“บิ๊กตู่” เผย ครม.ทบทวนเยียวยาน้ำท่วมให้ถึงมือปชช.เร็วขึ้น ยันที่ผ่านมาจัดแผนบริหารน้ำไว้เยอะแม้เจอทั้งพายุ -ร่องความกดอากาศ-น้ำฝนมาก ยังไม่ท่วมเท่าปี 54
25 ต.ค.2565 - ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงมาตรการช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัย ว่า ตอนนี้มีความคืบหน้า โดยที่ประชุมครม.ได้นำมาทบทวนตั้งแต่ปี 2554 และปี 2562-2563 มาพิจารณาดู ซึ่งตนได้เร่งรัดให้มีการจ่ายเยียวยาประชาชนในสิ่งที่ทำได้เร็ว เพราะเข้าใจว่าเดือดร้อนเยอะ ส่วนการดูแลพิเศษเพิ่มเติมทางกระทรวงมหาดไทยจะทำเสนอมาทั้งนี้สถานการณ์น้ำท่วมครั้งนี้มีความแตกต่างเนื่องจากมีวงกว้าง ซึ่งตนได้อธิบายเหตุผลไปแล้ว เจอทั้งพายุโนรู หย่อมความกดอากาศ ร่องมรสุม ส่งผลให้ปริมาณน้ำฝนมากเกินที่จะรับได้ ฉะนั้นการระบายน้ำในช่องทางปกติจะเป็นปัญหาน้ำท่วมล้นข้ามฝั่งกระจายไปทั่ว ตนจึงได้เร่งรัดเมื่อการระบายน้ำปกติแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำป่าสัก น้ำทางเหนือลดลง ฉะนั้นน้ำเหล่านี้จะกลับสู่ระบบระบายน้ำปกติ ถ้าไม่ได้ก็ต้องเร่งการสูบเข้ามาเพิ่มเติม ซึ่งการลงพื้นที่เมื่อวันที่ 24 ต.ค. ตนไปดูมาแล้ว
เมื่อถามว่า ที่บอกว่ามีการเปลี่ยนแปลงในรอบ 16 ปี หมายถึงแผนการบริหารจัดการน้ำหรืออย่างไร นายกฯกล่าวว่า มีเยอะแยะที่รัฐบาลได้ทำมา ถ้าเราไม่เจอสถานการณ์พายุ หย่อมความกดอากาศต่ำ ปริมาณน้ำฝนที่มากผิดปกติ การระบายน้ำปกติสามารถระบายได้ เพราะเราทำอะไรไปเยอะพอสมควร วันนี้เนื่องจากว่าน้ำที่สะสมมาจากทางเหนือต้องค่อยๆระบายมาเรื่อยๆ ซึ่งมีการพร่องน้ำไว้ล่วงหน้าด้วยซ้ำ แต่ปรากฎว่าฝนมามากกว่า 2-3 เท่า และสะสมในพื้นที่ทำให้ระบบการระบายน้ำในระดับปกติกองไว้เต็มหมด แต่ก็ยังน้อยกว่าปี 2554 ทั้งที่ปริมาณน้ำไม่ต่างจากปี 2554 ซึ่งเราได้บริหารอย่างเต็มที่แล้ว ทั้งนี้เห็นใจคนที่เดือดร้อนอยู่ริมฝั่งแม่น้ำฝั่งคลองได้รับผลกระทบแน่นอน เราก็จะเตรียมการในระยะต่อไปจะเพิ่มทำนบน้ำหรือไม่ซึ่งต้องดูในเรื่องงบประมาณแผนงานต่างๆต้องปรับ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ครม.สั่ง 300 กรมเปลี่ยนรหัสผ่านทันที ล้าง 3 หมื่นระบบใน 15 วัน-บังคับใช้ MFA
ครม.ยกระดับความปลอดภัยข้อมูลภาครัฐ รับมือบัญชีผู้ใช้งานรั่วไหล ไฟเขียว 3 มาตรการเร่งด่วน บังคับเจ้าหน้าที่กว่า 300 กรมเปลี่ยนรหัสผ่านทันที ตรวจสอบระบบสารสนเทศกว่า 30,000 ระบบภายใน 15 วัน พร้อมยกระดับใช้ MFA ปิดช่องภัยคุกคามไซเบอร์
'อนุทิน' ไฟเขียว '7 รองนายกฯ' ใช้งบได้คนละ 100 ล้าน รับมือสถานการณ์น้ำในกรณีฉุกเฉิน
“เจเศรษฐ์” เผย ปภ.ประสานศูนย์เตือนภัยพิบัติฯ เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำพื้นที่ภาคเหนือ-อีสาน ยืนยันความพร้อมการแจ้งเตือนประชาชน ขอให้ติดตามผ่านระบบ Cell Broadcast - หอกระจายข่าว - ผู้นำชุมชน ขณะที่ “นายกฯ” ไฟเขียวทุกรองนายกฯใช้งบ 100 ล้านบาท รับมือสถานการณ์น้ำหากเกิดกรณีฉุกเฉิน
'เอกนิติ' สั่งทำ Risk Map สแกนพื้นที่เสี่ยง รับมือน้ำท่วม-ภัยแล้งภาคกลาง
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้
'ทรงศักดิ์' จี้ กต. ประสานจีน ให้แจ้งเตือนล่วงหน้าก่อนปล่อยน้ำจากเขื่อน ต้นเหตุน้ำโขงขึ้นลงผิดธรรมชาติ
นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมรับมืออุทกภัยน้ำท่วมพื้นที่ภาคอีสานว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย มอบให้รองนายกฯแต่ละคนไปกำกับดูแลน้ำแต่ละพื้นที่ ตนกำกับดูแลในพื้นที่อีสาน 20 จังหวัด
นายกฯ เข้าเฝ้าสมเด็จพระสังฆราช ถวายเครื่องสักการะ เนื่องในเทศกาลเข้าพรรษา ประจำปี 2569
นายกฯ เข้าเฝ้าสมเด็จพระสังฆราช ถวายเครื่องสักการะ และกราบนมัสการสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ เนื่องในเทศกาลเข้าพรรษา ประจำปี 2569
ฟังเสียงปชช.! 'อนุทิน' ยันคกก.ศึกษาแผนพัฒนาภาคใต้ ดูความคุ้มค่าทางศก.
นายกฯ ระบุ คกก.ศึกษาแผนพัฒนาภาคใต้ ดูความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ หวังเชื่อมโยง 2 ชายฝั่ง ตะวันตก-ตะวันออก ให้สะดวก ย้ำ รัฐบาลฟังเสียงประชาชนอยู่ตลอด

