2 ธ.ค.2564 - นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน กล่าวถึงแนวทางการเยียวยานักร้อง นักแสดง นักดนตรี และผู้ประกอบการสถานบันเทิง ผับ คลับ บาร์ ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด -19 ว่าเรื่องนี้ต้องขอดูตัวเลข กับผู้ประกอบการก่อน ในวันที่ 3 ธ.ค. ที่จะคุยในกระทรวงแรงงาน แต่เบื้องต้นเรามีตัวเลขในระบบอยู่แล้ว สำหรับผู้ที่เป็นอาชีพอิสระ ตามมาตรา 40 ซึ่งเดิมมีการเยียวยาไว้ที่ 5,000 บาท 29 จังหวัด ซึ่งขณะนั้นมีอยู่ 2 หมื่นกว่าราย แต่หากรวมทั้งประเทศ คาดว่าเต็มที่ไม่เกิน 1-2 แสนคนนอกจากกลุ่มดังกล่าวแล้วยังรวมไปถึง กลุ่มคนขับรถรับส่งนักดนตรี เด็กเสิร์ฟ หรืออาชีพทีไ่ด้รับรองจากสมาคมฯ และสมาคมฯ ยืนยันได้ และต้องดูอายุ หากเกิน 65 ปีจะไม่เข้าข่ายมาตรา40 อาจจะประสานกับกระทรวงที่เกี่ยวข้อง เช่นกระทรวงวัฒนธรรม
ทั้งนี้ ต้องรอดูตัวเลขจากสมาคมฯ ที่จะมาพบตนในเวลา14.00 น. วันที่ 3 ธ.ค. ว่าตัวเลขคนกลุ่มดังกล่าวมีเท่าไหร่ ซึ่งจะการเสนอขอสภาพัฒน์ฯ ต้องมีตัวเลขที่ชัดเจนว่ามีปริมาณเท่าไหร่ ซึ่งไม่สามารถพูดลอยๆได้ ทั้งนี้เมื่อเสร็จสิ้นการประชุมคาดว่าจะได้ข้อสรุปเป็นเช่นใด เนื่องจากตัวเลขรัฐบาล และ ผู้ประกอบการต่างกันหลายเท่าตัว โดยในหลักการ นายกฯให้การเยียวยาอยู่แล้ว
"ผมมีธงในใจไว้ที่5 ,000 บาท เพราะเป็นเงินกู้ของรัฐบาลไม่ใช่เงินของประกันสังคมแต่มีบางกรณีใช้เงินในเหตุสุดวิสัยในมาตรา33 หรือ ร้อยละ50 เข้าข่ายช่วยอีกขาหนึ่งประกอบด้วยลูกจ้างในระบบ เช่น เด็ก เสิร์ฟ เสมียน ซึ่งในส่วนนี้จดทะเบียนในประกันสังคม แต่เรื่องนี้เป็นเพียงหลักการของผมซึ่งยังไม่มีการเสนอเข้าที่ประชุม แต่เราต้องมีโมเดลในใจ ดังนั้นหากเป็นลูกจ้างในมาตรา33 ด้วยอาจจะได้รับการเยียวยา2 ทางคือสำนักงานประกันสังคม และ จากรัฐบาล "
นายสุชาติ กล่าวต่อว่า เรามีบรรทัดฐานการเยียวยา5,000 บาท จากครั้งก่อน ซึ่งการเยียวยาสถานบริการบันเทิง ส่วนใหญ่เป็นบริษัท เขาสามารถใช้สิทธิ์ sme ได้ ซึ่งให้หัวละ3,000 บาทในลูกจ้างไม่เกิน 200 คน ซึ่งเป็นโมเดลที่รัฐบาลสร้างไว้เยียวยาไว้แล้วขณะที่ลูกจ้างในระบอบประกันสังคมมาตรา33 ก็สามารถใช้คำสั่งศบค.ใช้เยียวยาเหตุสุดวิสัยได้ แต่หากเป็นอาชีพอิสระใช้มาตรา40 ซึ่งจะต้องสมัครใหม่ หรือ หากสมัครไปแล้วก็ต้องไปดูตัวเลขเท่าไหร่
เมื่อถามว่าระยะเวลาในการเยียวยาจำนวนกี่เดือน นายสุชาติ กล่าวว่า ต้องดูคำสั่งศบค. หากธุรกิจเปิดช้าไปกว่าวันที่ 16 มค. 65 ก็จะพิจารณาต่อไปโดยตั้งไว้ 1-2 เดือนแต่หากเปิดได้ก่อนก็ไม่เป็นไร
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
“รมว.สุชาติ” ห่วงใยผู้ประสบอุทกภัย สั่งกรมทะเลระดมกำลังช่วยเหลือประชาชนภาคตะวันออก
วันที่ 27 กันยายน 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.)
“อนุทิน” สั่งด่วน “สุชาติ” ผนึก “ศุภมาส” ระดม ทส. กว่า 30 นาย ลุยน้ำช่วยชาวร่มเกล้า–ลาดกระบัง
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า จากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะเขตร่มเกล้า–ลาดกระบัง ซึ่งมีประชาชนได้รับผลกระทบและต้องการความช่วยเหลือ รัฐบาลโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้ตนเร่งประสานงานกับ น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและระดมความช่วยเหลือลงพื้นที่โดยเร่งด่วน
'มท.1' เปิดวอร์รูมด่วนผู้ว่าฯทั่วปท.สกัดซ้ำรอยหาดใหญ่ จ่อเดินเครื่องระบบ 'ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ'
นายกฯ "อนุทิน" ประชุมด่วนผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ ติดตามสถานการณ์และให้การช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย กำชับดูแลผู้ประสบภัยมาตรฐานที่สูง "อาหารต้องดี-เตือนภัยต้องชัด-เร่งจ่ายเงินเยียวยาไม่ให้รอนาน"
รัฐเยียวยาล็อตแรก ผู้เสียชีวิตเหยื่อไฟดูดคลองจั่น 2 ล้าน
“เจเศรษฐ์” ยัน งวดแรกจ่ายเยียวยาผู้เสียชีวิตจากเหตุไฟดูดคลองจั่น 2 ล้านบาท เผย นายกฯ เร่งกำชับหน่วยงานสำรวจความเสียหาย
'สุชาติ' สั่งเร่งระบายน้ำทั่วประเทศ ห่วงประชาชน-ผู้ป่วย ระดมเครื่องสูบน้ำช่วยแล้วกว่า 9,000 ครัวเรือน
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งการกรมทรัพยากรน้ำผนึกกำลังจังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เร่งช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยและน้ำท่วมขัง โดยระดมเจ้าหน้าที่ เครื่องสูบน้ำ และเครื่องจักรลงพื้นที่เร่งระบายน้ำจากชุมชน เส้นทางสัญจร และพื้นที่สำคัญ พร้อมเปิดพื้นที่หน่วยงานเป็นจุดพักพิงและที่จอดรถรองรับประชาชนผู้ประสบภัย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้เร็วที่สุด
รมว.สุชาติ สั่งการกรมป่าไม้ นำกำลังลุยน้ำท่วม ช่วยอพยพชาวบ้าน-กลุ่มเปราะบาง เร่งขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงในพื้นที่สระแก้วและฉะเชิงเทรา
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แสดงความห่วงใยพี่น้องประชาชนที่กำลังได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์อุทกภัยในหลายพื้นที่ โดยสั่งการเน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานในสังกัด ทส. ทั้งในพื้นที่ภาคกลาง ภาคตะวันออก และทุกภูมิภาคทั่วประเทศ บูรณาการทำงานร่วมกับจังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการเร่งเข้าช่วยเหลือประชาชนอย่างใกล้ชิดและเต็มความสามารถ

