่ ทำไมต้องจัดงานดังกล่าว และยังขอให้คณะกรรมการได้ตรวจสอบเบอร์โทรศัพท์ของบุคคลทั้งสองว่ามีการติดต่อกันกี่ครั้ง และขอให้ตรวจสอบว่าสุภาพสตรีดังกล่าวเป็นผู้ช่วยของสมาชิกนิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) คนใด นอกจากนี้ ยังขอให้ตรวจสอบกรณีเงินบริจาคให้กับทางวัดร่วมกันจำนวน 1.2 แสนบาท ว่านำเงินของผู้ใด และนำใบอนุโมทนาบัตรไปหักภาษีในนามบุคคลใด ซึ่งหลักฐานเหล่านี้สามารถขอได้จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่แล้ว
เมื่อถามถึงรายละเอียดในการจัดพิธียกน้ำชา นายวัชระ กล่าวว่า พิธีนี้คล้ายกับพิธีผูกข้อมือ แต่จัดปีไหนไม่ทราบรายละเอียด โดยข้อมูลนี้ได้ข่าวจากชาวราชบุรีบอกมาอีกทีหนึ่ง ซึ่งในที่ประชุมคณะกรรมการบางคนก็แย้งว่าเรื่องยกน้ำชากับเรื่องเบอร์โทรศัพท์ไม่เกี่ยวข้อง ซึ่งตนได้แย้งไปว่าเกี่ยวข้องกัน เพราะเป็นพฤติกรรมแวดล้อมที่แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ของบุคคล
นอกจากนั้น ยังมีประเด็นเรื่องแต่งตั้งทหารและตำรวจทั้งสองคนว่าเกิดขึ้นสมัยใด เกี่ยวข้องกับใครบ้าง เพราะยังคาใจประชาชนอยู่ ทั้งนี้ ได้เสนอให้คณะกรรมการเชิญ ส.ต.ท.หญิงกรศศิร์ และ ส.ท.หญิง ปัทมา ศิริรัตน์ อดีตทหารรับใช้ มาชี้แจงด้วย แม้ขณะนี้ ส.ต.ท.หญิงกรศศิร์ ถูกควบคุมตัวอยู่ในเรือนจำก็สามารถเชิญมาได้ และขอให้จัดเจ้าหน้าที่คุ้มครองพยาน ส.ท.หญิงปัทมา ด้วย อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ตนให้การไปทั้งหมด พล.อ.สิงห์ศึก ได้บรรจุทุกประเด็นตามที่ตนให้ข้อมูลไว้ ทั้งนี้ หากมีข้อมูลเพิ่มเติมก็สามารถยื่นต่อคณะกรรมการได้ภายในวันที่ 13 กันยายนนี้.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ศาลอนุญาต 'วัชระ' ขยายเวลายื่นฎีกา ฟ้อง 2 อดีตบิ๊กสภาฯ คดีแจ้งเท็จสร้างรัฐสภา ถึง 16 ต.ค.นี้
ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางมีคำสั่งอนุญาตให้นายวัชระ เพชรทอง ขยายระยะเวลายื่นฎีกาคดีฟ้องนายสรศักดิ์ เพียรเวช และนายชัชวาล อภิบาลศรี ออกไปจนถึงวันที่ 16 ตุลาคม 2569 หลังโจทก์ระบุเหตุผลว่าสำนวนพยานเอกสารและประเด็นข้อกฎหมายมีความซับซ้อน จำเป็นต้องใช้เวลาเรียบเรียงให้รัดกุมก่อนยื่นต่อศาลฎีกา
'วัชระ' ร้องผู้ตรวจการฯ สั่งเบรกอายัดป้ายภาษีรถ ซัดพ่วงจ่ายใบสั่งจราจรสูบเลือดประชาชน
นายวัชระ เพชรทอง อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ ยื่นคำร้องต่อสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอให้เสนอเรื่องพร้อมความเห็นไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อวินิจฉัยเพิกถอนกฎหมายจราจรที่ให้อำนาจกรมการขนส่งทางบกงดออกป้ายภาษีรถยนต์กรณีค้างชำระค่าปรับ พร้อมจี้เพิกถอนข้อบังคับกระทรวงการคลังที่เอื้อให้ตำรวจหักส่วนแบ่งค่าปรับจราจรเป็นเงินรางวัลได้สูงสุดถึง 95% ชี้เป็นการกระทำที่ขัดรัฐธรรมนูญ ละเมิดสิทธิประชาชน และมีลักษณะผลประโยชน์ทับซ้อน
เปิด 4 กรอบพิสดาร 'อนุฯชุด 36' ตัดตอน 'ฮั้ว สว.' ไม่ให้ถึงนักการเมือง
นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ "ตอนที่ 4 : สร้างกรอบการประชุม เพื่อฆ่าตัดตอนไม่ให้ถึงนักการเมือง" โดยระบุว่า
ชาวบุรีรัมย์ร้องถูกสวมสิทธิเป็นคนพิการ ปลอมลายมือค้ำประกันกู้เงินธกส.
นายวัชระ เพชรทอง อดีตสส.พรรคประชาธิปัตย์ได้รับเรื่องร้องเรียนจากนางสาววิภา หายโศรก อายุ 41 ปี ชาวจังหวัดบุรีรัมย์ ความว่า ด้วยดิฉันนางสาววิภา หายโศรก ขอร้องเรียนว่า ดิฉันถูกมิจฉาชีพนำชื่อดิฉันไปสวมสิทธิ์ทำบัตรคนพิการ ของกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ประเภท4-5 ป่วยติดเตียงและจิตเวช ที่จังหวัดบุรีรัมย์
'สว.ศุภโชค' สอนรัฐบาลท่องไว้อย่าเสียค่าโง่ซ้ำ ใช้เงินกู้ให้คุ้มค่า
'ประธาน กมธ.ติดตามงบฯ วุฒิสภา' เปิดข้อสังเกตแผนใช้เงินกู้ 4 แสนล้านบาท จี้โครงการเปลี่ยนผ่านพลังงานต้องคุ้มราคากลาง-มาตรฐานอุปกรณ์ ต้องไม่เสียค่าโง่ซ้ำเติมปชช.และเศรษฐกิจ
ชิมลางคดีฮั้ว!กกต.ลุยฟันอาญา 1,767 ผู้สมัคร สว.รู้ตัวว่าไม่มีสิทธิยังฝืนลงสมัคร
กกต.ลุยฟันอาญา 1,767 ผู้สมัคร สว.ขาดคุณสมบัติ รู้ตัวว่าไม่มีสิทธิยังฝืนลงสมัคร เสี่ยงคุกสูงสุด 10 ปี-ตัดสิทธิเลือกตั้ง 20 ปี หากเป็น สว.ต้องคืนเงินเดือนและผลประโยชน์ทั้งหมด

