
‘พีระพันธุ์’ สั่งตรวจสอบ ‘กรมน้ำบาดาล’ หลังอธิบดีสั่งชะลอ-ปรับสเปกโครงการพระราชดำริแก้ภัยแล้ง จนล่าช้ากระทบประชาชน
24 ต.ค. 2565 – ผู้สื่อข่าวทำเนียบรัฐบาลรายงานว่า นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีในฐานะประธานคณะกรรมการอำนวยความเป็นธรรมและเร่งรัดการปฏิบัติราชการ ตามคำสั่งของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในการประชุมเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงจากการร้องเรียนของประชาชน กรณีโครงการพระราชดำริน้ำบาดาลเพื่อบรรเทาภัยแล้งให้กับประชาชน ซึ่งกรมทรัพยากรน้ำบาดาลได้รับงบประมาณเพื่อดำเนินการก่อสร้างไปแล้ว แต่ต่อมาเมื่อมีการปรับเปลี่ยนผู้บริหารของกรมฯ ก็ได้มีคำสั่งให้ชะลอการก่อสร้างโครงการ รวมถึงการยกเลิกการจัดซื้อจัดจ้าง และเปลี่ยนสเปกของอุปกรณ์ต่างๆ เช่น แทงค์น้ำสเปคเดิมเป็นเหล็กเปลี่ยนมาเป็นแบบพลาสติก จึงทำให้เกิดข้อสงสัยในการปรับเปลี่ยนดังกล่าว และยังสร้างความกังวลต่อชาวบ้านถึงเรื่องความล่าช้าของโครงการนี้ เนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่อความต้องการได้น้ำมาเพื่อเตรียมบรรเทาภัยแล้งที่กำลังจะมาถึงในระยะเวลาอันใกล้นี้
โดยที่ประชุมมอบหมายให้ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ไปตรวจสอบรายละเอียดโครงการดังกล่าวทั้งหมด เพื่อหาข้อมูลที่ชัดเจนก่อน
ด้านนายพีระพันธุ์ ให้สัมภาษณ์ว่า คิดว่าควรจะเร่งรัดและดำเนินการให้เร็วที่สุด เพราะเป็นการแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนตามพระราชดำริ ซึ่ง ป.ป.ท. จะลงไปดูในรายละเอียด ทั้งนี้เรื่องเกี่ยวกับกฎหมายด้านงบประมาณ ตนพูดมาเสมอว่ากฎหมายบ้านเรา ประเด็นที่หนึ่งคือล้าสมัย ประเด็นที่สองคือเปิดช่อง ประเด็นที่สามคือเปิดอยู่สองช่อง อันแรกให้อำนาจเจ้าหน้าที่จนล้นเกินไป ช่องที่สองคือเปิดให้ใช้อำนาจจนประชาชนเดือดร้อน เพราะที่ผ่านมากฎหมายส่วนใหญ่ไม่ได้เขียนมาเพื่อประชาชน แต่เขียนมาเพื่อให้เจ้าหน้าที่ทำงานสะดวก วันนี้จึงถึงเวลาที่จะแก้ไขกฎหมายเหล่านี้แล้ว
ทั้งนี้ที่ผ่านมามีเรื่องที่เป็นปัญหาเกี่ยวกับการใช้งบประมาณจำนวนมาก มีลักษณะแตกต่างกันไป ส่วนใหญ่ไม่ได้มาจากการร้องเรียนของประชาชน แต่เป็นการตรวจสอบการทุจริต ที่เกิดจากการประพฤติไม่ชอบ โดยเกิดจากการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดของงบประมาณ ซึ่งบางครั้งหน่วยงานราชการตั้งงบประมาณไว้เยอะ เมื่อทำไปแล้วพอถึงปลายปีขอเปลี่ยนแปลงโดยแจ้งว่าทำไม่ทัน หรือไม่ได้ใช้ ก็ไปเปลี่ยนแปลงย่อลง คือตอนแรกอาจจะทำแบบหนึ่งแต่หากขอแบบนั้นจะไม่ได้งบฯ จึงขออีกแบบเพื่อให้ได้งบฯ และเมื่อได้มาแล้วค่อยมาอาศัยช่องทางในการเปลี่ยนแปลงไปใช้อย่างอื่นทุจริต หรือใช้อย่างไม่จำเป็น
“กรณีดังกล่าวข้างต้น ถือเป็นกรณีแรกที่ได้รับการร้องเรียนเกี่ยวกับโครงการพระราชดำริ ซึ่งก็ต้องไปดูว่ามีเหตุผลอะไรในการเปลี่ยนแปลง หรือชะลอโครงการ ความจริงหลักเกณฑ์ต่างๆ เปิดช่องเพื่อให้สะดวกในการทำงาน แต่ต้องไม่ทำให้ประชาชนเดือดร้อน หรือทำให้โครงการล่าช้า หรือไม่มีเหตุที่ดีพอในการรองรับ และสำคัญที่สุดคือต้องไม่มีลักษณะของการทุจริตประพฤติไม่ชอบ ซึ่งเรื่องนี้ในมุมของชาวบ้านเขาแปลกใจว่า ชาวบ้านเขากำลังจะได้น้ำมาใช้ตามโครงการพระราชดำริ แต่จู่ๆ ก็มีการยกเลิก ปรับเปลี่ยนแม้กระทั่งสเปกแทงค์น้ำ ชาวบ้านเขาก็ต้องสงสัย แต่ก็จะต้องตรวจสอบต่อไป” นายพีระพันธุ์ ระบุ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
รวบแล้ว! คนร้ายขโมยตู้เซฟอินฟลูดัง 'มดออย'
รวบแล้วคนร้ายขโมยตู้เซฟอินฟูลดัง มดออย ที่แท้เป็นช่างเทคนิคของคอนโดรวมหัวกับเพื่อน ปิดระบบวงจรปิด ก่อนก่อเหตุยกตู้เซฟหนี
'อนุทิน' เตรียมเสนอชื่อ 'วันนอร์' นั่งประธานที่ปรึกษานายกฯ
มีรายงานข่าวว่าจะมีการแต่งตั้งนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา อดีตประธานสภาฯ และที่ปรึกษาพรรคประชาชาติ ให้ดำรงตำแหน่งประธานที่ปรึกษานายกฯ เพื่อช่วยขับเคลื่อนงานด้านชายแดนภาคใต้และสถานการณ์การสู้รบตะวันออกกลาง ภายหลังจากกระบวนการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีเสร็จสมบูรณ์แล้ว
วิกฤตน้ำมันลาม! วัดดังโคราชจ่อหยุดบริการเผาสัตว์เลี้ยง
วิกฤตน้ำมันลุกลาม! กระทบถึงเตาเผาสัตว์เลี้ยง ส่อหยุดบริการเพราะไม่มีน้ำมันใช้ ทำคนรักสัตว์เดือดร้อน
'พีระพันธุ์' ลงพื้นที่ขอนแก่น ทวงคืนความยุติธรรมให้ 'สีดอหูพับ'
“พีระพันธุ์” ลงพื้นที่ขอนแก่น ทวงคืนความยุติธรรมให้ “สีดอหูพับ” ลุยป่าอ้อยสำรวจจุดยิงยาซึม-จุดเคลื่อนย้าย พร้อมรับฟังข้อเท็จจริงจากเกษตรกร จ่อสอบขั้นตอนการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐ
'อรรถวิชช์' เคลื่อนไหวแล้ว หลัง 'พีระพันธุ์' ลาออก สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ
หลังจากที่นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ได้ประกาศลาออกจาก สส.บัญชีรายชื่อ เปิดทางให้นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ได้ทำหน้าที่ สส.แทนนั้น ล่าสุด นายอรรถวิชช์ สุวรรณ
ด่วน! 'พีระพันธุ์' ลาออก สส.บัญชีรายชื่อ รทสช. เปิดทาง 'อรรถวิชช์' เข้าสภาฯ
นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ผมได้หารือร่วมกับกรรมการบริหารพรรค และมีความเห็นตรงกันว่า ปัจจุบันพรรครวมไทยสร้างชาติยังคงได้รับการสนับสนุนจากพี่น้องประชาชนอย่างมั่นคง

