4 ก.พ.2566 - นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เพื่อให้การโฆษณาสินค้าเป็นธรรมแก่ผู้บริโภค ไม่ใช้คำอวดอ้างสรรพคุณที่ไม่สามารถพิสูจน์ได้ รวมถึงสาระกฎหมายมีความทันสมัย สอดคล้องกับสถานการณ์สื่อที่มีหลายช่องทาง สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) จึงได้ออกประกาศคณะกรรมการว่าด้วยการโฆษณา เรื่อง แนวทางการใช้ข้อความโฆษณาที่มีลักษณะเป็นการยืนยันข้อเท็จจริงอันยากแก่การพิสูจน์ และแนวทางการพิสูจน์เพื่อแสดงความจริงเกี่ยวกับข้อความโฆษณา พ.ศ.2565 มีผลใช้บังคับตั้งแต่ วันที่ 13 ม.ค. 66
โดยมีสาระสำคัญ อาทิ การใช้ข้อความโฆษณาไม่ว่าจะกระทำทางสื่อโฆษณาใดก็ตาม จะต้องมีข้อความเป็นภาษาไทยที่สามารถเห็น ฟัง หรืออ่านได้ชัดเจนตามประเภทของสื่อโฆษณา ไม่ทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิดในสาระสำคัญเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการ ถ้าข้อความโฆษณาทำเป็นภาษาต่างประเทศ ต้องมีคำแปลภาษาไทยกำกับข้อความที่เป็นสาระสำคัญด้วยทุกครั้ง
มากไปกว่านั้น ในประกาศ ยังห้ามไม่ให้มีข้อความปัดความรับผิดชอบหรือสงวนสิทธิ์การเปลี่ยนแปลงต่างๆ อาทิ
(1)สงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงต่างๆ โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า โดยเฉพาะเรื่องของราคาและตัวสินค้า ตัวอย่างข้อความที่อาจจะเข้าข่าย เช่น บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงราคาและเงื่อนไขโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า, ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงราคาสินค้า, ภาพสินค้าเป็นเพียงตัวอย่างอาจไม่ตรงกับรุ่นที่จัดโปรโมชั่นหรือข้อความอย่างอื่นที่มีลักษณะในทำนองเดียวกัน
(2)ข้อความเสริมบารมี เพิ่มยอดขาย เพิ่มเสน่ห์ เรียกคนรัก แก้เคราะห์ แก้กรรม
(3)ข้อความที่เน้นเจาะเรื่องความเชื่อส่วนบุคคล หรือเจาะกลุ่มคนที่กำลังมีปัญหาและความทุกข์ ต้องการที่พึ่งทางใจ เรียกว่าเป็นกลุ่มที่มีความเปราะบาง อาจจะหลงเชื่อได้ง่าย ตัวอย่างข้อความที่อาจจะเข้าข่าย เช่น เมื่อใช้แล้วจะเห็นผลทันที เห็นผลภายใน 7 วัน รับทำพิธีเรียกคนรักกลับคืนมา รับแก้เคราะห์ แก้กรรม เสริมบารมี เพิ่มยอดขาย เพิ่มเสน่ห์ ใครเห็นใครรัก
(4)หากใช้ข้อความที่มีการเปรียบเทียบกับคู่แข่งหรืออ้างอิงผลวิจัย สถิติ ต่างๆ ต้องมีข้อมูลยืนยันชัดเจน และเมื่อถูกเรียกตรวจสอบในการพิสูจน์ข้อความโฆษณาต้องรวบรวมหลักฐานดำเนินการภายใน 15 วัน
นางสาวรัชดา กล่าวต่อว่า หากคณะกรรมการว่าด้วยการโฆษณาเห็นว่ามีเหตุอันควรสงสัยว่าข้อความใดที่ใช้ในการโฆษณาเป็นเท็จหรือเกินความจริงดังกล่าว คณะกรรมการฯ อาจออกคำสั่งให้นำข้อมูลมาพิสูจน์เพื่อแสดงความจริงได้ และในกรณีเร่งด่วน คณะกรรมการฯจะออกคำสั่งระงับการโฆษณาดังกล่าวเป็นการชั่วคราวจนกว่าจะทราบผลการพิสูจน์ได้ ทั้งนี้ ผู้ที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ และประชาชนสามารถแจ้งเรื่องร้องเรียนได้ที่ สายด่วน สคบ. 1166 ซึ่งในปี 65 เรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับโฆษณา มีจำนวน 2,764 เรื่อง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘เสนา’กางแผนปี 69 ทุ่มหมื่นล้านผุด8โครงการใหม่
‘เสนา’เปิดแผนปี 2569 ชูกลยุทธ์ FOCUS TO LEAD, EFFICIENT TO GROW โฟกัสการเติบโตอย่างมีคุณภาพ ด้วย LivNex เช่าออมบ้าน เตรียมทุ่มหมื่นล้านผุด 8โครงการใหม่ พร้อมตั้งเป้ายอดขายปีนี้แตะ 14,000 ล้านบาท
‘เอกา โกลบอล’กางแผนรับมือเศรษฐกิจปี69ผันผวน
‘เอกา โกลบอล’ ประกาศยุทธศาสตร์รับมือความผันผวนเศรษฐกิจปี 69 เตรียมทุ่มงบลงทุนกว่า 100 ล้านบาท ขยายกำลังการผลิตและตั้งศูนย์ R&D ในไทย มุ่งสู่การเป็นองค์กรเศรษฐกิจหมุนเวียน ชี้อินเดียยังเป็นโอกาสของตลาดใหม่ที่เติบโตแรงกว่า 16%
คนดังการเมืองแห่สมัครสส.พรรคภูมิใจไทยต่อเนื่อง "กุลวลี - สุดารัตน์ - รัชดา -หมอเอกภพ" ร่วมสู้ศึกเลือกตั้ง
คนดังการเมืองแห่สมัครสส.พรรคภูมิใจไทยต่อเนื่อง "กุลวลี - สุดารัตน์ - รัชดา -หมอเอกภพ" ร่วมสู้ศึกเลือกตั้ง
‘เพอร์เฟค‘มั่นใจปี69ยอดขายกลับฐานเดิม1.1หมื่นล้าน
พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค เปิดแผนธุรกิจปี 2569 ตั้งเป้ายอดขายที่ 11,000 ล้านบาท ฟื้นตัวกลับสู่ฐานเดิม พร้อมชู 5 กลยุทธ์หลัก ทั้งเปิดตัวแบบบ้านใหม่ในทุกเซกเมนต์ ควบคุมคุณภาพงานก่อสร้างเข้มข้น ยกระดับบริการสโมสร 25 แห่งให้เป็น Health & Lifestyle Club เพิ่มรายได้จากบริษัทร่วมทุน พร้อมขยายธุรกิจที่สร้างรายได้ประจำ ดัน Recurring Income แตะ 30% ใน 3 ปี
ผู้บริโภคแพ้! ศาลฯ ยกฟ้อง คดีควบรวม ทรู-ดีแทค ชี้มติ กทสช. ชอบด้วยกฎหมาย
ศาลปกครองกลางพิพากษา "ยกฟ้อง" คดีสภาองค์กรของผู้บริโภค ยื่นฟ้องให้เพิกถอนมติ กสทช. ให้ควบรวมกิจการ "ทรู-ดีแทค" ด้าน "สุภิญญา" ยอมรับความพ่ายแพ้ เดินหน้าเตรียมยื่นอุทธรณ์สู้ต่อ พร้อมจะเดินสายพบนักการเมือง ดันแก้กฎหมาย กสทช.ป้องกันการผูกขาดโทรคมนาคม

