ลมหนาวระลอกใหม่ 18-20 ธ.ค. อุณหภูมิลด 3-5 องศา แจง 'ไต้ฝุ่นราอี' ไม่กระทบไทย

16 ธ.ค.2564 - กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศในอีก 7 วันข้างหน้าระบุว่า ในช่วงวันที่ 16 - 17 ธ.ค. 64 บริเวณความกดอากาศสูงที่ปกคลุมประเทศไทยมีกำลังอ่อนลง ทำให้บริเวณดังกล่าวมีอุณหภูมิสูงขึ้น 1–3 องศาเซลเซียส กับมีหมอกบางในตอนเช้า แต่ยังคงทำให้ประเทศไทยตอนบนมีอากาศเย็นถึงหนาว

ส่วนในช่วงวันที่ 18 - 20 ธ.ค. 64 บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงระลอกใหม่จากประเทศจีน จะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้บริเวณประเทศไทยตอนบนมีอากาศเย็นถึงหนาวกับมีลมแรง โดยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จะมีอุณหภูมิจะลดลง 3–5 องศาเซลเซียส ส่วนภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก อุณหภูมิจะลดลง 2–4 องศาเซลเซียส

หลังจากนั้นในช่วงวันที่ 21 - 22 ธ.ค. 64 บริเวณความกดอากาศสูงที่ปกคลุมประเทศไทยจะมีกำลังอ่อนลง ทำให้บริเวณดังกล่าวมีอุณหภูมิสูงขึ้น 2–4 องศาเซลเซียส กับมีหมอกบางในตอนเช้า ในขณะที่คลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตกในระดับบนจะเคลื่อนผ่านภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลางตอนบน ทำให้มีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นบางแห่งในบริเวณดังกล่าว

สำหรับในช่วงวันที่ 16 - 18 ธ.ค. 64 มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีกำลังค่อนข้างแรง ประกอบกับมีหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงเคลื่อนผ่านประเทศมาเลเซียและภาคใต้ตอนล่าง ทำให้ภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีกำลังแรง โดยบริเวณอ่าวไทยตอนล่างมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองมีคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ส่วนทะเลอันดามันมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

หลังจากนั้นในช่วงวันที่ 19 - 22 ธ.ค. 64 มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีกำลังอ่อนลง ทำให้คลื่นลมบริเวณอ่าวไทยสูง 1-2 เมตร ส่วนทะเลอันดามันมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

อนึ่ง พายุไต้ฝุ่น “ราอี” บริเวณทิศตะวันออกของประเทศฟิลิปปินส์กำลังเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตกค่อนไปทางเหนือ คาดว่าจะเคลื่อนผ่านประเทศฟิลิปปินส์และลงทะเลจีนใต้ในวันที่ 18 ธ.ค. 64 โดยพายุนี้ยังไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อประเทศไทย

ข้อควรระวัง ในช่วงวันที่ 16-17 และ 21-22 ธ.ค. 64 ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนระมัดระวังการสัญจรผ่านบริเวณที่มีหมอกไว้ด้วย ส่วนในช่วงวันที่ 18 - 20 ธ.ค. 64 ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นไว้ด้วย สำหรับในช่วงวันที่ 16-18 ธ.ค. 64 ขอให้ประชาชนบริเวณภาคใต้ตอนล่างระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก สำหรับชาวเรือบริเวณภาคใต้ตอนล่างควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ หลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ประกาศอุตุฯ ฉบับ 5 เตือนฝนตกหนัก ลมแรง ลูกเห็บตก 9-13 ต.ค.

นายนัฐวุฒิ แดนดี รองอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา รักษาราชการแทนอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา เรื่อง ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย

อุตุฯ เตือนฝนฟ้าคะนอง 32 จังหวัด รับมือท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก

กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้าว่า ภาคใต้มีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนประเทศไทยตอนบนมีฝนน้อย แต่มีฝนตกหนักพื้นที่บริเวณด้านตะวันออกของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก

นายกฯ คอนเฟอเรนซ์จากสิงคโปร์สั่งประสานข้อมูล 'อุตุฯ-เสรี ศุภราทิตย์' เพิ่มความแม่นยำ

นายกฯ คอนเฟอเรนซ์จากสิงคโปร์ สั่งประสานข้อมูล 'กรมอุตุนิยมวิทยา-เสรี ศุภราทิตย์' เพิ่มความแม่นยำสูงสุด ก่อนฝนถล่มซ้ำช่วง 9-13 ต.ค. ย้ำจุดไหนน้ำท่วมสูงเร่งอพยพกลุ่มเปราะบาง เร่งระบายน้ำปากแม่น้ำบางปะกง

อุตุฯ พยากรณ์อากาศ 15 วันข้างหน้า อากาศแปรปรวนช่วงเปลี่ยนถ่ายฤดู คาดปีนี้ไม่หนาวฉ่ำ

นายสมควร ต้นจาน ผู้อำนวยการกองอุตุนิยมวิทยาการบิน กรมอุตุนิยมวิทยา โพสต์เฟซบุ๊กเผยแพร่ภาพกราฟิกพร้อมข้อความว่า อัพเดทข้อมูลผลการพยากรณ์ฝนสะสม รายวัน 15 วันล่วงหน้า(8-22 ต.ค.69) จาก ECMWF IFS init.2026100712 : ฝนยังไม่ขาดเม็ด มีเป็นช่วงๆ ทิศทางลมยังแปรปรวน ไทยตอนบนลมเริ่มเปลี่ยนทิศ สัญญาณลมหนาวเริ่มมา แต่ยังไม่แน่ทิศทาง แปรปรวน ฝนเริ่มน้อยลงทางตอนบน ฝนเริ่มมากระจุกตัวในพื้นที่ภาคอีสานตอนล่าง ภาคกลางตอนล่าง ภาคตะวันออก กทม.และปริมณฑล และส่วนภาคใต้จะมีฝนเพิ่มและมีตกหนักบางพื้นที่โดยเฉพาะฝั่งอ่าวไทย ต้องระวังฝนตกหนัก ระยะนี้ยังไม่มีพายุเคลื่อนตัวเข้าสู่ประเทศไทย

จับตาเป็นพิเศษ 10 ต.ค. ฝนหนักขยายวงกว้าง อุตุฯ ประกาศ ฉ.2 เตือนรับมืออากาศแปรปรวน

กรมอุตุนิยมวิทยา เผยแพร่ประกาศเรื่อง ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย (มีผลกระทบในช่วงวันที่ 9 - 13 ตุลาคม 2569) ฉบับที่ 2 ระบุว่า ในช่วงวันที่ 9 - 13 ต.ค. 69 บริเวณประเทศไทยจะมีสภาพอากาศแปรปรวน โดยมีลักษณะของฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตก และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ซึ่งจะมีผลกระทบตามภาคต่างๆตามช่วงเวลาดังนี้