"ประวิตร" ลุยเมืองมะขามหวาน ติดตามแก้ปัญหานำร่องที่ดิน ย้ำเร่งช่วยเหลือให้ทั่วถึงทุกภาค พร้อมดูปัญหาน้ำ สานต่อโครงการตามแนวพระราชดำริฯ ป้องกันราษฎรขาดแคลนน้ำอุปโภค-บริโภค-เกษตรกรรม
12 มิ.ย.2566 - เมื่อเวลา 09.00 น. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รอง นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ เดินทางลงพื้นที่ จังหวัดเพชรบูรณ์ เพื่อติดตามความคืบหน้าการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำที่ดินทำกิน และการบริหารจัดการน้ำให้ทั่วถึงตามนโยบายของรัฐบาล โดยจุดแรก ที่ว่าการ อ.หนองไผ่ ติดตามรับทราบความคืบหน้าการการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาล ซึ่งในภาพรวมพื้นที่เพชรบูรณ์ สามารถบริหารจัดการพื้นที่จากป่าห้วยทินและป่าคลองตีบ ป่าลุ่มน้าป่าสักฝั่งซ้าย ป่าห้วยน้าโจนและป่าวังสาร ป่าวังโป่ง ชนแดนและป่าวังกำแพง ให้ชุมชนได้แล้วถึง 12,224 ไร่ ประชาชนสามารถเข้าใช้ประโยชน์ในพื้นที่ป่าร่วมกันได้เกือบ 1,215 ราย
ต่อจากนั้น ได้พิธีมอบหนังสืออนุญาตเข้าทำประโยชน์ หรืออยู่อาศัยภายในป่าสงวนแห่งชาติ ให้กับประชาชนที่ได้รับการคัดเลือกให้ทำกินในชุมชน และมอบหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน ( ส.ป.ก. 4-01) กับประชาชน ป่าเขาโปลกหล่น ต.ทุ่งสมอ และ ต.แคมป์สน อ.เขาค้อ รวมจำนวน 231 คน พื้นที่ 261 แปลง รวม 1,722 ไร่
พล.อ.ประวิตร กล่าวชื่นชมและพอใจการทำงานร่วมกันของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (สคทช.) และส่วนราชการต่างๆที่ร่วมกับขับเคลื่อนแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนที่ไม่มีที่ดินทำกิน จากความเหลื่อมล้ำในการถือครองที่ดินตามนโยบายรัฐบาล โดยย้ำขอให้เร่งเข้าไปช่วยเหลือประชาชนอีกมาก ที่ยังไม่มีที่ดินทำกินให้ทั่วถึงทุกภาค โดยให้บริหารความสมดุลของการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์ และให้ตามไปส่งเสริมพัฒนาอาชีพและสาธารณูปโภค เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของทุกคน
ต่อจากนั้นเวลา 14.00 น. พล.อ.ประวิตร ติดตามความคืบหน้า โครงการก่อสร้างระบบส่งน้ำ อ่างเก็บน้ำคลองลำกุง ต.วังท่าดี อ.หนองไผ่ จ.เพชรบูรณ์
โดยรับฟังการบรรยายสรุปและรับทราบผลการดำเนินงานจาก นายสุชาติ กาญจนวิลัย ผอ.โครงการชลประทานเพชรบูรณ์ ซึ่งโครงการดังกล่าว เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2519 โดยความรับผิดชอบของกรมชลประทาน เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของราษฎรจากการขาดแคลนน้ำอุปโภค-บริโภค และการเกษตรกรรม ในขณะนั้น ต่อมาในปี 2547 - 2548 รัชกาลที่ 9 ทรงมีพระราชดำริ ว่า " ควรพิจารณาวางโครงการเก็บกักน้ำตอนบน ของลำน้ำสาขาแม่น้ำป่าสัก ไว้ให้มากเพื่อใช้ในด้านการเกษตร และป้องกันอุทกภัย เนื่องจากน้ำเหนือเขื่อนป่าสักมีจำนวนมาก โดยให้พิจารณาจัดเก็บกักให้เหมาะสม " ทั้งนี้กรมชลประทานได้น้อมนำมาปฏิบัติ ซึ่งโครงการดังกล่าว มีระบบส่งน้ำแบ่งเป็นประเภท ระบบท่อส่งน้ำและระบบคลองส่งน้ำ มีความยาวรวม 99 ก.ม. และหากดำเนินการแล้วเสร็จ จะมีพื้นที่รับประโยชน์ที่เป็นพื้นที่เพาะปลูกในฤดูฝน จำนวน 50,000 ไร่ และในฤดูแล้ง จำนวน 22,000 ไร่ รองรับพื้นที่ 4 ตำบล ของ อ.หนองไผ่ จ. เพชรบูรณ์ ซึ่งการก่อสร้าง งบประมาณปี62-70 ได้ดำเนินการไปแล้ว 78.93 % (1,250 ล้านบาท)
พล.อ.ประวิตร ได้มอบนโยบายจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมกำชับ กรมชลประทาน ให้เร่งรัดการก่อสร้างระบบส่งน้ำอ่างเก็บน้ำคลองลำกง ให้แล้วเสร็จโดยเร็วตามแผนงาน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของราษฎรในพื้นที่ ป้องกันการขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค และเพื่อการเกษตรกรรม ตามแนวพระราชดำริฯ ซึ่งจะส่งผลดีต่อการส่งเสริมการพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจท้องถิ่น จ.เพชรบูรณ์ และ จังหวัดใกล้เคียงด้วย
จากนั้นได้พบปะพี่น้องประชาชนที่มาให้การต้อนรับ อย่างเป็นกันเอง ก่อนเดินทางกลับกรุงเทพฯ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'อนุทิน' จ่อลงดูที่เกิดเหตุกราดยิง ย้ำ 'กำนัน-ผญบ.' ช่วยดูแลป้องกัน
'อนุทิน' ยกกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน สำคัญต่อการบริหาร ชี้เหตุสลดนนทบุรีในฐานะนักปกครองต้องป้องกัน ย้ำห้ามพกปืน ล้อมคอกแล้วแต่ยังเล็ดลอดได้ ขอร่วมมือดูแลพื้นที่เข้ม เตรียมรุดลงดูที่เกิดเหตุ
นายกฯ บอกสั่งการเรื่องไฟใต้ตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว!
'อนุทิน' เผยสั่งการแก้ไฟใต้ไปแล้ว ปัดตอบลงพื้นที่หรือไม่
สั่ง 'กำนัน-ผญบ.-นอภ.' ลงพื้นที่ช่วยชาวบ้านอุทธรณ์บัตรสวัสดิการฯ
'พลพีร์' เผย มท.สั่ง 'กำนัน-ผญบ.-นอภ.' รีเช็กสภาพบ้าน-รถประชาชน ถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐานช่วยในการอุทธรณ์บัตรคนจน หวังเก็บตกช่วยคนรายได้น้อยให้มากที่สุด
กรอ.นัดพิเศษรับมืออุทกภัยเร่งของบฉุกเฉินภายใน 100 วัน!
'กรอ.' นัดพิเศษรับมืออุทกภัย นายกฯ สั่งเร่งของบฉุกเฉินภายใน 100 วัน วางแผนระยะสั้น-กลาง-ยาว ป้องกันน้ำท่วม พร้อมดันหาดใหญ่เป็นโมเดลเมืองรับมือภัยพิบัติและฟื้นศูนย์กลางเศรษฐกิจภาคใต้
'อนุชา' ลุยหาเสียง 'ลาดกระบัง-คลองสามวา' จี้เช็กโครงสร้างตึกเก่าทั่วกรุง
'อนุชา' ควง 'อภิสิทธิ์' ลุยหาเสียงหนัก บุก 'ลาดกระบัง-คลองสามวา' ชูนโยบายรถฟีดเดอร์ ขยายศูนย์ฝึกอาชีพ จี้ตรวจโครงสร้างอาคารเก่าชั้นในกรุง
นายกฯ รุดดูจุดเกิดเหตุรถไฟชนรถเมล์ คาใจทำไมไม่แจ้งเตือนมีรถคร่อมอยู่
นายกฯ รุดดูจุดเกิดเหตุรถไฟชนรถเมล์ แสดงเสียใจครอบครัวผู้เสียชีวิต-ผู้บาดเจ็บ กำชับดูแลเยียวยาเต็มที่ เร่งพิสูจน์อัตลักษณ์ผู้เสียชีวิต ย้ำชัดไม่ควรมียานพาหนะจอดคร่อมรางรถไฟ คาใจทำไมไม่แจ้งเตือนมีรถคร่อมอยู่

